ประมวล 10 แนวโน้มความขัดแย้งโลกปี 2562 (ตอนที่ 2)

ทหารไนจีเรียระหว่างการฝึก Operation Flintlock ร่วมกับทหารสหรัฐอเมริกาที่มาราดี ประเทศไนเจอร์เมื่อปี 2550 (ที่มา: แฟ้มภาพ/Michael Larson/Wikipedia) โรเบิร์ต มอลลีย์ ประธานองค์กรอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ป (ICG) นำเสนอบทความในนิตยสาร Foreign Policy เกี่ยวกับความขัดแย้งที่น่าจับตามอง 10 กรณี โดยในตอนที่ 1 มีการนำเสนอโดยเน้นแถบภูมิภาคตะวันออกกลางและการคัดง้างกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนไปแล้ว ในสัปดาห์นี้มีการระบุถึงกรณีไนจีเรีย ซูดานใต้ ชนกลุ่มน้อยผู้ใช้ภาษาอังกฤษในแคเมอรูน ยูเครน และเวเนซุเอลา เลือกตั้งไนจีเรีย และโบโกฮาราม ความขัดแย้งกรณีที่ 6 ที่มอลลีย์ระบุถึงคือกรณีไนจีเรียซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งสองครั้งในเดือน ก.พ.- มี.ค. ปีนี้ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งในไนจีเรียมักจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น และสภาพการณ์ในตอนนี้ของไนจีเรียก็มีปัจจัยพร้อมจะปะทุ จากการที่มีคู่แข่งทางการเมืองที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด ขณะเดียวกันการที่ฝ่ายค้านไม่เชื่อใจในทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งและกองกำลังรักษาความปลอดภัยทำให้อาจจะมีการประท้วงในช่วงที่มีการเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยที่ก่อนหน้านี้เคยมีการประท้วงที่นำพาไปสู่ความรุนแรงในปี 2554 ที่มีการโจมตีชนกลุ่มน้อยในไนจีเรียทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 800 ราย ขณะเดียวกันสภาพพื้นที่ไนจีเรียก็ยังคงมีระดับอาชญากรรมความรุนแรงและความไม่ปลอดภัยทั่วไปในระดับสูง ประชาชนทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศต้องเผชิญกับการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธโบโกฮาราม นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่มไอซิสแห่งแอฟริกาตะวันตกที่เริ่มยึดพื้นที่ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งระหว่างคนทำไร่เลี้ยงสัตว์ชาวมุสลิมกับชาวคริสต์ที่เคยเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตราว 1,500 ราย และถึงแม้ว่าจะเริ่มสงบลงบ้างแล้วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาแต่ความแตกแยกนี้ก็จะยิ่งทำให้การเลือกตั้งที่จะมีไม่ปีนี้ขับเคี่ยวกันหนักขึ้น ส่วนนักการเมืองไนจีเรียเองก็ใช้การยุยงให้เกิดการแบ่งแยกในการสร้างผลลัพธ์ทางการเมืองให้ตัวเอง ซูดานใต้ แห่งต่อมาคือซูดานใต้…

ประมวล 10 แนวโน้มความขัดแย้งโลกปี 2562 (ตอนที่ 1)

กลุ่ม Antifa Manchester Crew ในกองกำลัง IFB ในโรจายา ทางตอนเหนือของซีเรียที่เป็นพื้นที่ยึดครองของกองกำลังชาวเคิร์ด ภาพถ่ายเดือนสิงหาคม 2560 (ที่มา: Wikipedia) โรเบิร์ต มอลลีย์ ประธานองค์กรอินเตอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ป (ICG) เขียนบทความในนิตยสาร Foreign Policy ระบุว่าในยุคสมัยที่ความเป็นผู้นำโลกของสหรัฐฯ เริ่มเสื่อมถอย กลุ่มผู้นำอำนาจนิยมทั้งหลายก็พากันฉวยโอกาสนี้เพิ่มอิทธิพลตัวเอง กระทำความผิดโดยลอยนวลไม่ต้องรับผิดชอบเป็นส่วนใหญ่ และพยายามลดทอนกำลังฝ่ายตรงข้าม ความร่วมมือแบบพหุพาคีกำลังถูกล้อมปราบทำให้มีการเมืองแบบปฏิกิริยาสัมพันธ์และการขยี้คู่แข่งเอาแพ้เอาชนะกันมากขึ้น ขณะเดียวกันกระบวนการของสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและศาลโลกเองก็ถูกเพิกเฉยหรือไม่ก็ถูกสบประมาท ในโลกยุคปัจจุบันกลายเป็นโลกที่อิทธิพลของตะวันตกกำลังถูกกัดกร่อนโดยเฉพาะจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันดูแคลนพันธมิตรดั้งเดิมของตัวเอง ขณะที่ยุโรปก็กำลังเผชิญกับกระแสการแยกตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เริ่มมีผู้นำหลายประเทศในโลกโอบรับแนวคิดชาตินิยมผสมกับอำนาจนิยมพร้อมทั้งปฏิเสธกฎเกณฑ์และสถาบันการเมืองนานาชาติ มีเหตุการณ์เลวร้ายหลายเหตุการณ์ที่ผู้กระทำผิดยังไม่ถูกลงโทษไม่ว่าจะเป็นกรณีสังหารจามาล คาชอกกี ในสถานทูตซาอุฯ หรือกรณีการสังหารหมู่โรฮิงญาโดยทางการพม่า หรือผู้นำอย่างทรัมป์เองก็แสดงความเหยียดหยามสิทธิมนุษยชน ท่ามกลางปรากฏการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ มอลลีย์ได้ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้ง 10 กรณีในปี 2562 จะได้รับผลกระทบจากกระแสโลก ซึ่งดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยอุปสรรค มีความตะกุกตะกัก หรือแม้กระทั่งอันตราย เยเมน ความขัดแย้งกรณีที่ 1 คือเยเมน ซึ่งกำลังประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหารอย่างหนักและเกิดวิกฤตทางมนุษยธรรมที่นั่นจากความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีขับไล่รัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และสถานการณ์ก็หนักข้อขึ้นหลังจากที่แนวร่วมฝ่ายซาอุฯ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มเข้าไปปฏิบัติการทิ้งระเบิดและปิดกั้นไม่ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปในเยเมน ทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนอย่างหนักตามมากลายเป็นความเดือดร้อนและเจ็บปวดต่อประชาชนเยเมน…

สื่อออสเตรเลียเผยแพร่ภาพชาวปาปัวตะวันตกถูกโจมตีจากระเบิด ‘ฟอสฟอรัสขาว’ ของกองทัพอินโดฯ

ที่มาภาพ: thesaturdaypaper.com.au สื่อแซทเทอร์เดย์เปเปอร์จากออสเตรเลียเผยแพร่เรื่องที่กองทัพอินโดนีเซียโจมตีทางอากาศใส่จังหวัดอิเรียนจายา หรือปาปัวตะวันตกด้วยระเบิดฟอสฟอรัสขาว เพื่อเป็นการโต้ตอบกรณีกลุ่มแบ่งแยกดินแดนก่อเหตุสังหารคนทำงานก่อสร้างของรัฐบาลเมื่อต้นเดือนที่่ผ่านมา นักข่าวต่างประเทศจากสื่อออสเตรเลีย จอห์น มาร์ตินคัส และมาร์ค ดาวิส รายงานถึงสภาพเหยื่อที่มีบาดแผลเหวอะหวะและมีรอยไหม้ขอบแผล รวมถึงสภาพเสื้อผ้าที่ละลายหรือขาดออกจากกัน พวกเขาถูกโจมตีจากอาวุธสงครามของกองทัพอินโดนีเซีย มี 7 รายเสียชีวิตจากการโจมตีนี้และมีคนอีกจำนวนมากที่หนีขึ้นภูเขาไป รูปถ่ายรอยแผลที่นักข่าวทั้งสองคนได้รับมาเป็นภาพแรกที่แสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการของกองทัพอินโดนีเซียในปาปัวตะวันตก อีกรูปภาพหนึ่งเป็นรูประเบิดที่มีปลายหัวสีเหลืองที่มีชาวบ้านเก็บได้ อาวุธบางส่วนดูเหมือนจะเป็นระเบิดฟอสฟอรัสสีขาวที่ถูกห้ามจากกฎหมายระหว่างประเทศ ฟอสฟอรัสขาวเป็นสารที่ถูกจัดเป็นทั้งอาวุธเชื้อเพลิงและอาวุธเคมี มันสามารถทำให้เกิดการเผาไหม้ผิวหนังและเนื้อลึกไปจนถึงกระดูกได้ รวมถึงไม่สามารถดับการเผาไหม้ของมันได้ วิธีเดียวที่จะช่วยเหลือคนที่ถูกอาวุธนี้คือการแช่ตัวเขาในน้ำและพยายามนำสารฟอสฟอรัสออกจากตัว หลายคนเสียชีวิตจากการเผาไหม้ภายในตัว หลายคนดูดซึมเอาสารฟอสฟอรัสเข้าไปในร่างกายส่งผลให้เกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายส่วน แซทเทอร์เดย์เปเปอร์รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวของกองทัพอินโดนีเซียว่า อาวุธที่ใช้ “ดูเหมือนจะเป็นอาวุธเชื้อเพลิงหรือไม่ก็ฟอสฟอรัสขาว” ขณะที่ทหารอินโดนีเซียนายหนึ่งบอกว่ามันเป็นอาวุธระเบิดแต่มีลักษณะเป็นแก๊สชนิดหนึ่ง รูปภาพเหยื่อที่มีรอยแผลไหม้ดังกล่าวเป็นรูปภาพที่ถ่ายไว้ในช่วงระหว่างวันที่ 4-15 ธ.ค. ที่ผ่านมาจากเหยื่อหลายรายในหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งคนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งกล่าวว่ากองทัพอินโดนีเซียทิ้งระเบิดจากเฮลิคอปเตอร์จนเป็นเหตุให้คนเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีแหล่งข่าวที่เปิดเผยว่ามีการโจมตีด้วยอาวุธปืนใหญ่และกองกำลังภาคพื้นดินด้วย หลักฐานในเรื่องนี้มีทั้งรูปถ่ายของคนที่มีผ้าเปียกพันแผลเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดจากการเผาไหม้จากในร่างกายเขาเอง มีภาพผู้หญิงที่อยู่ข้างหลุมศพคนที่ถูกสังหารจากระเบิด นอกจากนี้ชาวบ้านยังเก็บอาวุธส่วนหนึ่งที่ยังไม่ระเบิดเอาไว้ได้ มีหลักฐานอีกส่วนหนึ่งเผยให้เห็นว่าทหารอินโดนีเซียทิ้งอาวุธและกระเป๋าสะพายเอาไว้ทั่วสนามบินอาเบปุระ ในเมืองหลวงจายาปุระของปาปัวตะวันตก ซึ่งเป็นสถานที่ๆ กองทัพใช้จัดขบวนทัพ และภาพเหล่านี้มีการนำเสนอในโทรทัศน์ช่องของรัฐบาลอินโดนีเซีย แซทเทอร์เดย์เปเปอร์ระบุว่าถึงแม้ว่ากองกำลังทหารเหล่านี้จะทำเหมือนว่าพวกเขากำลังไปรับศพคนก่อสร้าง 31 ราย ที่ถูกสังหารจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาแสร้งทำเป็นเข้าไปช่วยเหลือเพื่อกลบเกลื่อนปฏิบัติการใช้อาวุธสังหารผู้คนในพื้นที่ กรณีความขัดแย้งในพื้นที่ปาปัวตะวันตกรอบล่าสุดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เมื่อชาวปาปัวตะวันตกทำการเคลื่อนไหวรำลึกถึงการประกาศอิสรภาพจากเจ้าอาณานิคมชาวดัทช์เมื่อปี 2506 โดยมีการนำธงปาปัวตะวันตกสู่ยอดเสาซึ่งเรื่องนี้สร้างความตึงเครียดต่อทางการกลางอินโดนีเซีย ซึ่งในประวัติศาสตร์อินโดนีเซียได้เข้าไปยึดครองพื้นที่ปาปัวตะวันตกและผนวกรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอินโดนีเซียในปี 2509…

ไทยสมายล์แนะนำคู่มือขึ้นเครื่องบิน ห้ามพูด“ระเบิด” โทษหนักถึงติดคุก 15 ปี

สายการบินไทยสมายล์แนะผู้โดยสารเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในช่วงปีใหม่ พร้อมแนะนำคู่มือการขึ้นเครื่องบิน เน้นห้ามพุดเรื่องระเบิด ทั้งบนเครื่องและในบริเวณสนามบิน มีโทษสูงสุดถึงจำคุก 15 ปี เผื่อเวลาเดินทางเป็นพิเศษ  สายการบินไทยสมายล์เชิญชวนให้ผู้โดยสารทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีผู้โดยสารเดินทางทั้งเส้นทางภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศจำนวนมาก โดยให้เตรียมตัวเดินทางมาถึงท่าอากาศยานล่วงหน้า 2 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออกสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออกสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยผู้โดยสารสามารถเลือกใช้บริการ Online Check In เพื่อความสะดวกรวดเร็วผ่านทาง ไทยสมายล์ โมบาย แอพพลิเคชั่น และ เว็บไซต์ www.thaismileair.com  สิ่งของไม่ควรโหลดขึ้นเครื่อง สำหรับสิ่งของมีค่าต่างๆ อาทิ เงินสด โทรศัพท์มือถือ ไอแพด กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เครื่องประดับ ให้นำใส่กระเป๋าและนำติดตัวขึ้นเครื่องไม่ควรโหลดลงใต้ท้องเครื่อง รวมถึงแบตเตอรี่สำรองทุกชนิด (Power Bank) ไม่อนุญาตให้โหลดลงใต้ท้องเครื่อง แต่อนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องได้ โดยจะต้องเป็นแบตเตอรี่สำรองความจุน้อยกว่า 20,000 mAh จำนวนไม่เกิน 20 ชิ้น และ/หรือ แบตเตอรี่สำรองความจุ ระหว่าง 20,000 – 32,000 mAh (ไม่เกิน…

ครม.ไฟเขียว ร่าง กม.ความปลอดภัยไซเบอร์ – กม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

แฟ้มภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล ครม.มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ กำหนดภัยคุกคามเป็น 3 ระดับ คือ ระดับเฝ้าระวังในภาวะความเสียหายที่ไม่มาก ระดับความร้ายแรง และระดับวิกฤตทั่วประเทศ รวมทั้งเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดูแล 3 รูปแบบ คือ เจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูล และผู้ประมวลผลข้อมูล ตั้ง สนง.กก.ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงให้มีการตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลฯ 18 ธ.ค.2561 การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายด้านดิจิทัลสำคัญ 2 ฉบับ ซึ่ง พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ประกอบด้วย ร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่ง ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีสาระสำคัญเพื่อให้ประเทศสามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที มีหน้าที่ป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเฝ้าระวังภัยคุกคาม รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่า มีทั้งระบบสาขาและระบบความมั่นคงของรัฐ มีกำหนดภัยคุกคามเป็น 3 ระดับ คือ…

ทรัมป์ลงนามตั้ง “กองบัญชาการอวกาศ” ด้วยงบฯ 800 ล้านดอลลาร์

FILE – This Monday, Dec. 10, 2018, file photo provided by the U.S. Missile Defense Agency (MDA) shows the launch of the U.S. military’s land-based Aegis missile defense testing system.- AP ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ลงนามอนุมัติการตั้ง “กองบัญชาการอวกาศ” ด้วยงบประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ สำหรับระยะเวลา 5 ปีจากนี้ การตั้งกองบัญชาการใหม่ซึ่งขึ้นกับกระทรวงกลาโหม เป็นโครงการที่อยู่คนละส่วนกับแผนตั้ง “กองทัพอวกาศ” เป็นเหล่าทัพที่ 6 ซึ่ง ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประกาศไว้ แต่ถือเป็นการขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ “กองบัญชาการอวกาศ” จะทำหน้าที่บริหารจัดการและพัฒนางานของกองทัพที่เกี่ยวกับอวกาศ รวมถึงดาวเทียมของกองทัพที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารและให้ข้อมูลการเดินทาง รัฐบาลต้องการให้ “กองบัญชาการอวกาศ”…