ระทึก! หนุ่มโปรตุเกสบุกฮีทโธรว์ ขังตัวเองในห้องนักบินโบอิ้ง 747

     ตำรวจอังกฤษจับชายชาวโปรตุเกสคนหนึ่งฐานลักลอบเข้าไปในสนามบินฮีทโธรว์ ก่อนปีนเครื่องบินโบอิ้ง 747 และขังตัวเองอยู่ภายในห้องนักบินเป็นเวลานาน โดยตอนนี้ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลุยส์ เปโดร เบร์ดาสกา ดอส ซานโตส คอสตา ชายชาวโปรตุเกส ถูกจับกุมตัวพร้อมตั้ง 3 ข้อหาซึ่งรวมถึงข้อหาเข้าไปในเครื่องบินโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากเขาก่อเหตุบุกฝ่ารั้วรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานลอนดอน ฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน ก่อนปีนขึ้นไปบนเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบิน บริติช แอร์เวย์ส ที่ไม่มีคน และขังตัวเองหลังประตูรักษาความปลอดภัยของห้องนักบินเป็นเวลานาน      เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มี.ค. ชายวัย 38 ปีรายนี้ก่อเหตุปีนข้ามรั้วรักษาความปลอดภัยรอบนอกของท่าอากาศยานลอนดอน ฮีทโธรว์ ก่อนจะลอบเข้าไปในพื้นที่วิศวกรรมของบริติช แอร์เวย์ส ก่อนถูกพบเห็นขณะกำลังปีนขึ้นไปบนห้องโดยสารของเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่จอดอยู่ เขาจึงหนีเข้าไปในห้องนักบินและขังตัวเองอยู่ในนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถเปิดประตูซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับป้องกันเหตุร้ายบนเครื่อง และจับกุมชายคนนี้ได้สำเร็จ      แหล่งข่าวซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อรายหนึ่งระบุว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อนและยากลำบากมาก และในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องถูกเรียกมาที่เครื่องบินและปฏิบัติหน้าที่อย่างยาวนานเพื่อเข้าไปในห้องนักบินจากภายนอก “เมื่อลองคิดดู มันเป็นสถานการณ์น่ากลัว…

สายการบินเวอร์จินของออสเตรเลีย ต้องลงจอดที่บริสเบน หลังจากโดนขู่วางระเบิด

     สายการบินเวอร์จินของออสเตรเลีย เที่ยวบินซิดนีย์-ลอสแอลเจลิส ต้องลงจอดที่บริสเบน หลังจากได้รับคำขู่วางระเบิด ตำรวจเข้าตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งที่เป็นอันตรายใด ๆ และจะออกเดินทางในเวลากลางคือของวันที่ 17 ก.พ.59      ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่าน โรงเรียนกว่า 12 แห่งทั่วประเทศไดด้รับคำขู่ลอบวางระเเบิดหรือซุ่มยิง ตำรวจออสเตรเลียเชื่อว่าเป็นการกระทำของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อยู่นอกประเทศ ————————————— ที่มา : The New York Times / 17 กุมภาพันธ์ 2559

สหภาพนักบินอังกฤษวอนแก้ กม.หวั่นคนพิเรนทร์ยิงเลเซอร์

     16 ก.พ.59 ห้องนักบินเที่ยวบินที่ VS025 ของสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก จำต้องกลับลำมาสู่สนามบินฮีทโทรว์ กรุงลอนดอน หลังจากถูกเล็งโดยแสงเลเซอร์เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากขึ้นบินเพื่อมุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์กของสหรัฐได้ไม่กี่นาที เนื่องจากแสงเลเซอร์ที่ยิ่งมายังห้องนักบินทำให้นักบินคนหนึ่งตาพร่ามัว      นายเดฟ สมิธ สมาชิกสหภาพการบินและเป็นอดีตนักบินเรียกร้องให้เพิ่มโทษในกฎหมายเกี่ยวกับเลเซอร์ เพราะนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยมีการเสนอให้กำหนดโทษผู้พกพาเลเซอร์โดยไม่มีเหตุผลอันควร มีความผิดเช่นเดียวกับการพกอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ ตามกฎหมายนั้น การฉายไฟฉายไปยังเครื่องบินนั้น ถือเป็นความผิด แต่ไม่รวมถึงการเล็งแสงเซอร์ไปยังเครื่องบิน สหภาพนักบินอังกฤษระบุว่า การเล็งเลเซอร์ไปยังนักบินนั้นอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งเพราะอาจทำให้นักบินตาพร่ามัวมองไม่เห็นได้      อย่างไรก็ตาม ดร.จอห์น โอ ฮาแกน ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของเลเซอร์แห่ง พับลิค เฮลท์ อิงแลนด์ กล่าวว่ากฎหมายในขณะนี้ก็เหมาะสมอยู่แล้ว และเสนอให้จำกัดเลเซอร์แรงต่ำเท่านั้นที่ขายในที่สาธารณะได้ เพราะเลเซอร์แรงสูงนั้น ผู้คนสามารถหาซื้อได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ต      ด้านผู้ผลิตเลเซอร์กล่าวว่า ปัจจุบันเลเซอร์ใช้ในหลายแบบไม่ว่าจะเป็นหัวอ่านซีดี ปริ้นเตอร์ อ่านบาร์โค้ด ใช้ในการพรีเซนเตชั่น หรือใช้ในทางการแพทย์ แต่ที่น่ากังวลคือ ปากกาเลเซอร์ ที่มักนำไปใช้กันผิดๆ ปีที่แล้วชายคนหนึ่งถูกจำคุก 12 เดือน…

ระทึก!เครื่องบิน”เวอร์จินเเอตเเลนติก” จอดฉุกเฉิน หลังมีลำเเสงเลเซอร์ยิงใส่ห้องนักบิน

     สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น เที่ยวบินวีเอส 025 ของสายการบินเวอร์จิน เเอตเเลนติก ที่กำลังเดินทางจากสนามบินนานาชาติฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคเนดี้ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ มีเหตุฉุกเฉินต้องขอกลับมาลงจอดที่สนามบินต้นทาง หลังออกบินได้ไม่นาน เนื่องจากมีเเสงเลเซอร์ ไม่ทราบที่มาพุ่งตรงมายังห้องนักบิน      ด้านหอบังคับการกิน เปิดเผยว่า ขณะที่เที่ยวบินดังกล่าวกำลังอยู่บนน่านฟ้าไอร์เเลนด์ ทางนักบินได้ติดต่อขอนำเครื่องบินกลับมาลงจอดฉุกเฉินยังสนามบินฮีทโธรว์ เนื่องจากมีนักบินรู้สีกไม่สบายอย่างกะทันหัน ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเพราะมีลำเเสงเลเซอร์ยิงเข้ามายังห้องนักบิน เเต่นักบินอีกคนยังปฏิบัติหน้าที่ได้ เเละพาผู้โดยสารกว่า 252 คน ลงจอดได้อย่างปลอดภัย      ขณะที่สายการบินเวอร์จิน เเอตเเลนติก เผยว่า การลงจอดฉุกเฉินเป็นไปตามนโยบายบริษัทที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับเเรก  ซึ่งทางสายการบินได้จัดที่พักค้างคืนให้แก่ผู้โดยสารทุกคน และจะเปลี่ยนเที่ยวบินพาผู้โดยสารไปยังสู่จุดหมายปลายทางเร็วที่สุด      โดยตำรวจนครบาลอังกฤษ กล่าวว่า  เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่าการกระทำผิดดังกล่าวเกิดขึ้นที่จุดใดเเละจะเร่งหาตัวผู้กระทำผิดโดยเร็ว      ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนเเห่งสหราชขอาณาจักร ระบุว่า…

สนามบินกระบี่ไฟดับ! ตม.ง่อย-จุดเทียน ปล่อยต่างชาติเข้าเมือง 2 พันคน

     ตม.สนามบินกระบี่ทำงานไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้า ต้องปล่อยผู้โดยสาร2พันคนผ่านไปโดยไม่ได้ตรวจ ครวญต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเช็กข้อมูล แต่วันนี้ทำได้เพียงจุดเทียนเก็บเอกสาร ฝ่ายสนามบินชี้แจง กฟภ.แจ้งดับไฟซ่อมระบบ และเครื่องปั่นไฟสำรองเสีย      เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 ก.พ.59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกระบี่ว่า ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึง 15.30 น. ที่ผ่านมาภายในท่าอากาศยานกระบี่ อาคาร 1 ไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำด่าน ตม.อย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบผู้โดยสารที่บินตรงจากหลายประเทศประมาณ 2 พันคน ทำได้เพียงจุดเทียนและเจ้าหน้าที่เก็บเอกสารข้อมูลลงในตะกร้า เพราะระบบไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเครื่องสำรองไฟของท่าอากาศยานเสีย ทั้งๆ ที่เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ จึงควรที่จะมีความพร้อมมากกว่าที่เป็นอยู่      เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกระบี่ เปิดเผยอีกว่า การทำงานของด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น ต้องใช้ระบบอินเทอร์เน็ตในการตรวจเช็กข้อมูลทั้งด้านอาชญากรรมและประวัติบุคคลที่เป็นต่างชาติ วันนี้ มีเครื่องจากกลุ่มสแกนดิเนเวีย 3 ลำ จีน 4 ลำ มาเลเซีย 4…

โซมาเลียเผยเหตุเครื่องบินทะลุเป็น “รูโหว่” เกิดจาก “ระเบิด” ที่ซ่อนในคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป

     เอเอฟพี – หน่วยข่าวกรองโซมาเลียซึ่งทำหน้าที่สอบสวนกรณีเครื่องบินโดยสาร ดาลโล แอร์ไลน์ส ทะลุเป็นรูโหว่ขณะขึ้นบินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เผยภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยมอบคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปซึ่งภายในซุกซ่อน “ระเบิด” ให้แก่ผู้โดยสารคนหนึ่งบนเที่ยวบินนี้      เหตุระเบิดซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่แล้ว (2 ก.พ.) ระหว่างที่เครื่องบินแอร์บัสลำนี้กำลังเดินทางจากสนามบินนานาชาติกรุงโมกาดิชูไปยังจิบูตี ส่งผลให้ลำตัวเครื่องบินด้านขวาใกล้กับปีกเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ และมีผู้โดยสารเสียชีวิต 1 ราย แต่กัปตันยังสามารถนำเครื่องกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่กรุงโมกาดิชูได้อย่างปลอดภัย      สำนักงานความปลอดภัยและข่าวกรองแห่งชาติโซมาเลีย (NISA) แถลงว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ (7) แสดงให้เห็นว่า ผู้โดยสารซึ่งเป็น “มือระเบิด” รับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปมาจากชาย 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นสวมเสื้อแจ็กเก็ตคล้ายหน่วยรักษาความปลอดภัย      “เรากำลังสอบปากคำผู้ต้องสงสัยราว 15 คนที่ถูกจับกุมเพราะอาจมีส่วนพัวพันกับคดีนี้” เจ้าหน้าที่ข่าวกรองโซมาเลียซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี      “จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ระเบิดถูกซ่อนมาในคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่ผู้โดยสารคนหนึ่งพกขึ้นเครื่อง… กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพกิจกรรมบางอย่างได้ ซึ่งทำให้เชื่อว่าเหตุการณ์นี้น่าจะมีผู้ร่วมวางแผนหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกจับกุมได้แล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำพวกเขาอยู่”      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า…