ข่าวลวง

  จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา สอดส่ายสายตาหาข้อบกพร่องของพวกที่อยู่คนละฝ่ายกับตะวันตก เพื่อกระจายขยายข่าวอยู่เป็นประจำ ทันทีที่เห็นข่าวจากอินสตาแกรมเป็นรูปผู้หญิงถือธงอิหร่านพร้อมกับแคปชัน ‘อิหร่านประหารชีวิตผู้ประท้วง 1.5 หมื่นคน เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับผู้ต่อต้าน’ ทรูโดอ่านปุ๊บก็แชร์ปั๊บ ทวีตที่ว่าอยู่หน้าบัญชีของแกนานถึง 12 ชั่วโมง   ต่อมาอินสตาแกรมแท็กโพสต์ดังกล่าวว่าเป็น ‘False Information’ หรือ ‘ข้อมูลเท็จ’ ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระยืนยันแล้วว่า ข้อมูลนี้ไม่เป็นความจริง ทำเอานายทรูโดต้องรีบลบข้อความออกจากบัญชีทวิตเตอร์ของตนเองอย่างด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า   ‘จิตวิทยาบิดเบือน’ เป็นหัวเรื่องของเปิดฟ้าส่องโลกฉบับวันอังคาร 22 พฤศจิกายน 2022 ซึ่งข้อมูลที่ปล่อยโดยโลกตะวันตกจำนวนไม่น้อยมีการสร้างขึ้นมาทั้งหมด หวังให้คนที่บริโภคข่าวไวๆ และไม่มีพื้นฐานด้านการต่างประเทศนำไปแชร์ต่อ ประสงค์ให้พวกคอลัมนิสต์ทั้งหลายนำไปวิเคราะห์พอข่าวที่ว่าแพร่ขยายกระจายไปแล้ว ต้นโพสต์ก็จะลบข่าวที่ว่าทิ้ง   ระยะหลังหน่วยงานของรัสเซียและจีนก็ลุกขึ้นมาโต้กลับพวกจิตวิทยาบิดเบือน ทำให้สหรัฐฯ และตะวันตกหน้าแหก พอถูกจับได้ก็วิ่งหาแพะมาลงโทษ   สัปดาห์ที่แล้ว สื่อโปรตะวันตกกระโจมโหมข่าวว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธไปตกในดินแดนโปแลนด์ ทำให้มีคนโปแลนด์ตาย 2 ศพ หลังจากนักการเมืองโปแลนด์ออกมาโวยวายขายปลาช่อนว่าข่าวที่พวกเอ็งเล่นกันมันไม่จริง ขีปนาวุธที่ว่ามาจากอูเครน ทำให้สำนักข่าวตะวันตกอึกอักกึกกัก และสอดส่ายสายตาหาเหยื่อ   Associated Press หรือสำนักข่าวเอพี…

“ดีอีเอส” ห่วงประชาน เตือนระวัง SMS คืนเงินหลอกลวงมาอีกแล้ว

  “ดีอีเอส” ห่วงประชาน เตือนระวัง SMS คืนเงินหลอกลวงมาอีกแล้ว   กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประกาศเตือนประชาชน เพิ่มความระมัดระวัง หลังเจอ SMS หลอกโอนเงิน พร้อมแนะ 3 ข้อควรทำ   วันนี้ (20 พ.ย.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง หรือ (ดีอีเอส) ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัยเกี่ยวกับ SMS หรือข้อความที่ส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือเพื่อให้โอนเงิน หรือส่งมาในรูป จึงอยากจะเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง พร้อมแนะ 3 ข้อที่ควรตระหนักถึง ดังนี้   “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเตือน ระวัง! SMS คืนเงิน หลอกลวง โดยไม่สมัครใจ มาอีกแล้ว SMS หลอกโอนเงิน “ดีอีเอส” ห่วง ออกโรงเตือนประชาชน ตระหนัก และรู้เท่าทันมิจฉาชีพทุกรูปแบบ วอนอย่าหลงเชื่อข้อความที่ส่งเข้ามายังโทรศัพท์มือถือ และหมั่นเช็กโปรฯ เช็กยอดหนี้ หากผิดปกติรีบแจ้งผู้ให้บริการ   นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส)…

ลบแทบไม่ทัน! นายกฯ แคนาดาแชร์ข่าวอิหร่านสั่ง ‘ประหาร’ ผู้ประท้วง 1.5 หมื่นคน ก่อนพบว่าเป็น ‘เฟกนิวส์’

  นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด แห่งแคนาดาลบข้อความออกจากบัญชีทวิตเตอร์ หลังกดแชร์ข่าวอิหร่านสั่งประหารหมู่ผู้ประท้วง 15,000 คน ก่อนจะพบว่าเป็นแค่เพียง “ข่าวปลอม”   ก่อนหน้านั้น เหล่าคนมีชื่อเสียงและชาวเน็ตจำนวนมากได้พากันแชร์ภาพจากอินสตาแกรมซึ่งเป็นรูปผู้หญิงถือธงอิหร่าน พร้อมแคปชันระบุว่า “อิหร่านลงโทษประหารชีวิตผู้ประท้วง 15,000 คน เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับผู้ต่อต้าน”   ในเวลาต่อมา อินสตาแกรมได้แท็กโพสต์ดังกล่าวว่าเป็น “ข้อมูลเท็จ” (False Information) พร้อมระบุว่า “ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระยืนยันแล้วว่า ข้อมูลนี้ไม่มีพื้นฐานความจริง”   โพสต์ข่าวลวงนี้ได้ถูกแชร์โดยเหล่าเซเลบคนดังมากมาย รวมถึงนักแสดงสาว โซฟี เทอร์เนอร์ (Sophie Turner) และวิโอลา เดวิส (Viola Devis) ส่วนนายกฯ ทรูโด ได้แชร์ทวีตดังกล่าวเมื่อค่ำวันจันทร์ (14) โดยระบุว่ารัฐบาลแคนาดาขอประณาม “การตัดสินใจอันป่าเถื่อนของระบอบอิหร่านที่ลงโทษประหารชีวิตผู้ประท้วงเกือบ 15,000 คน”   ทวีตดังกล่าวคงอยู่ในหน้าบัญชีของ ทรูโด นานถึง 12 ชั่วโมง ก่อนที่จะถูกลบทิ้ง   โฆษกรัฐบาลแคนาดาชี้แจงกับ…

เวียดนามเล็งแก้กฎหมาย ผู้ดูแลระบบต้องลบ “เฟคนิวส์” ภายใน 24 ชม.

  รัฐบาลเวียดนามเสนอการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย ให้การลบเนื้อหาอันเป็นเท็จต้องเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง จากเดิมคือสองวัน   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า กระทรวงข่าวสารของเวียดนามออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการยกระดับความเข้มงวดของกฎหมายป้องกันและปราบปรามข่าวปลอม หรือเนื้อหาอันเป็นเท็จที่มีการเผยแพร่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยจะมีการเสนอปรับแก้กฏหมาย ให้ผู้ดูแลระบบต้องลบเนื้อหาที่มีลักษณะดังกล่าวออกจากระบบภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับคำสั่ง จากเดิมคือ 48 ชั่วโมง   ทั้งนี้ รายงานของรัฐบาลเวียดนาม ระบุด้วยว่า บทลงโทษเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่กำลังใช้งานอยู่ในประเทศ ณ เวลานี้ มีความรุนแรงน้อยกว่าประเทศร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 10 เท่า และทางการเวียดนามกำหนดเป้าหมายให้กฎหมายซึ่งได้รับการปรับแก้แล้ว มีผลบังคับใช้ภายในปี 2566   Vietnam to require 24-hour take-down for "false" social media content https://t.co/NowInryEpJ pic.twitter.com/pH9xxI69l4 — Reuters (@Reuters) November 4, 2022…

“ดีอีเอส” แจงแนวทางระงับการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมาย

    ดีอีเอส ร่วมกับ กสทช. และ 35 หน่วยงาน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หาแนวทางแจ้งเตือน ระงับการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมาย หลังประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ใน 60 วัน   วันที่ 3 พ.ย. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอีเอส) ได้เชิญผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 35 ราย รับทราบ และชี้แจงประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2565 เพื่อระงับเนื้อหาข้อมูลเท็จ ความมั่นคง ลามกอนาจาร หลังรับแจ้งการกระทำผิด   นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์…

ศาลสูงสุดบราซิลลงมติ “แบนข่าวปลอม” ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดี

  สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ศาลสูงสุดของรัฐบาลกลางบราซิลได้ลงมติสนับสนุนคำตัดสินของศาลสูงสุดแผนกคดีเลือกตั้ง (TSE) ในการเร่งติดตามการลบข่าวปลอมออกจากสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี   ศาลสูงสุดของรัฐบาลกลางบราซิล ประกาศยกคำร้องที่ยื่นโดยสำนักงานอัยการระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันอาทิตย์ (23 ต.ค.) เพื่อระงับมติของศาลสูงสุดแผนกคดีเลือกตั้งบางส่วน โดยอ้างว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกเซ็นเซอร์   คณะผู้พิพากษา 6 คนลงมติเห็นชอบคำตัดสินดังกล่าว ซึ่งเป็นเสียงส่วนมากอันเพียงพอที่จะสนับสนุนมาตรการนี้ ขณะที่สมาชิกศาลสูงสุดคนอื่น ๆ ยังคงมีเวลาในการลงคะแนนจนถึงเที่ยงคืน   มติของศาลสูงสุดแผนกคดีเลือกตั้งมอบอำนาจสั่งการให้เว็บไซต์ต่าง ๆ ลบเนื้อหาที่ถูกจัดเป็นข่าวปลอมภายในเวลา 2 ชั่วโมง โดยข่าวปลอมต่าง ๆ จะต้องถูกลบออกภายในเวลา 1 ชั่วโมงเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ (29 ต.ค.) ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดี (30 ต.ค.)   นอกจากนี้ ศาลสูงสุดแผนกคดีเลือกตั้งยังสามารถระงับช่องทางที่เผยแพร่ข่าวปลอมซ้ำ ๆ ได้     ———————————————————————————————————————————————— ที่มา :                   สำนักข่าวอินโฟเควสท์ …