เผยระงับเครื่องบินแอโรฟล็อตบินขึ้นจากสุวรรณภูมิเป็นเรื่องเข้าใจผิด

เผยระงับเครื่องบินแอโรฟล็อตบินขึ้นจากสุวรรณภูมิเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผู้โดยสารตุรกีเพียงกล่าวลาแฟนหนุ่ม ไม่ใช่ลาตาย สำนักข่าวไทยรายงานถึงความคืบหน้ากรณีเครื่องบินของสายการบินแอโรฟล็อต เที่ยวบินที่ SU 271 ต้องระงับการออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังกรุงมอสโกของรัสเซียโดย กะทันหันเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ว่า เกิดจากความเข้าใจผิดของพนักงานบนเครื่องบิน ว่าผู้โดยสารหญิงชาวตุรกีกล่าวถ้อยคำลาตายขณะเครื่องเตรียมบินขึ้น ทั้งที่เพียงโบกมือและกล่าวลาแฟนหนุ่มที่อยู่ด้านนอกเท่านั้น ทั้งนี้ พนัก งานสอบสวน สภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แจ้งผลการสอบปากคำผู้โดยสารชาวตุรกีคนดังกล่าว คือนางสาว SEFIKA KANIK อายุ 38 ปี ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทางเจ้าหน้าที่จึงขอระงับการเดินทางไปกับเที่ยวบิน SU 271 ของผู้โดยสารรายนี้ไปก่อน และจะจัดหาเที่ยวบินใหม่ให้โดยเร็วที่สุด โดยไม่มีการดำเนินคดีใด ๆกับผู้โดยสารรายนี้ ด้านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแจ้งว่า ผลการตรวจสอบตัวเครื่องบิน รวมทั้งผู้โดยสารและสัมภาระทั้งหมดของเที่ยวบินนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง ปรากฏว่าไม่พบวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงได้อนุมัติให้นำเครื่องบินขึ้นอีกครั้งเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันนี้ ที่มา : Facebook Page บีบีซีไทย – BBC Thai

ระทึก! 2 เที่ยวบิน “แอร์ฟรานซ์” เปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉิน หลังเจอขู่วางระเบิด

            เอเอฟพี – เครื่องบินของสายการบินแอร์ฟรานซ์ จำนวน 2 เที่ยวบินซึ่งออกเดินทางจากสหรัฐฯ เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงปารีส ต้องเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉินในรัฐยูทาห์เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) หลังสายการบินได้รับคำขู่ “วางระเบิด”         แอร์ฟรานซ์แถลงว่า สายการบินได้รับคำขู่วินาศกรรมเที่ยวบิน 65 ซึ่งออกเดินทางจากนครลอสแองเจลิส และเที่ยวบิน 55 ซึ่งทะยานขึ้นฟ้าจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงฝรั่งเศส         เหตุระทึกขวัญทางการบินนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากกรุงปารีสเผชิญเหตุโจมตีครั้งเลวร้ายฝีมือกลุ่มอิสลามิสต์หัวรุนแรง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 129 ราย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 พ.ย.)         สายการบินยืนยันว่า เครื่องบินทั้ง 2 ลำลงจอดอย่างปลอดภัย และได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย        …

ตะวันตกผวาหนัก! อพยพผู้โดยสารออกจากสนามบินเดนมาร์ก หลังพบกระเป๋าต้องสงสัย

          เอเอฟพี/เอเจนซี – ตำรวจเดนมาร์กต้องสั่งอพยพผู้คนออกจาก 1 ใน 2 ของอาคารผู้โดยสารของสนามบินคาสทรุพนานกว่า 2 ชั่วโมงในวันพุธ (18 พ.ย.) หลังพบกระเป๋าต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม หลังตรวจค้นโดยละเอียดไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด        “มีการอพยพที่อาคารผู้โดยสาร 3 หลังพบกระเป๋าต้องสงสัยตอนราวๆ เที่ยงวัน แต่ไม่มีคำขู่โดยตรง” สตีน แฮนเซน โฆษกตำรวจบอกกับเอเอฟพี “สุนัขดมกลิ่นถูกส่งเข้ามายังจุดเกิดเหตุ รถไฟทุกขบวนที่มุ่งหน้ามายังสนามบินถูกระงับ”         ทว่า เวลาต่อมาตำรวจเดนมาร์กได้ยกเลิกประกาศแจ้งเตือนด้านความมั่นคง ด้วยยืนยันว่าหลังการตรวจค้นโดยละเอียดไม่พบสัญญาณของวัตถุระเบิด ณ อาคารผู้โดยสารแต่อย่างใด        ไม่นานหลังจากพบกระเป๋าต้องสงสัย รถมินิบัสตำรวจ 2 คนที่เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ในชุดกันกระสุนก็รุดมายังจุดเกิดเหตุ ขณะที่สื่อมวลชนท้องถิ่นแห่งหนึ่งรายงานว่าด้วยมีตำรวจตะโกนว่า “ทุกคนออกไปเดี๋ยวนี้” ก็ยิ่งก่อความตื่นตระหนกเพิ่มเติม        อย่างไรก็ตาม…

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสหรัฐฯ กังวลเกี่ยวกับจุดอ่อนการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน

       วอชิงตัน (ซีเอ็นเอ็น) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ หรือ ดีเอชเอส (DHS) กำลังเร่งหาทางแก้ไขจุดอ่อนของการรักษาความปลอดภัยการบิน ซึ่งเจ้าหน้าที่กว่า 900,000 นายส่วนใหญ่นั้นสามารถเข้าถึงงานภายในท่าอากาศยานของประเทศได้เป็นอิสระ การพยายามแก้ไขปัญหา “ภัยคุกคามการรักษาความปลอดภัยภายใน” ควรเป็นไปอย่างเร่งด่วนมากขึ้น หากการตกของเครื่องบินสายการบินรัสเซียในคาบสมุทรไซนาย อียิปต์พิสูจน์แล้วว่าเป็นผลมาจากการวางระเบิดโดยผู้ที่สามารถเข้าถึงเครื่องบินได้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแห่งชาติสหรัฐฯ บางคนอ้างข้อมูลข่าวกรอง กล่าวว่ามีโอกาสที่วัตถุระเบิดจะถูกนำมาไว้ในเครื่องบิน และมีแนวโน้มที่ผู้บุกรุกใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยาน ชาร์ม เอล ชีค โดยซุกซ่อนวัตถุระเบิดมาบนเครื่องบิน แต่กระนั้นสาเหตุอื่นยังไม่ได้ถูกตัดออกไป เจ้าหน้าที่สอบสวนกล่าวว่ายังไม่พบหลักฐานทางกายภาพกลับคืนมาเพื่อยืนยันข้อสงสัยเกี่ยวกับวัตถุระเบิด และสาเหตุอื่น ๆ ก็ยังไม่ได้ถูกตัดออกไปเช่นกัน ขณะที่สหรัฐฯ ต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการคัดกรองผู้โดยสารด้วยเครื่องสแกนเนอร์และตรวจประวัติ แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสหรัฐฯ ระดับสูงบางคนก็ยังกังวลเกี่ยวกับข้อบกพร่องในวิธีการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน ความกังวลของสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า หน่วยงานควบคุมความปลอดภัยด้านการเดินทางสาธารณะ หรือ ทีเอสเอ (TSA) ซึ่งดูแลความปลอดภัยทั้งการเดินทางทางอากาศนั้นเชื่อมั่นในการควบคุมของท่าอากาศยาะและการตรวจสอบเจ้าหน้าที่การบินในแต่ละประเทศ ซึ่งมีมากกว่า 450 แห่ง ท่าอากาศยานบางแห่งทำสัญญาให้ ทีเอสเอทำการตรวจสอบประวัติ รวมทั้งการตรวจสอบฐานข้อมูลการก่อการร้าย สถานะการเข้าเมืองตามกฎหมาย และประวัติอาชญากรรม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่มีความรู้ด้านการรักษาความปลอดภัยการบินของสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้การรักษาความปลอดภัยของสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุด แต่ก็ยังเป็นกังวลเกี่ยวกับวิธีกำหนดคัดกรองเจ้าหน้าที่…