เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบสารโคเคนที่ทำเนียบขาว

เมื่อ 2 ก.ค.66 เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (The United States Secret Service – USSS) เข้าตรวจสอบสถานที่ทำเนียบขาวตามภารกิจเวลา 18.00 น. และค้นพบผงสีขาวต้องสงสัยบริเวณส่วนกลางของพื้นที่ปีกตะวันตกในทำเนียบขาว จึงได้ยกระดับแจ้งเตือนความปลอดภัย โดยสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากอาคารและปิดทำเนียบขาวเป็นการชั่วคราว รวมถึงเรียกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมด้วยทีมวัตถุอันตรายของหน่วยงานดับเพลิงและบริการการแพทย์ฉุกเฉินเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย (DC Fire & EMS) เข้าตรวจสอบเวลา 20.49 น. ซึ่งผลทดสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นโคเคน ด้านนาย Anthony Guglielmi โฆษกของ USSS กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสารดังกล่าวเพิ่มเติม รวมทั้งสอบสวนหาสาเหตุและวิธีการนำสารเข้ามายังทำเนียบขาว และอ้างถึงหน่วยงาน DC Fire & EMS ที่ระบุว่าสารซึ่งพบในพื้นที่นั้น “ไม่ถือเป็นภัยคุกคาม” ทั้งนี้ ขณะพบสารดังกล่าวประธานาธิบดีโจ ไบเดน ไม่ได้อยู่ที่ทำเนียบขาว —————————————————————————————————————————————— ที่มา :               …

ตร.รวบคนขับ เจตนาขับรถบรรทุกพุ่งชนรั้วกั้น ใกล้ทำเนียบขาว ธงนาซีโผล่ (คลิป)

    วันที่ 23 พ.ค.รอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับสหรัฐกำลังสอบสวนเหตุรถบรรทุกพุ่งชนแผงกั้นความปลอดภัยบริเวณตรงข้ามทำเนียบขาว หลังปรากฏภาพชายคนขับถูกจับกุม เมื่อคืนวันที่ 22 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น     หน่วยสืบราชการลับระบุว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต่อมาเสริมว่ารถอยู่ในสภาพปลอดภัยและผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เหตุรถชนดังกล่าวเกิดจากคนขับเจตนา อีกทั้งภายในรถพบธงสวัสติกะของระบอบนาซี เจ้าหน้าที่สั่งปิดถนนสายท้องถิ่น ทางเท้าและสวนสาธารณะ รวมถึงสั่งโรงแรมใกล้เคียงอพยพคน ตำรวจสวนสาธารณะหรือยูเอส ปาร์ก โปลิสจะยื่นฟ้องพร้อมขอความสนับสนุนในการสอบสวนจากหน่วยสืบราชการลับ     พยานระบุว่า คนขับชนแผงกั้นครั้งที่ 2 หลังจากการชนครั้งแรกเกิดขึ้นก่อนเวลา 22.00 น. เพียงเล็กน้อย นายคริสต์ ซาโบจิ อายุ 25 ปี พยานระบุว่า เหตุเกิดขึ้นหลังจากที่ตนเพิ่งวิ่งเสร็จและกำลังเดินทางกลับบ้านได้ยินเสียงชนดังสนั่น ตนถ่ายคลิปวิดีโอแสดงนาทีรถบรรทุกพุ่งชนแผงกั้นทั้งสองครั้ง และตนไม่ต้องการอยู่ใกล้รถบรรทุก จึงออกมาจากที่เกิดเหตุ ต่อมาทีมสอบสวนระบุว่า สิ่งของที่อยู่ในรถบรรทุกซึ่งส่วนใหญ่ว่างเปล่านั้นไม่เป็นอันตราย   ขณะเดียวกันยังไม่ชัดเจนว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอยู่ที่ทำเนียบขาวหรือไม่ในช่วงเกิดเหตุ โดยนายไบเดนพบปะหารือกับนายเควิน แม็กคาร์ที ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่ทำเนียบขาวก่อนหน้านี้ ในช่วงค่ำวันเดียวกัน  …

มีผู้บุกรุกทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่พบ เป็น “เด็ก 2 ขวบ”

    เกิดเหตุผู้บุกรุกทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับเร่งเข้าควบคุมตัว พบเป็น “เด็กชายวัย 2 ขวบ” ที่คลานลอดรั้วเข้ามา   เมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) เกิดเหตุมีผู้บุกรุกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับเร่งเข้าควบคุมตัวผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อไปถึง ก็พบว่า ผู้ที่บุกรุกเข้ามาเป็นเพียง “เด็กชายวัย 2 ขวบ” เท่านั้น และสั่งยกเลิกระบบแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยทันที   แอนโทนี กูกลิเอลมี หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของหน่วยสืบราชการลับ รายงานว่า ผู้บุกรุกตัวน้อยแทรกซึมเข้ามาในบริเวณทำเนียบขาวโดยการคลานผ่านช่องว่างของรั้วทางด้านทิศเหนือของทำเนียบขาว     “วันนี้หน่วยสืบราชการลับในเครื่องแบบพบอาคันตุกะอายุน้อยที่อยากรู้อยากเห็นบริเวณแนวรั้วด้านทิศเหนือของทำเนียบขาว โดยรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทำเนียบขาวเพียงช่วงสั้น ๆ” กูกลิเอลมีกล่าว   เขาเสริมว่า หลังจากพบตัวเด็กน้อย ก็ได้ดำเนินการส่งคืนให้กับพ่อแม่ซึ่งอยู่ที่ถนนเพนซิลเวเนียติดกับทำเนียบขาวอย่างรวดเร็ว พ่อแม่ของเด็กชายถูกสอบปากคำสั้น ๆ ก่อนจะถูกปล่อยตัวไป   นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุมีเด็กน้อยคลานผ่านรั้วของทำเนียบขาว เคยมีเหตุการณ์ที่คล้ายกันนี้ในปี 2014 เมื่อเด็กวัยหัดเดินเบียดตัวผ่านรั้วทำเนียบขาวก่อนที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา จะกล่าวปราศรัย การบุกรุกนั้นทำให้ต้องปิดทำเนียบขาวชั่วคราว และทำให้การปราศรัยล่าช้า   รั้วของทำเนียบขาวที่เด็กวัยหัดคลานผ่านเข้าไปได้นี้มีความสูงเกือบ 4…

มะกันอ้างพบชิ้นส่วนตัวเซ็นเซอร์จากบอลลูนจีน แต่ยอมรับยังมืดแปดด้านที่มาที่ไป‘วัตถุปริศนา’3ชิ้น

    ทำเนียบขาวรับยังไม่รู้ที่มาหรือจุดประสงค์ของวัตถุปริศนา 3 ชิ้นที่กองทัพยิงตกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มั่นใจว่าไม่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว ขณะที่วอชิงตันและปักกิ่งกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าส่งบอลลูนบินระดับสูงรุกล้ำน่านฟ้า และล่าสุดอเมริกาอ้างพบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และตัวเซ็นเซอร์ของบอลลูนจีนที่ถูกยิงตกตั้งแต่เมื่อต้นเดือนนี้   หลังจากคณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถูกกดดันอย่างหนักให้อธิบายสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเริ่มต้นจากบอลลูนของจีนที่ต้องสงสัยเป็นบอลลูนสอดแนมรุกล้ำน่านฟ้าสหรัฐฯ และถูกเครื่องบินขับไล่อเมริกันสอยร่วง และตามมาด้วยการที่สหรัฐฯ ค้นพบและยิงวัตถุปริศนาอีก 3 ชิ้น ซึ่งลอยเหนือฟากฟ้าอเมริกาเหนือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในวันจันทร์ (13) แครีน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่า วัตถุปริศนา 3 ชิ้นเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว แต่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนว่า มันเป็นอะไรกันแน่   รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่า วัตถุชิ้นแรกจากทั้งหมด 4 ชิ้น เป็นบอลลูนของจีนที่มีการทำงานซับซ้อน บินอยู่ในระดับสูง และถูกเครื่องบินขับไล่ของอเมริกายิงตกเมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมานอกชายฝั่งเซาท์แคโรไลนา โดยที่เวลานี้อเมริกาอ้างว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ “ฝูง” บอลลูนสอดแนมทั่วโลกของจีน ที่หลายๆ ลูกยังคงออกปฏิบัติการอยู่ในขณะนี้   ในวันจันทร์ (13) กองทัพสหรัฐฯ ยังแถลงว่า สามารถกู้พวกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และตัวจับสัญญาณ (เซ็นเซอร์) ของบอลลูนจีนลูกที่ฝ่ายตนยิงตกทะเลนี้…

ทำเนียบขาวยอมรับ พบเอกสารลับยุคโอบามา ในออฟฟิศส่วนตัวไบเดน

    เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ยอมรับ พบเอกสารลับสมัยรัฐบาลโอบามา ถูกเก็บอยู่ในออฟฟิศที่ โจ ไบเดน เคยใช้ โดยเอกสารดังกล่าวถูกพบไม่นานหลัง FBI บุกค้นรีสอร์ตทรัมป์ และเจอเอกสารลับมากมาย   เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2566 นายริชาร์ด ซอเบอร์ ที่ปรึกษาพิเศษของประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ออกมายอมรับว่า เจ้าหน้าที่ค้นพบเอกสารลับหลายฉบับจากสมัยที่นายไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีของรัฐบาล โอบามา ที่ออฟฟิศส่วนตัวของคณะวิจัยแห่งหนึ่งในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งไบเดนเคยใช้ช่วงปี 2560-2563   เอกสารลับดังกล่าวมีจำนวนประมาณ 10 ฉบับ ถูกเจ้าหน้าที่กฎหมายของไบเดนพบเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจัดการเลือกตั้งกลางเทอม โดยพบในตู้ปิดล็อกระหว่างการเก็บของเพื่อปิดสำนักงานของคณะวิจัย ‘Penn Biden Center’ ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งห่างจากทำเนียบขาวเพียง 1 ไมล์   นายซอเบอร์ ระบุว่า นับตั้งแต่การพบเอกสารนี้ ทีมทนายความของประธานาธิบดีก็ได้ส่งมอบเอกสารให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติไปแล้ว ส่วน นายเมอร์ริค การ์แลนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม…

สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกด้านมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ที่มีกว่า 30 ประเทศเข้าร่วม

  รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะเป็นเจ้าภาพการประชุมหารือเกี่ยวกับภัยคุกคามจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ อาชญากรรมทางไซเบอร์อื่น ๆ และการใช้คริปโทเคอเรนซีในทางที่ผิด โดยจะจัดขึ้น ณ ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งจะมีผู้แทนจาก 37 ประเทศ และบริษัทระดับโลก 13 รายเข้าร่วม   ประเทศเจ้าบ้านเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศที่มาเข้าร่วมการประชุมนำบรรทัดฐานทางไซเบอร์ที่ได้รับการยอมรับในประชาคมระหว่างประเทศไปใช้ในการต่อกรกับภัยคุกคามจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ และสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้   นอกเหนือไปจากนั้น ยังจะมีการพูดคุยหารือเกี่ยวกับการขัดขวางการโจมตีทางไซเบอร์ การตรวจสอบเส้นทางการเงินของคริปโทเคอเรนซี และสร้างความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว   ผู้เข้าร่วมประชุมจะร่วมกันออกแถลงการณ์ร่วมหลังจากจบการประชุม หนึ่งในเนื้อหาที่จะปรากฎคือการให้คำมั่นในการเพิ่มการกดดันรัสเซียและอีกหลายประเทศที่เชื่อว่าให้การสนับสนุนผู้ที่ใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ในการโจมตีประเทศทั่วโลก   เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่จะเข้าร่วมงานนี้ มีทั้ง คริส วราย (Chris Wray) ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนกลาง (FBI) วอลลี อาเดเยโม (Wally Adeyemo) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไปจนถึง เจก ซัลลิแวน (Jake Sullivan) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของรัฐบาลด้วย   ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้มาจากทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้…