ฮือฮา! เปียงยางแถลงทดสอบอาวุธนำวิถีแบบใหม่ครั้งแรก ความเร็วต่ำกว่า 4 มัค เพิ่มความสามารถกำลังรบนิวเคลียร์ “คิม จองอึน” มาดูด้วยตัวเอง

  รอยเตอร์/เอพี/เอเอฟพี – เปียงยางยิงทดสอบมิสไซล์ 2 ลูกเมื่อวานนี้ (16 เม.ย.) จากชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือจากภูมิภาคฮัมฮึง (Hamhung ) เมื่อเวลา 18.00 น. บินไกล 110 กิโลเมตร เพดานบิน 25 กิโลเมตร ฮือฮามีคความเร็วต่ำกว่า 4 มัค เป็นการทดสอบอาวุธนำวิถีประเภทใหม่ที่จะเพิ่มความสามารถให้อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้ พบผู้นำ คิม จองอึน เดินทางมาเป็นประธานการปล่อยด้วยตัวเอง   รอยเตอร์รายงานวันนี้ (17 เม.ย.) ว่า สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA แถลงข่าววันอาทิตย์ (17) ว่า ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน มาเป็นประธานการทดสอบด้วยตัวเองสำหรับการทดสอบอาวุธล่าสุด   กองทัพเกาหลีใต้แถลงในวันนี้ (17) ว่า ทางกองทัพสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวการยิงแบบโปรเจกไตล์ 2 ครั้งในวันเสาร์ (16) จากชายฝั่งทางตะวันออกของเกาหลีเหนือในภูมิภาคฮัมฮึง (Hamhung ) เมื่อเวลา 18.00…

โสมแดงขู่ถล่มโสมขาวด้วย ‘อาวุธนิวเคลียร์’ หากถูกโจมตีก่อน

                                          REUTERS สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนางคิม โย จอง น้องสาวของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือคัดค้านสงคราม แต่หากเกาหลีใต้เลือกที่จะใช้การเผชิญหน้าทางทหาร หรือทำการโจมตีเกาหลีเหนือก่อน กองกำลังนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือก็ต้องโจมตีกลับเช่นกัน เคซีเอ็นเอรายงานว่า นางคิม โย จอง ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เกาหลีเหนือต่อต้านสงครามที่จะทำให้คาบสมุทรเกาหลีกลายเป็นซากปรักหักพัง และไม่เคยมองว่าเกาหลีใต้เป็นศัตรูสำคัญ เว้นแต่ว่าเกาหลีใต้จะดำเนินการทางทหารใดๆ ต่อรัฐของเรา “ไม่ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม หรือจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด เลือกที่จะจู่โจมเกาหลีเหนือก่อน สถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไป ในกรณีนั้น เกาหลีใต้ก็จะกลายเป็นเป้าหมายเสียเอง” คิม โย จอง กล่าว น้องสาวของผู้นำคิมกล่าวด้วยว่า…

อาวุธ “นิวเคลียร์” วันนี้ ชาติไหน “สะสม” มากสุด?

  เมื่อสัปดาห์ที่แล้วช่วงที่มีข่าวว่าประธานาธิบดีรัสเซียคุณวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งหน่วยงานทุกหน่วยของท่านให้เตรียมพร้อมขั้นสูงสุดในการรับมือกับชาติตะวันตก รวมถึงหน่วย “ป้องปรามนิวเคลียร์” ด้วยนั้น…เล่นเอาผู้คนสะดุ้งโหยงไปทั้งโลก เพราะเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า กองกำลังป้องปรามนิวเคลียร์ หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Nuclear Deterrent Force นั้นก็คือหน่วยที่ติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งหัวจรวดหรือขีปนาวุธที่พร้อมจะยิงใส่คู่ต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเองนั่นเอง การเตรียมพร้อมสูงสุดจึงอาจแปลความได้ว่า รัสเซียพร้อมที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ซึ่งมีพลังในการทำลายสูงสุดทันที…หากอีกฝ่ายหนึ่งลงมือ สหรัฐฯ และประเทศยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างออกมาตำหนิปูตินเป็นเสียงเดียวกันว่า การออกคำสั่งเช่นนี้จะทำให้สถานการณ์บานปลายยิ่งขึ้น อีกทั้งจะเป็นข้ออ้างในการรุกรานต่อไปอีก ดังเช่นที่ปูตินใช้อยู่เสมอคือจะอ้างว่า โดนคุกคามก่อนเพื่อสร้างความชอบธรรมในการรุกราน สำหรับนักวิเคราะห์สถานการณ์ระดับโลกก็มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง แต่ในที่สุดก็สรุปในทำนองว่า คุณปูตินคงจะส่งสัญญาณ “เตือน” ฝ่ายตะวันตกไว้เท่านั้น ว่าเราทุกฝ่ายมี “นิวเคลียร์” อยู่นะ คงมิใช่เป็นการ “ขู่” แต่อย่างใด นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ตาม “ทฤษฎี” แล้วจึงต่างฝ่ายต่างก็จะคุมเชิงกันต่อไป เพราะตระหนักดีว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์จะนำไปสู่ความสูญเสียใหญ่หลวงด้วยกันทั้งคู่ ในการวิเคราะห์นั้นเองได้มีการหยิบยกตัวเลขประมาณการอาวุธนิวเคลียร์ของแต่ละประเทศทั่วโลกมาเปรียบเทียบกันด้วย ดังนี้ รัสเซียน่าจะมีหัวจรวดติดอาวุธนิวเคลียร์รวมทั้งสิ้น 5,977 หัว นาโตน่าจะมี 5,943 หัว แยกออกเป็นของสหรัฐฯ 5,428 หัว ฝรั่งเศส 290 หัว…

ด่วน!! ปูตินสั่งกองกำลังอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียให้เตรียมพร้อม อ้างเหตุถูกแซงก์ชันทางเศรษฐกิจตัดขาดจากระบบ SWIFT

บานปลายขยายตัวอย่างน่าเสียวไส้ สำหรับความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับฝ่ายตะวันตก สืบเนื่องจากทัพหมีขาวบุกตะลุยเข้าไปในยูเครน เมื่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ออกคำสั่งในวันอาทิตย์ (27 ก.พ.) ให้กองกำลังป้องปรามทางนิวเคลียร์ของรัสเซียเตรียมพร้อมในระดับสูง เพื่อตอบโต้กับสิ่งที่เขาเรียกว่า เป็น “การแถลงอย่างก้าวร้าว” ของพวกมหาอำนาจนาโต้ชั้นนำ คำสั่งนี้หมายความว่า ปูตินสั่งการให้ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องตระเตรียมอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียให้พร้อมสำหรับการยิงมากขึ้นไปอีกขั้น ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวเช่นนี้เป็นการเพิ่มภัยคุกคามที่ความตึงเครียดรัสเซีย-ตะวันตก อาจเดือดปะทุเข้าสู่สงครามนิวเคลียร์ ทั้งนี้ในการออกคำสั่งนี้ ผู้นำรัสเซียยังอ้างอิงถึงการแซงก์ชันทางการเงินอย่างสุดโหดที่ฝ่ายตะวันตกประกาศใช้เล่นงานรัสเซีย รวมทั้งมุ่งเล่นงานตัวปูตินเองด้วย ในการประชุมร่วมกับพวกเจ้าหน้าที่ระดับท็อปของเขาเมื่อวันอาทิตย์ (27) ปูตินสั่งการให้รัฐมนตรีกลาโหม และประธานคณะเสนาธิการใหญ่ของกองทัพ ดำเนินการให้กองกำลังป้องปรามทางนิวเคลียร์อยู่ใน “ภาวะพิเศษของหน้าที่สู้รบ” “พวกประเทศตะวันตกไม่เพียงดำเนินปฏิบัติการต่างๆ อย่างไม่เป็นมิตรที่มุ่งเล่นงานประเทศเราในปริมณฑลทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่พวกเจ้าหน้าที่ระดับท็อปจากบรรดาสมาชิกนาโต้ชั้นนำยังมีคำแถลงอย่างก้าวร้าวเกี่ยวกับประเทศของเราอีกด้วย” ปูตินกล่าวให้คำเห็นต่อที่ประชุม ซึ่งมีการเผยแพร่ทางทีวีด้วย ความหมายในทางปฏิบัติจากคำสั่งนี้ของปูติน ยังไม่เป็นที่ชัดเจนในเฉพาะหน้านี้ ปกติแล้วในกองกำลังนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียกับสหรัฐฯ ต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ส่วนที่ติดตั้งประจำการทางภาคพื้นดิน และที่ติดตั้งในเรือดำน้ำ ซึ่งมีการระมัดระวังและเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งสามารถติดตั้งในเครื่องบินทิ้งระเบิดตลอดจนเครื่องบินอื่นๆ ไม่ได้เป็นเช่นนี้ ถ้าหากปูตินกำลังสั่งให้ติดตั้งระเบิดนิวเคลียร์ในเครื่องบิน หรือไม่ก็กำลังสั่งเพิ่มระดับความพร้อมรบทางนิวเคลียร์ของเครื่องบินทิ้งระเบิดของเขาุ หรือถ้าหากเขากำลังสั่งให้ส่งเรือดำน้ำขีปนาวุธทิ้งตัวที่ติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ออกสู่ทะเลเพิ่มมากขึ้นแล้ว สหรัฐฯ อาจรู้สึกถูกบังคับให้ตอบโต้อย่างทัดเทียมกัน ทั้งนี้ตามคำอธิบายของ ฮันส์ คริสเทนเสน นักวิเคราะห์ด้านนิวเคลียร์ของสหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน โดยนักวิเคราะห์ผู้นี้กล่าวต่อไปว่า หากเป็นอย่างนี้แล้ว มันหมายความว่าเกิดการบานปลายขยายตัวอย่างน่าวิตกกังวล และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นมา ความเคลื่อนไหวชวนหวาดเสียวคราวนี้มีขึ้น ขณะที่เกิดการสู้รบแบบไล่ยิงกันตามท้องถนนในเมืองคาร์คิฟ…

ฟิลิปปินส์ห้ามสหรัฐนำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาติดตั้ง

  ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประกาศว่า หากรายงานที่ว่า สหรัฐเตรียมประจำการอาวุธนิวเคลียร์ในฟิลิปปินส์ “เป็นความจริง” เขาจะยกเลิกข้อตกลงความร่วมมือทางทหารระดับทวิภาคี ที่เพิ่งต่ออายุกันเมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ว่าการประจำการอาวุธนิวเคลียร์ในฟิลิปปินส์ เป็นการดำเนินการซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรง และท่ามกลางกระแสข่าวที่กำลังแพร่สะพัด เกี่ยวกับการที่สหรัฐอาจนำอาวุธดังกล่าวเข้ามาในฟิลิปปินส์ หลังทั้งสองประเทศเพิ่งเห็นชอบขยายระยะเวลาบังคับใช้ข้อตกลงเยี่ยมเยืยนทางทหาร ( วีเอฟเอ ) “ออกไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน” ดูเตร์เตกล่าวว่า “หากเป็นความจริง” ฟิลิปปินส์จะยุติข้อตกลงทันที   President Rodrigo Duterte on Sunday said he would immediately terminate the Visiting Forces Agreement (VFA) between the Philippines and the United States the…