จากข่าวอายัดบัญชี สู่“บัญชีม้า5 สี” บัญชีก่ออาชญากรรมทางการเงิน ไม่ว่าคุณจะรู้หรือไม่?ก็มีความผิด

ในยุคดิจิทัลที่การทำธุรกรรมทางการเงินเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว การรู้เท่าทันภัยร้ายที่แฝงมาก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะภัยที่เรียกว่า “บัญชีม้า” ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกังวล จนถึงขั้นแห่ถอนเงินสดออกจากบัญชี เพราะกลัวว่าบัญชีตัวเองจะถูกอายัดโดยไม่รู้ตัว

ความคืบหน้าการดำเนินการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ภาครัฐได้มีการตราพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 เพื่อเพิ่มเติมมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

6 กลโกงยอดฮิตที่มิจฉาชีพใช้แอบอ้างหน่วยงานต่างๆ

มาดูกันว่ามิจฉาชีพมีวิธีไหนบ้าง ที่ใช้หลอกเราให้โอนเงิน หรือล้วงข้อมูลสำคัญของเราไป เช่น อ้างว่าเป็นธนาคาร DSI ตำรวจ การไฟฟ้า แบงก์ชาติ หรือกรมบัญชีกลาง

จากบัญชีธนาคาร สู่ บัญชีคริปโตฯ เมื่อ “บัญชีม้า” กำลังกลายพันธุ์ ภัยใหม่โลกดิจิทัล

    ในสังคมไทย คำว่า “บัญชีม้า” ไม่ใช่คำใหม่ แต่กลับเป็นคำที่อยู่คู่กับข่าวอาชญากรรมมานานหลายปี และยิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นทุกครั้งที่มีเหยื่อโผล่มาเล่าเรื่องราวผ่านหน้าสื่อ บัญชีม้าในความหมาย คือ บัญชีธนาคารที่ถูกใช้โดยผู้อื่นเพื่อรับ-โอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงหรือการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลงทุน, คอลเซ็นเตอร์, ซื้อขายออนไลน์ หรือแม้แต่แชร์ลูกโซ่ในยุคใหม่ เรื่องน่าเศร้า เมื่อผู้เป็นเจ้าของบัญชีม้ามักไม่ใช่ผู้ก่อเหตุโดยตรง แต่กลับต้องกลายเป็น “ผู้ต้องสงสัย” ในทางกฎหมาย บางคนตกเป็นเหยื่อเพียงแค่ให้คนรู้จักยืมบัญชี หรือบางคนโดนขโมยข้อมูลบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีโดยไม่รู้ตัว แต่อีกทาง ก็มีคนอีกจำนวนมาก ยอมแลกบัตรประชาชนตัวเองกับเงินแค่ 500 บาทเรื่อยไปถึง 2,000 บาท และในขณะที่ภาครัฐเร่งปราบปรามขบวนการใช้บัญชีม้าในระบบธนาคาร (ยอดสะสม ณ สิ้น ก.พ. 2568 มากกว่า 2 ล้านบัญชี หรือมากกว่า 1 แสน 5 หมื่นรายชื่อ) ล่าสุด มิจฉาชีพกำลังเปลี่ยนสนามจากโลกที่ผูกติดกับบัญชีธนาคารแบบดั้งเดิมสู่โลกดิจิทัลที่มีกระเป๋าคริปโตเคอร์เรนซีแทนบัญชีธนาคาร ซึ่งดูเหมือนวิธีฟอกเงินจะซับซ้อนและติดตามได้ยากขึ้น เป็นภัยสำหรับคนธรรมดาอย่างยิ่ง จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นการโอนเงินระหว่างบัญชีม้าเป็นทอด ๆ ที่สั้นลงอย่างมีนัย จากเดิมที่เคยโอนเงินผ่านบัญชีม้า 4-5…

แก้เกมโจรออนไลน์! ‘ดีอี’ ฉีดยาแรงแก้กฎหมายคืนเงินเหยื่อ

    กระทรวงดีอี ออกโรงเร่งแก้กม.ปราบโจรออนไลน์ คลอดกฎหมายใหม่ โหดขึ้น 5 เท่า ฟันคนขายข้อมูล เช็กบิลแบงก์-ค่ายมือถือ ยันเร่งดำเนินการเพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่กับประชาชน   วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึง การแก้ไขกฎหมายเพื่อยกระดับการแก้ปัญหาภัยออนไลน์ ว่า กระทรวงดีอี ได้เสนอร่างกฎหมาย ที่แก้ไขเพิ่มเติมของ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เพื่อให้ การแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น   ซึ่งจะมีการเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการระงับหรืออายัดบัญชีม้าที่มีเงินในธนาคาร และการเพิ่มโทษ การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่า เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคม โดยจะเพิ่มอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี นอกจากนี้ ยังเพิ่มความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือ สื่อสังคมออนไลน์ ในความเสียหายของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ หากผู้ประกอบการละเลย หรือไม่ดูแลระบบอย่างดีพอ รมวถึงและมีการการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลด้วย   “รองนายกฯ…

การเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงจากการฉ้อโกงข้อมูลไบโอเมตริกซ์ และผลกระทบต่อสถาบันการเงิน

  การบริหารความเสี่ยงทางไซเบอร์ต้องเน้นการตรวจสอบความปลอดภัยของผู้ให้บริการบุคคลที่สามอย่างเคร่งครัด ควรประเมินการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบไบโอเมตริกซ์ตามมาตรฐาน ISO 27001, NIST และการรับรอง SOC 2 Type 2 การใช้เครื่องมือตรวจสอบช่วยในการติดตามกิจกรรมของผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่องและตั้งค่าการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเข้มงวดจะช่วยลดความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูล   จากการคาดการณ์ของ Deloitte Center for Financial Services ภายในปี 2570 การฉ้อโกงข้อมูลไบโอเมตริกซ์สังเคราะห์จะก่อให้เกิดความสูญเสียมากกว่า 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทคโนโลยีอย่าง Deepfake ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างข้อมูลไบโอเมตริกซ์สังเคราะห์ที่มีความสมจริงและน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมยจากเว็บมืดหรือสร้างขึ้นใหม่ การพัฒนาของ Generative AI ยังเพิ่มความเสี่ยงจาก Deepfake ให้รุนแรงขึ้น รายงานของ World Economic Forum (WEF) ในปี 2566 ระบุว่าเหตุการณ์ Deepfake ที่เกี่ยวข้องกับฟินเทคเพิ่มขึ้น 700% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าในปี 2569 เนื้อหาออนไลน์มากถึง 90% อาจถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีสังเคราะห์   ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย การจัดการกับการฉ้อโกงข้อมูลไบโอเมตริกซ์กลายเป็นประเด็นเร่งด่วน…