นิวเคลียร์สหรัฐฯ อยู่ที่ไหนบ้าง ในชาตินาโต

    ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศจะนำอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีไปติดตั้งในดินแดนเบลารุส ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและเป็นพันธมิตรทางการทหารที่สำคัญที่สุดชาติหนึ่งของรัสเซีย   ความเคลื่อนไหวของรัสเซียถูกมองว่า เป็นความพยายามตอบโต้สหรัฐฯ และพันธมิตรนาโต ที่ยังคงเดินหน้าส่งอาวุธช่วยยูเครน   โดยมีหลายฝ่ายแสดงความไม่เห็นด้วย เช่น โฆษกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ชี้ว่า นี่เป็นการกระทำที่อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ พร้อมกับระบุว่านาโตกำลังเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด   ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรปก็ออกมาเรียกร้องให้เบลารุสยกเลิกข้อตกลงกับรัสเซีย โดยเตือนว่า ความเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้เบลารุสต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรเพิ่มเติม   อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ออกมาเพิ่มเติมจากฝั่งรัสเซีย หลังจากที่ปูตินออกมาแถลงเมื่อวันเสาร์ (25 มี.ค.) โดยอ้างว่า แผนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซีย ไม่ใช่การละเมิดสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นเรื่องปกติ แบบเดียวกับที่สหรัฐฯ ทำในชาติพันธมิตรอื่น ๆ   จากคำกล่าวอ้างของปูติน สำนักข่าว TODAY จะพาไปดูว่าตอนนี้สหรัฐฯ มีคลังอาวุธนิวเคลียร์อยู่ที่ประเทศใดบ้างในยุโรป     ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและไม่แพร่ขยายอาวุธ (Center for Arms Control and…

ทูตรัสเซียในเบลารุสเผย จะติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ใกล้พรมแดนนาโต

    ทูตรัสเซียประจำเบลารุสออกมาบอกว่า รัสเซียจะวางอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในเบลารุสไว้ใกล้กับพรมแดนที่ติดกับประเทศนาโต   หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในเขตแดนของพันธมิตรอย่างเบลารุส จนทำให้มีความเสี่ยงว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์มีมากกว่าที่เคย   ล่าสุดเมื่อคืนนี้ (2 เม.ย.) บอริส กริซลอฟ ทูตรัสเซียประจำเบลารุสออกมาบอกว่า รัสเซียจะวางอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในเบลารุสไว้ “ใกล้กับพรมแดนที่ติดกับประเทศนาโต (NATO)” โดยจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังชายแดนตะวันตกของเบลารุส เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวเพื่อ “รับประกันความปลอดภัย”     พรมแดนด้านตะวันตกของเบลารุสนั้นติดกับโปแลนด์ ส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับลัตเวียและลิทัวเนีย ซึ่งทั้งสามประเทศนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรนาโตทั้งสิ้น   นาโตคือกลุ่มพันธมิตรทางทหารที่เดิมจัดตั้งขึ้นเพื่อขัดขวางการขยายตัวของสหภาพโซเวียตในยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง   “สิ่งนี้จะเกิดได้แม้จะมีเสียงจากยุโรปและสหรัฐฯ ก็ตาม” กริซลอฟกล่าว และเน้นย้ำแผนเดิมของประธานิบดีปูตินว่า โรงเก็บอาวุธนิวเคลียร์จะสร้างเสร็จภายในวันที่ 1 ก.ค. โดยไม่ระบุแน่ชัดว่าอาวุธจะถูกนำไปประจำการที่ใด   นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว กลุ่มนาโตได้เพิ่มจำนวนทหารที่ประจำการในลัตเวีย ลิทัวเนีย และโปแลนด์เกือบ 10 เท่าแล้ว   ด้าน อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส หนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของปูติน กล่าวเมื่อวันศุกร์…

ไม่ใช่แค่ขู่! รัสเซียประกาศแผนติดตั้ง “อาวุธนิวเคลียร์” ในเบลารุส

    ปูตินแถลง บรรลุข้อตกลงติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในดินแดนของเบลารุส เป็นการนำอาวุธนิวเคลียร์ไปใกล้ชาติยุโรปมากขึ้น   หนึ่งในสิ่งที่ทั่วโลกมีความกังวลที่สุดเกี่ยวกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน คือเรื่องของ “การใช้อาวุธนิวเคลียร์” ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้สงครามครั้งนี้รุนแรงขึ้นจนอาจยกระดับกลายเป็น “สงครามโลกครั้งที่ 3”   ตลอดปีที่ผ่านมา คำขู่เรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของฝ่ายรัสเซียดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ทีเล่นทีจริง ไม่มีใครเดาใจผู้นำรัสเซียอย่าง วลาดิเมียร์ ปูติน ออกว่า ท้ายที่สุดแล้วเขาจะตัดสินใจใช้อาวุธร้ายแรงนี้ในการทำศึกหรือไม่     อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 มี.ค.) ปูตินได้ออกมาแถลงผ่านช่องโทรทัศน์ของรัฐว่า “รัสเซียได้บรรลุข้อตกลงในการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในดินแดนของเบลารุส”   ความเคลื่อนไหวนี้เท่ากับว่า รัสเซียได้นำคลังแสงนิวเคลียร์บางส่วนไปไว้ใกล้กับยูเครน และยุโรป   ปูตินอ้างว่า การตัดสินใจนี้ไม่นับเป็นการละเมิดข้อตกลงไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีลักษณะเหมือนกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรหลายชาติในยุโรปที่อนุญาตให้สหรัฐฯ ไปตั้งฐานอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศเหล่านั้นได้   “เรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ประการแรก สหรัฐฯ ทำสิ่งนี้มานานหลายทศวรรษแล้ว พวกเขาติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในดินแดนของประเทศพันธมิตรมานานแล้ว” ปูตินกล่าว   มีการประเมินโดยศูนย์ควบคุมอาวุธและการไม่แพร่ขยายอาวุธว่า สหรัฐฯ มีอาวุธนิวเคลียร์ประมาณ 100 ชิ้นจัดเก็บอยู่ในฐานทัพยุโรป 6 แห่งใน 5 ประเทศ…

IAEA พบหลักฐาน ‘อิหร่าน’ เสริมสมรรถนะยูเรเนียมถึงระดับ 83.7% เกือบทำ ‘ระเบิดนิวเคลียร์’ ได้แล้ว

    ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ตรวจพบอนุภาคยูเรเนียมซึ่งถูกเสริมสมรรถนะจนมีความบริสุทธิ์สูงถึง 83.7% หรือเกือบเทียบเท่ายูเรเนียมที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ อยู่ภายในโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมฟอร์โดว์ (FFEP) ของอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ประเมินล่าสุดว่าอิหร่านอาจจะสามารถผลิตวัสดุฟิสไซล์ได้เพียงพอสำหรับระเบิดนิวเคลียร์ 1 ลูก ภายในเวลาแค่ “12 วัน”   นักการทูตเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า IAEA ได้ตรวจพบร่องรอยดังกล่าวภายในเครื่องหมุนเหวี่ยงวัสดุนิวเคลียร์ (centrifuges) ที่โรงงานฟอร์โด ซึ่งเป็นสถานที่ที่อิหร่านใช้ผลิตยูเรเนียมบริสุทธิ์ 60% อยู่แล้ว ส่วนยูเรเนียมที่จะนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้นั้นจะต้องถูกทำให้บริสุทธิ์ถึง 90%   “ในส่วนของอนุภาคไอโซโทป U-235 ที่มีความบริสุทธิ์เกินกว่า 60% ซึ่งตรวจพบหลังจากมีการนำเครื่องหมุนเหวี่ยงวัสดุนิวเคลียร์ระบบใหม่มาใช้ เรากำลังหารือกับอิหร่านในประเด็นนี้อยู่” รายงานลับที่ IAEA ส่งถึงรัฐสมาชิก ระบุ   IAEA เผยด้วยว่า ยูเรเนียมความบริสุทธิ์ 60% ในสต๊อกของอิหร่านเพิ่มขึ้นอีก 25.2 กิโลกรัม มาอยู่ที่ 87.5 กิโลกรัมภายในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา และคาดว่าเวลานี้อิหร่านมียูเรเนียมที่ผ่านการเสริมสมรรถนะทั้งในระดับ 60% และต่ำกว่าอยู่ทั้งหมด 3,760.8 กิโลกรัม…

“คิมจองอึน” สั่งเร่งพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป-ขยายคลังแสงนิวเคลียร์

  สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือระบุว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเรียกร้องให้พัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่และขยายคลังแสงนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามที่นำโดยสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปะทุระหว่างสองเกาหลี   ในการประชุมของพรรคแรงงาน คิมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษา “อำนาจทางทหารที่ครอบงำ” เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยและความมั่นคง การประชุมมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลี หลังโดรนของเกาหลีเหนือบินข้ามพรมแดนเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และการยิงขีปนาวุธหลายครั้งของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)   คิมกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ว่า พยายามโดดเดี่ยวและยับยั้งเกาหลีเหนือด้วยการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ที่ถูกนำไปใช้อย่างต่อเนื่องในเกาหลีใต้ โดยเรียกมันว่า “สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ”   สำนักข่าวเคซีเอ็นเอระบุว่า นายคิมให้คำมั่นว่าจะพัฒนาระบบขีปนาวุธข้ามทวีปอีกระบบหนึ่ง ซึ่งมีภารกิจหลักคือการโจมตีตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว ภายใต้แผนการหนุนกองกำลังนิวเคลียร์ของประเทศ   แถลงการณ์ยังระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกาหลีเหนือต้องใช้ความพยายามเป็นสองเท่าในการเสริมกำลังทหาร เพื่อตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวทางทหารที่น่ากังวลของสหรัฐฯ และกองกำลังศัตรูอื่น ๆ   คิมกล่าวว่า เกาหลีใต้กลายเป็น “ศัตรูที่ไม่อาจปฏิเสธของเรา” โดยเป็น “ศัตรูตัวฉกาจในการสร้างอาวุธที่อันตรายและไร้ความรอบคอบ” และการเคลื่อนไหวทางทหารที่ไม่เป็นมิตร   “มันเน้นย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นของการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีจำนวนมาก และเรียกร้องให้เพิ่มคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศแบบทวีคูณ” พร้อมเสริมว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็น “แนวทางหลัก” ของยุทธศาสตร์นิวเคลียร์และการป้องกันประเทศในปี 2566   เคซีเอ็นเอรายงานว่า ในส่วนหนึ่งของแผน เกาหลีเหนือจะเปิดตัวดาวเทียมทางการทหารดวงแรก “โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”…

โลกช็อก! “คิม จองอึน” ประกาศมีสิทธิ์ใช้ “อาวุธนิวเคลียร์” โจมตีก่อนหากถูกคุกคาม ธิงแทงก์สหรัฐฯเตือน อาจได้เห็นทดสอบนุ๊กครั้งที่ 7

  เอพี/รอยเตอร์ – ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ล่าสุดประกาศจุดยืนเปียงยางมีสิทธิ์ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยุทธศาสตร์โจมตีก่อนของเกาหลีเหนือหากว่าถูกคุกคาม ยืนยันอย่างหนักแน่นโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จะยังคงเดินหน้าต่อไป ท่ามกลางกลุ่มเกาหลีเหนือแปรพักตรกลับมาปล่อยบอลลูนใบปลิวข้ามพรมแดนอีกครั้ง ธิงแทงก์สหรัฐฯ CSIS ออกรายงานภาพดาวเทียมล่าสุดแสดงความเคลื่อนไหวการเตรียมความพร้อมเกิดขึ้นด้านนอกอุโมงค์หมายเลข 3 อาจจะได้เห็นการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 7 ของเกาหลีเหนือในไม่ช้า   เอพีรายงานเมื่อวานนี้(30 เม.ย)ว่า สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA รายงานในวันเสาร์(30 เม.ย) ว่าในการประชุมประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ออกมาเตือนอีกครั้งว่า เปียงยางสามารถใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีก่อนหากว่าถูกคุกคาม   สื่อเกาหลีเหนือชี้ว่าเขาเรียกบรรดาเจ้าหน้าที่กองทัพระดับสูงมาพบเพื่อแสดงความชื่นชมการทำงานของคนเหล่านี้ระหว่างพิธีการสวนสนามแสดงแสนยานุภาพทางการทหารครั้งใหญ่ในกรุงเปียงยางเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(25 เม.ย)ที่ทางเกาหลีเหนือแสดงคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุด   ในพิธีพาเหรดมีการนำขีปนาวุธพิสัยข้ามทวีป ICBM ที่มีความสามารถเข้าโจมตีไปถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ และในการจัดแสดงยังมีขีปนาวุธพิสัยใกล้แบบพลังงานแข็งที่ถูกออกแบบให้สามารถยิงมาจากรถเคลื่อนที่ทางบกหรือจากเรือใต้น้ำเป็นภัยคุกคามซึ่งหน้าต่อทั้ง “เกาหลีใต้” และ “ญี่ปุ่น”   เอพีชี้ว่า KCNA ไม่ได้กล่าวไปถึงว่าการประชุมนี้เกิดขึ้นเมื่อใด   ในที่ประชุมประธานาธิบดีคิมยืนยันอย่างหนักแน่นที่จะเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของกองทัพเปียงยางต่อไปเพื่อให้มันสามารถถูกใช้ในทางยุทธศาสตร์การโจมตีข้าศึกล่วงหน้าท่ามกลางอันตรายทั้งปวงที่อาจจะเกิดขึ้นนรวมไปถึงความเคลื่อนไหวที่คุกคามและการยกระดับภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ที่หากเกิดขึ้นจากฝ่ายปรปักษ์” รายงานจากแถลงการณ์ของ KCNA   คิม จองอึนพูดต่อหน้ากองกำลังทหารเกาหลีเหนือจำนวนมากและผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์พิธีสวนสนามครบรอบ 90 ปีกองทัพเกาหลีเหนือ ประกาศที่จะเดินหน้าพัฒนากองกำลังนิวเคลียร์ของเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้ พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศข่มขู่ที่จะใช้มันหากถูกยั่วยุ  …