นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟเตือนพลเมืองเตรียมอพยพ หากไฟฟ้าดับทั้งระบบ

  นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟเตือนพลเมืองเตรียมอพยพออกนอกพื้นที่ หากไฟฟ้าดับทั้งระบบ หลังตลอดหลายสัปดาห์ที่รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในเมืองอย่างหนักหน่วง   นาย วิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนยังคงมีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ พร้อมทั้งยืนยันว่าได้เตรียมแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆไว้แล้ว รวมทั้งจุดพักพิงฉุกเฉิก 1,000 จุด ที่ติดตั้งเครื่องทำความร้อน เพื่อให้ประชาชนพักอาศัย หากเกิดกรณีฉุกเฉิน   ขณะเดียวกัน คลิตชโก แนะนำประชาชนในกรุงเคียฟที่มีอยู่ราว 3 ล้านคน เตรียมความพร้อมย้ายไปอยู่กับเพื่อน หรือ ญาติ ในย่านชานเมืองที่ระบบไฟฟ้าและน้ำประปายังคงใช้การได้     โดย คลิตชโก ยังเตือนประชาชนเร่งสำรองของใช้จำเป็นโดยเฉพาะเชื้อเพลิง อาหาร และ น้ำ   คำเตือนของ คลิทช์โก เกิดขึ้นหลัง ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศที่มีเป้าหมายหลักคือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและไฟฟ้าในกรุงเคียฟ ทำให้ระบบผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ประมาณ 40% ถูกทำลาย หรือได้รับความเสียหาย และ ทางการต้องใช้วิธีดับไฟในบางช่วงเวลา เพื่อไม่ให้ระบบที่เหลืออยู่ทำงานหนักจนเกินไป     ขณะที่สื่อมวลชนหลายสำนักของรัสเซีย รายงานโดยอ้างคำพูดของหน่วยฉุกเฉินเมื่อวานนี้ ว่า…

แฮ็กเกอร์จากคิวบาร่วมทำสงครามไซเบอร์โจมตียูเครน

  ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ของยูเครน (CERT-UA) ออกคำเตือนเกี่ยวกับกลุ่มมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ปลอมตัวเป็นสำนักประชาสัมพันธ์ของผู้บัญชาการกองทัพยูเครนในการส่งอีเมลแฝงมัลแวร์ไปยังเหยื่อ   ในอีเมลที่กลุ่มดังกล่าวส่งไปนั้นมีลิงก์ที่เชื่อมไปยังเว็บไซต์ภายนอกที่จะชี้ชวนให้ดาวน์โหลดไฟล์ เนื้อหาในเว็บไซต์นั้นอ้างว่าต้องการให้เหยื่ออัปเดตโปรแกรมอ่าน PDF หากเหยื่อกดปุ่มดาวน์โหลด มัลแวร์ประเภทโทรจันแบบสั่งการระยะไกล (RAT) ชื่อว่า Romcom ก็จะเข้าไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อในทันที   Romcom ถือเป็นมัลแวร์ชนิดใหม่ที่มีใช้ที่กลุ่มแฮ็กเกอร์จากคิวบานำมาใช้ โดย CERT-UA ตั้งชื่อกลุ่มนี้ว่า UAC-0132 (ส่วน Unit 42 ของ Palo Alto Network ขนานนามให้ว่าเป็น Tropical Scorpius ขณะที่ Mandiant ตั้งชื่อให้ว่า UNC2596)   จากการตรวจสอบของ Unit 42 ยังพบด้วยว่าแฮ็กเกอร์กลุ่มนี้ผสมผสานรูปแบบและเครื่องมือการโจมตีที่หลากหลาย ซึ่งยากต่อการป้องัน   คริส เฮาค์ (Chris Hauk) จาก Pixel Privacy บริษัทด้านไซเบอร์ระบุว่าการโจมตีในลักษณะนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียยังไม่ยุติ กลุ่มแฮ็กเกอร์บางส่วนก็ร่วมโจมตียูเครนด้วยเหตุผลทางการเงิน   Unit…

‘เซเลนสกี’ โวยรัสเซียจ้อง ‘ระเบิดเขื่อน’ เสี่ยงทำภาคใต้ยูเครนน้ำท่วมใหญ่ จี้ตะวันตกลงโทษเทียบเท่าใช้ ‘นิวเคลียร์-อาวุธเคมี’

  ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนเรียกร้องให้ชาติตะวันตกช่วยยับยั้งรัสเซียไม่ให้ระเบิดทำลายเขื่อนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ภาคใต้ยูเครนต้องเผชิญ “น้ำท่วม” ครั้งใหญ่ ขณะที่กองกำลังเคียฟเตรียมรุกคืบขับไล่ทหารรัสเซียออกจากภูมิภาคเคียร์ซอน (Kherson)   เซเลนสกี แถลงผ่านสื่อโทรทัศน์วานนี้ (20 ต.ค.) ว่า กองทัพรัสเซียได้วางทุ่นระเบิดเอาไว้ภายในเขื่อนโนวาคาคอฟกา (Nova Kakhovka ) ซึ่งกั้นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และมีแผนที่จะระเบิดทำลายมันทิ้ง   “ตอนนี้ทุกคนทั่วโลกต้องร่วมมืออย่างแข็งขันเพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียก่อการร้ายครั้งใหม่ เพราะการทำลายเขื่อนแห่งนี้ย่อมหมายถึงหายนะในวงกว้าง” ผู้นำยูเครนกล่าว   รัสเซียเคยออกมากล่าวหายูเครนว่ายิงจรวดโจมตี และวางแผนที่จะทำลายเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยูเครนชี้ว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามอสโกกำลังคิดที่จะระเบิดเขื่อน และโยนความผิดให้เคียฟ   แม่น้ำดนีโปร (Dnipro) ซึ่งแบ่งยูเครนออกเป็น 2 ส่วนมีความกว้างหลายกิโลเมตร ในบางจุด และการระเบิดทำลายเขื่อนโนวาคาคอฟกาจะส่งผลให้มีมวลน้ำมหาศาลไหลหลากเข้าท่วมชุมชนที่อยู่เบื้องล่าง รวมถึงเมืองเคียร์ซอนซึ่งกองกำลังยูเครนตั้งเป้าว่าจะต้องยึดคืนจากรัสเซียให้ได้ นอกจากนี้ ยังจะส่งผลกระทบต่อระบบคลองชลประทานที่หล่อเลี้ยงพื้นที่ภาคใต้ของยูเครน ตลอดจน “คาบสมุทรไครเมีย” ซึ่งรัสเซียใช้กำลังผนวกไปเมื่อปี 2014   เซเลนสกี เรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกประกาศชัดเจนว่า การระเบิดทำลายเขื่อนมีค่าเท่ากับ “การใช้อาวุธทำลายล้างสูง” และจะต้องได้รับบทลงโทษเช่นเดียวกับในกรณีที่รัสเซียใช้ “ระเบิดนิวเคลียร์” หรือ “อาวุธเคมี”…

รัสเซียถล่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วยูเครน เคียฟหวั่นเกิดวิกฤติ

  ยูเครนยอมรับ ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียสร้างความเสียหายให้กับระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแล้ว “ราว 1 ใน 3” เพิ่มความกังวลว่า อาจส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตของประชาชน   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ระลอกใหม่ของรัสเซีย ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของยูเครน “ประมาณ 30%” และเตือนชาวยูเครนเพิ่มการตื่นตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับภาวะขัดข้องด้านกระแสไฟฟ้า น้ำประปา และระบบทำความร้อน เนื่องจากการโจมตีของกองทัพรัสเซีย “หนักหน่วงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”   Another kind of Russian terrorist attacks: targeting ?? energy & critical infrastructure. Since Oct 10, 30% of Ukraine’s power stations have been destroyed, causing massive…

รัสเซียลักพาตัว ผอ.โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย IAEA เร่งประสาน หวั่นกระทบความปลอดภัย

REUTERS   รัสเซียลักพาตัว ผอ.โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย IAEA เร่งประสาน หวั่นกระทบความปลอดภัย   Energoatom บริษัทที่ดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครนระบุว่า กองกำลังรัสเซียได้ทำการลักพาตัวหัวหน้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยการลักพาตัวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา   Energoatom ระบุว่า รัสเซียได้ลักพาตัวนายอิฮอร์ มูราชอฟ ผู้อำนวยการทั่วไปของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยกองทหารรัสเซียได้หยุดรถของเขา ปิดตา ก่อนจะพาไปยังสถานที่ที่ไม่เปิดเผย   นายเปโตร โคดิน ประธานบริษัท Energoatom กล่าวว่า การกักขังผู้อำนวยการของโรงไฟฟ้าซาปอริซเซียโดยรัสเซีย เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของยูเครนและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป พร้อมกับเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายมูราชอฟทันที   ด้านนายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) แสดงความคาดหวังว่านายมูราชอฟจะสามารถกลับไปหาครอบครัวของเขาได้อย่างปลอดภัยและอย่างรวดเร็ว และจะสามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่มีความสำคัญของเขาที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียได้   ทั้งนี้ มีรายงานว่าไอเออีเอได้ติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับการกักขังตัวนายมูราชอฟเป็นการชั่วคราว ซึ่งไอเออีเอมองว่ามีผลกระทบอย่างมากต่อเจ้าตัว และต่อมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงทางนิวเคลียร์       ——————————————————————————————————————————- ที่มา : …

ยูเครนแจกยาเม็ดไอโอดีนให้ชาวบ้านใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หวั่นรังสีรั่วไหล

  ยูเครนแจกยาเม็ดโพแทสเซียมไอโอดีนป้องกันกัมมันตภาพรังสีให้ประชาชนรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปรีเจีย หวั่นเกิดภัยพิบัติ รังสีรั่วไหล วันที่ 27 สิงหาคม 2565 เอ็นบีซีนิวส์รายงานว่า ทางการยูเครนเริ่มแจกจ่ายยาเม็ดไอโอดีนให้กับผู้ที่อยู่อาศัยใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่าการสู้รบรอบโรงไฟฟ้าฯ อาจก่อให้เกิดการรั่วไหลของรังสี หรือนำไปสู่ภัยพิบัติที่อันตรายกว่า ความเคลื่อนดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปรีเจียถูกตัดการเชื่อมต่อจากโครงข่ายไฟฟ้าของยูเครนเป็นการชั่วคราว เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 40 ปี เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ในยูเครน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดกับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล เมื่อปี 2529 “โวโลดิมีร์ มาร์ชุค” โฆษกสำนักบริหารภูมิภาคซาโปรีเจียของกองทัพยูเครน เผยว่า ยาเม็ดไอโอดีนถูกแจกจ่ายให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตรจากโรงงานในเมืองเอเนอร์โฮดาร์ (Enerhodar) “ผู้ได้รับยาชนิดนี้ได้รับคำสั่งไม่ให้ใช้ยาในลักษณะการป้องกัน เพราะยานี้จะใช้ในกรณีที่รังสีรั่วไหลในอนาคต ซึ่งในเวลานั้นรัฐบาลจะสั่งให้ประชาชนกินยาเม็ดนี้” อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ระบุว่า มีการแจกจ่ายยามากน้อยแค่ไหน และใครบ้างที่ได้รับยา แต่เขาได้เผยทางเทเลแกรมว่า มีการส่งมอบยาเม็ดไอโอดีน 25,000 เม็ด ไปยังเมืองทางตอนใต้ พร้อมกับเน้นย้ำว่า ระดับรังสีที่โรงไฟฟ้าฯ และพื้นที่โดยรอบ ขณะนี้ยังเป็นปกติ ยาเม็ดโพแทสเซียมไอโอดีนมีคุณสมบัติในการบล็อกสารกัมมันตภาพรังสีชนิดหนึ่ง และถูกนำมาใช้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ เพื่อช่วยปกป้องต่อมไทรอยด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บริษัทเอเนอร์โกอะตอม (Energoatom) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครนระบุว่า โรงไฟฟ้าฯ แห่งนี้ได้รับพลังงานอย่างปลอดภัยผ่านสายไฟฟ้าที่ซ่อมแซมแล้วจากโครงข่ายไฟฟ้า หนึ่งวันหลังจากถูกตัดการเชื่อมต่อจากโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ…