เกิดเหตุ​วางระเบิด​ทหารพรานที่อำจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นประปราย โดยเมื่อเวลา 18.30 น. วันเสาร์ที่ 9 ส.ค.68 เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนลอบวางระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ (ชป.จรยุทธ์) สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4910 (ร้อย ทพ.4910) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ในพื้นที่รอยต่อบ้านไอร์โซ กับบ้านไอร์บือแต หมู่ 4 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

รวบสายลับกัมพูชา แฝงตัวเป็นพ่อค้าขายชานมไข่มุก

วันที่ 9 ส.ค.68 สารวัตรมณฑลทหารบกที่ 13 (สห.มทบ) ร่วมกับตำรวจลพบุรี จับกุมสายลับกัมพูชา เป็นพ่อค้าขายชานมไข่มุก สาขาป่าตาล แถววงเวียนพลร่มป่าหวาย ค่ายป่าหวาย จ.ลพบุรี 

“บินโดรนเพื่อการเกษตร” เริ่ม 11 ส.ค. 68 นี้ ต้องขึ้นทะเบียน–แจ้งการบินและบินได้ระหว่างเวลา 06.00–18.00 น. ขณะที่โดรนประเภทอื่นยังคงห้ามบินทั่วประเทศ

วานนี้ (วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2568) เวลา 11.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ ศบ.ทก. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทำให้ที่ผ่านมาได้มีการประกาศห้ามบินอากาศยานไร้คนขับทุกประเภททั่วประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ได้ออกประกาศฉบับที่ 3 ผ่อนปรนให้สามารถทำการบินโดรนเพื่อการเกษตรได้

ข่าวปลอม “กรมศิลป์ อนุญาตทำลายปราสาท” กระทบภาพลักษณ์ไทย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรมศิลปากร พร้อมให้ทำลายปราสาทเพื่อประโยชน์ทางทหาร เพราะสามารถบูรณะใหม่ได้” รองลงมาคือเรื่อง “จับสายลับกัมพูชา ลอบเข้าชายทะเลโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พร้อมโดรนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชี้เป้าโจมตีกองบิน 5” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน และเข้าใจผิดในสังคม 

“โดรน” ดาบสองคมที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ

จากกรณีโดรนปริศนาบินเข้ามาในพื้นที่เขต ทหารในประเทศไทยซึ่งหลายฝ่ายมองว่าโดรนนั้นอาจเป็นโดรนสอดแนมของฝ่ายตรงข้าม เพราะเนื่องจากมีภัยจากนอกประเทศเข้ามาทำให้เกิดความหวาดกลัวทั้งประชาชนในแนวชายแดนและประชาชนทั่วไป เพราะในการ สู้รบปัจจุบันยุค 2020 จะเริ่มเห็นอากาศยานไร้คนขับหรือเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในยุทธการมากขึ้น อย่างเช่นการประทะระหว่างไทยและกัมพูชา ที่มีการใช้โรนบินสอดแนมฝ่ายตรงข้ามรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของระหว่างประเทศ

“กพท.” สั่งห้ามบินโดรนทั่วปท. ถึงวันที่ 15 ส.ค.นี้ ย้ำต้องขึ้นทะเบียน-ขออนุญาตทุกครั้ง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก-ปรับ

วันนี้ 8 ส.ค.พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. เปิดเผยถึงความคืบหน้า หลังกพท.ออกประกาศห้ามทำการบินโดรนทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ว่า การควบคุมดูแลโดรน ตามกฏหมาย โดรนทุกชนิดจะต้องมีการขึ้นทะเบียนกับ กพท.ทั้งหมด ทั้งที่ติดกล้องและไม่คิดกล้อง