แบงก์ชาติเอาจริง! ประกาศบังคับทุกธนาคาร เริ่มใช้มาตรการป้องกันภัยโกงเงิน

  แบงก์ชาติ (ธนาคารแห่งประเทศไทย) เผยว่า ปัจจุบันภัยทุจริตทางการเงินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและหลากหลายรูปแบบ เช่น SMS หลอกลวง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอปพลิเคชันให้สินเชื่อปลอม และแอปพลิเคชันดูดเงิน จึงต้องบังคับใช้มาตรการป้องกันกับทุกธนาคาร   แบงก์ชาติ หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่พบภัยจากไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็น SMS ปลอม , แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และแอปพลิเคชั่นดูดเงินต่างๆ   แบงก์ชาติ จึงต้องออกนโยบายเป็นชุดมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน ที่ดูแลตลอดเส้นทางการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยกำหนดเป็นแนวปฏิบัติขั้นต่ำให้สถาบันการเงินทุกแห่งปฏิบัติตามเป็นมาตรฐานเดียวกัน สรุปได้ดังนี้     มาตรการป้องกัน เพื่อปิดช่องทางที่มิจฉาชีพจะเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น –  ให้สถาบันการเงินงดการส่งลิงก์ทุกประเภทผ่าน SMS อีเมล และงดส่งลิงก์ขอข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน –  จำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน mobile banking (username) ของแต่ละสถาบันการเงินให้ใช้ได้ใน 1 อุปกรณ์เท่านั้น โดยต้องจัดให้มีการแจ้งเตือนผู้ใช้บริการ mobile banking ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง –  พัฒนาระบบความปลอดภัยบน…

8 ธนาคาร เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ โทรได้ 24 ชม.

  ธนาคาร 8 แห่ง เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โทรแจ้งเหตุได้ 24 ชั่วโมง   วันนี้ (3 มี.ค.2566) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหามิจฉาชีพหลอกหลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ มีการโอนเงินออกจากบัญชีผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารจนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำงานร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และธนาคารของรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาและบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดแก่ประชาชน   ล่าสุด ทั้งส่วนธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจรวม 8 แห่ง ได้เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพของธนาคาร เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพโทรแจ้งเหตุ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นความเสียหายให้เร็วที่สุด ประกอบด้วย   ธนาคารกสิกรไทย 0-2888-8888 กด 001   ธนาคารกรุงไทย 0-2111-1111 กด 108…

ธปท.ชงมาตรการเพิ่ม Biometric บนโมบายแบงกิ้ง ป้องกันบัญชีม้า-ฟอกเงิน

    ธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินเห็นพ้องเรื่องการเพิ่มมาตรการยืนยันตัวตน ผ่านเทคโนโลยี Biometric Comparison หลังพบข้อมูลการทุจริตจากบัญชีม้าและธุรกรรมต้องสงสัย แต่จะจัดทำโดยไม่ขัดต่อกฏหมาย PDPA   นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. และสถาบันการเงินอยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการทุจริต และบัญชีม้าระหว่างกัน   โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ หลังจากร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีผลบังคับใช้ โดยร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าว กำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่ต้องสงสัยได้ โดยไม่ขัดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   ทั้งนี้ ธปท. ยังมีมาตรการป้องกันเพิ่มเติมด้วยคือมีการเพิ่มเงื่อนไขในกระบวนการยืนยันตัวตน โดยให้ธนาคารเพิ่มเทคโนโลยี biometric comparison บนโมบายแบงกิ้งเข้าไป หากพบว่ามีการโอนเงินที่ผิดเงื่อนไขตามที่กำหนด   ไม่ว่าจะเป็น การโอนเงินจำนวนมาก ทั้งจำนวนเงิน และความถี่ รวมถึงการปรับเพิ่มวงเงินต่อวัน โดยกำหนดตามพฤติกรรมหรือระดับความเสี่ยงของลูกค้าของธนาคาร รวมทั้งให้มีช่องทางติดต่อเร่งด่วน (Hotlines) อย่างเพียงพอตลอด 24 ชม. เพื่อเป็นช่องทางให้ลูกค้าสามารถแจ้งเหตุหลอกลวงได้โดยตรง…

เริ่มปีหน้า ยืนยันตัวตน ก่อนฝากเงิน แบงค์ชาติเพิ่มทางเลือก ใช้ OTP

  แบงค์ชาติเปลี่ยนใหม่ ปรับขั้นตอนให้ง่ายขึ้นก่อนฝากเงินที่ตู้ ผู้ใช้ต้องยืนยันตัวตนผ่าน OTP เริ่ม 1 มิ.ย. ปีหน้า   หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยออกกฎเข้ม ที่จะให้ผู้ทำธุรกรรมจะต้องเสียบบัตร Debit หรือบัตร Credit และต้องใส่รหัส PIN ก่อนการฝากเงินผ่านตู้ ส่อแววไปไม่รอด   เพราะดูได้จากกระแสตอบรับจากประชาชน ที่ให้เหตุผลว่าเหมือนผลักภาระไปให้ผู้ใช้ สร้างความยุ่งยาก อาจทำให้การทำธุรกรรมนั้นล่าช้าไปกว่าเดิม   จึงได้หาแนวทางใหม่อีกครั้ง โดยร่วมมือกับกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพิ่มวิธีการยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP (One Time Password) เป็นทางเลือกให้กับประชาชน   ผู้ฝากเงินผ่านตู้จะต้องกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน และเบอร์โทรศัพท์มือถือเพื่อรับรหัส OTP ก่อนทำธุรกรรมฝากเงิน ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกให้ประชาชนสามารถใช้วิธีการแสดงตัวตนจากโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ได้สะดวกและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม   โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป และในระหว่างการเปิดใช้งานธนาคารเผยว่าจะร่วมพัฒนาและเพิ่มทางเลือกอื่น ๆ เข้ามาซับพอร์ตผู้ใช้มากขึ้น   ขั้นตอนการยืนยันตัวตนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการฟอกเงิน , ค้ายาเสพติด หรือก่อการร้ายที่เกิดจากการธุรกรรมผ่านตู้ ATM,…

ธนาคารบังคับยืนยันตัวตน เพิ่มความปลอดภัย ก่อนฝากเงินผ่านตู้

  กลับมาใช้บัตร ธนาคารบังคับยืนยันตัวตน เพิ่มความปลอดภัย ก่อนฝากเงินผ่านตู้   ขั้นตอนเยอะแต่ปลอดภัยขึ้น ธนาคารออกกฎใหม่บังคับยืนยันตัวตนก่อนฝากเงินที่ตู้   กลายเป็นที่ถกเถียงในโลกโซเซียล เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยปรับขั้นตอนการฝากเงินผ่านตู้ฝากเงิน (CDM) ทั้ง 11 ธนาคาร ซึ่งต้องมีการยืนยันตัวตนทุกครั้งก่อนทำธุรกรรม   ผู้ใช้จะต้องเสียบบัตร Debit หรือบัตร Credit และต้องใส่รหัส PIN ก่อนการฝากเงินสด โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป   สำหรับคนที่ไม่มีบัตรแต่อยากฝากเงิน ทางธนาคารแนะนำให้ไปฝากที่สาขาใกล้เคียง ตู้เติมเงิน ร้านสะดวกซื้อหรือไปรษณีย์ เป็นต้น   สาเหตุที่ธนาคารบังคับผู้ใช้จะต้องยืนยันตัวตน ก็เพื่อป้องกันการฟอกเงิน , ค้ายาเสพติด หรือก่อการร้ายที่เกิดจากการธุรกรรมผ่านตู้ ATM, และตู้ CDM นั่นเอง   ในปัจจุบันตู้ฝากเงินของแต่ละธนาคาร ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนผ่านบัตรประชาชนได้ โดยจะเร่งดำเนินการพัฒนาระบบให้รองรับได้ต่อไป   การออกกฎให้เข้มงวดขึ้น มีเสียงตอบรับจากประชาชนมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บ้างก็ว่าเกิดความยุ่งยากและผลักภาระให้ผู้ใช้งาน แต่อีกความเห็นหนึ่งก็เผื่อสร้างเกราะป้องกันความปลอดภัยให้ตัวเองได้มากขึ้น  …

ธปท. กล่าวโทษผู้ให้บริการทางการเงิน ไม่ออกใบแจ้งหนี้ เปิดเผยข้อมูลลูกค้า

    การกล่าวโทษผู้ให้บริการทางการเงิน กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct)   นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ธปท. ได้กำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงินให้ยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) อย่างต่อเนื่อง   โดย ธปท. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดรับกับพัฒนาการใหม่ๆ สุ่มตรวจสอบธุรกรรมและการบริหารจัดการ และสั่งการเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อลูกค้า รวมถึงได้เปรียบเทียบปรับและกล่าวโทษกรณีผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติฝ่าฝืนหลักเกณฑ์จนส่งผลเสียต่อผู้ใช้บริการทางการเงิน และเปิดเผยข้อมูลคุณภาพการให้บริการ ผ่านเว็บไซต์ ธปท. และเว็บไซต์ผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อความโปร่งใสและเพื่อให้ผู้ใช้บริการทางการเงินมีข้อมูลประกอบการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง   จากข้อมูลการร้องเรียนของประชาชนและการตรวจสอบของ ธปท. พบว่าในช่วงที่ผ่านมา มีผู้ให้บริการทางการเงิน 2 ราย ซึ่งประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย2 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้าน Market conduct เกี่ยวกับการให้ข้อมูลแก่ลูกค้าอย่างเพียงพอและการดูแลข้อมูลลูกค้า อันทำให้มีความผิดตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ประกาศกระทรวงการคลัง และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ดังนี้3   1. บริษัท แมคคาเล…