“อิตาลี” ติดอันดับ 1 โจรล้วงกระเป๋าเยอะสุดปี 2024

  เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์ ‘โจรล้วงกระเป๋า’ ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุโรป ทำให้ที่ผ่านมามีหลายภาคส่วนพยายามทำการศึกษาปัญหาดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การแก้ไขและป้องกันการโจรกรรมในหมู่นักท่องเที่ยว (แม้จะมีเสียงบ่นว่าตำรวจไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้สักทีก็ตาม)   ล่าสุดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัท ‘Quotezone’ บริษัทประกันภัยสัญชาติอังกฤษก็ได้ทำการรวบรวม-วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการล้วงกระเป๋าในประเทศต่างๆ จนออกมาเป็น ‘European Pickpocketing Index’ หรือ ที่ระบุว่า ประเทศใดบ้าง 10 ลำดับที่มีอัตราการล้วงกระเป๋ามากที่สุดในยุโรป   แน่นอนว่าประเทศที่มาเป็นอันดับ 1 ในดัชนีนี้ก็หนีไม่พ้น ‘อิตาลี’ ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องโจรชุกชุมตลอดกาล โดยมีอัตราล้วงกระเป๋าพุ่งไปที่ 478 ครั้งต่อนักท่องเที่ยว 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 3 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา และจุดที่มีการล้วงกระเป๋ามากที่สุดนั้น ก็คือบริเวณน้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) ในกรุงโรม ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวหนาแน่นกว่า 18,000 คนต่อชั่วโมง ทำให้พื้นที่นี้มีง่ายต่อการก่อเหตุ ส่วนสถานที่มีการล้วงกระเป๋ารองลงมาในโรม ได้แก่ โคลอสเซียม และวิหารแพนธีออน ตามลำดับ และไม่เพียงแค่โรม ดัชนียังระบุว่า สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอื่นๆ ของอิตาลียังตกเป็นเป้าของการก่อเหตุ มหาวิหารดูโอโมในมิลาน และหอศิลป์อุฟฟิซีในเมื่องฟลอเรนซ์…

หลายประเทศแถลงการณ์ร่วมเพื่อต่อต้านและควบคุมเทคโนโลยีสปายแวร์เชิงพาณิชย์ที่ในทางที่ผิด

เว็บไซต์รัฐบาลสหราชอาณาจักรเผยแพร่ข่าวจากสำนักงานการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนาของสหราชอาณาจักร เมื่อ 28 มี.ค.67 ว่า ในการประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตยครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 18 มี.ค.67 มี 6 ประเทศ ได้แก่ ฟินแลนด์ เยอรมนี ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น โปแลนด์ และเกาหลีใต้ เข้าร่วมลงนามแถลงการณ์ร่วมเพิ่มเติมจากเดิม 11 ประเทศในพันธกิจระดับนานาชาติที่จะทำงานร่วมกันในการต่อต้านการเผยแพร่ การกระจาย และการใช้สปายแวร์เชิงพาณิชย์ในทางที่ผิด

วิธีสังเกตและรับมือมิจฉาชีพ​ที่ปลอมเบอร์โทร​เป็นสถานเอกอัครราชทูตไทย

    วิธีสังเกตและรับมือมิจฉาชีพ​ที่ปลอมเบอร์โทร​เป็นสถานเอกอัครราชทูตไทย หลังพบเบอร์สถานเอกอัครราชทูตไทยหลอกลวงคนไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการรับสายโทรศัพท์จากบุคคลและหมายเลขแปลก ๆ ที่ไม่คุ้นเคยเพราะบุคคลนั้นอาจเป็น “มิจฉาชีพ”   สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน   ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลทางโทรศัพท์ อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด และไม่ได้ใช้เบอร์โทรนี้ในการติดต่อ โดยจะติดต่อทาง 02072255500 เท่านั้น สำหรับการแจ้งเบาะแสกรณีคนไทยอยู่ไอร์แลนด์ หรือสหราชอาณาจักร แล้วโดนมิจฉาชีพโทรมา สามารถแจ้งได้ที่ตำรวจท้องถิ่น โทร 101 และเว็บไซต์ตำรวจของสหราชอาณาจักรตามข้างบน   หากสงสัย ตรวจสอบข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตฯ ติดต่อได้ทางอีเมล [email protected]   Royal Thai Embassy 29-30 Queen’s Gate London SW7 5JB London.thaiembassy.org   Facebook ThaiEmbLondon Tel: 02072255500 Email: [email protected]     อ้างอิง …

ตร.ปะทะเดือดผู้ชุมนุมในดับลิน เหตุประท้วงเด็กถูกแทง

วันที่ 23 พ.ย.66 กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์เผชิญกับการปะทะเดือดระหว่างตำรวจปราบจลาจลและผู้ชุมนุม ที่ออกมาประท้วงกรณีเด็กหญิงอายุ 5 ขวบถูกแทงบาดเจ็บสาหัสก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหลักร้อยออกมาบนท้องถนน จำนวนหนึ่งปกปิดหน้าตาและมาพร้อมกับท่อนเหล็กในมือ ตำรวจ 400 นาย ถูกส่งเข้ามายังศูนย์กลางเมืองเพื่อควบคุมสถานการณ์

อังกฤษเร่งสอบ หลังพบพัสดุระเบิดส่ง 3 สนามบิน

  เจ้าหน้าที่ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษกำลังเร่งตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยที่พบวัตถุระเบิดอยู่ภายใน ซึ่งมีการส่งไปยัง 3 สนามบินหลักของอังกฤษ ประกอบด้วยสนามบินฮีทโธรว์ สนามบินวอเตอร์ลู และสนามบินเมืองลอนดอน เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลอังกฤษระบุว่า พบซองจดหมายขนาดกระดาษเอ 4 ซึ่งด้านในบรรจุระเบิดประดิษฐ์ขนาดเล็ก โดยหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ในการพิจารณาคดีในฐานะการดำเนินการที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกัน และยังคงเปิดกว้างเกี่ยวกับแรงจูงใจในการก่อเหตุ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไอร์แลนด์ได้แจ้งเตือนมายังตำรวจนครบาลอังกฤษว่า พัสดุที่มีวัตถุระเบิด 2 ชิ้นที่ถูกส่งไปยังสนามบินฮีทโธรว์และสนามบินวอเตอร์ลูติดแสตมป์ของไอร์แลนด์ ที่สนามบินฮีทโธรว์ต้องมีการอพยพผู้คนออกจากอาคาร หลังจากมีการแจ้งพบพัสดุต้องสงสัยไปยังตำรวจ โดยพัสดุดังกล่าวเกิดติดไฟขึ้นมาหลังเจ้าหน้าที่พยายามที่จะเปิดห่อพัสดุชิ้นนี้ ตำรวจสก็อตแลนด์ยาร์ดระบุว่า พัสดุดังกล่าวมีเจลลี่สีเหลืองอยู่ภายใน ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษได้ประเมินแล้วว่ามันคือระเบิดประดิษฐ์ขนาดเล็ก ซึ่งทำให้จุดระเบิดและติดไฟได้เมื่อทำการเปิด ด้านโฆษกของสนามบินฮีทโธรว์ระบุว่า สนามบินจะให้การสนับสนุนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการกระทำที่ถือเป็นการก่ออาชญากรรมดังกล่าว   ——————————————————————————————————————————— ที่มา :  มติชนออนไลน์          วันที่  :  6 มีนาคม 2562 Link :  https://www.matichon.co.th/foreign/news_1392792