‘Disqus Widget’ ประมวลผลข้อมูลไม่ชอบด้วยกฎหมาย

  ส่องบทเรียน “Disqus Widget” บริษัทสัญชาติอเมริกันที่นำเสนอแพลตฟอร์มการแบ่งปันความคิดเห็นสาธารณะทางออนไลน์ แต่กลับกระทำความผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป และได้รับลงโทษปรับทางปกครองเป็นเงินราวๆ 2.5 ล้านยูโร เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2564 Datatilsynet ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศนอร์เวย์ ได้มีหนังสือแจ้งไปยัง Disqus Inc. บริษัทสัญชาติอเมริกันที่นำเสนอแพลตฟอร์มการแบ่งปันความคิดเห็นสาธารณะทางออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าสู่ระบบและสร้างโปรไฟล์เพื่อเข้าร่วมการสนทนา ว่าได้กระทำความผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปหรือ GDPR ในหลายกรณี โดยจะลงโทษปรับทางปกครองเป็นเงินราวๆ 2.5 ล้านยูโร เนื่องจากการกระทำความผิดดังนี้ (1) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองนอร์เวย์ผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ โดยใช้ระบบการเฝ้าติดตาม วิเคราะห์ข้อมูลและโปรไฟลิ่ง และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย Datatilsynet เห็นว่า Disqus ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากความยินยอมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (2) ไม่แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการประมวลผลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบตามที่กฎหมายกำหนด (3) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยขัดต่อหลักความรับผิดชอบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีนี้ สืบเนื่องมาจากการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชนในประเทศนอร์เวย์เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ Disqus โดยใช้ Disqus Widget เชื่อมต่อเว็บไซต์ต่างๆ (NRK.no/ytring, P3.no, tv.2.no/broom, khrono.no, adressa.no, rights.no และ document.no) เข้ากับแพลตฟอร์มการแบ่งปันความคิดเห็นสาธารณะที่ให้บริการโดย…

ศบค.มท. ย้ำผู้ว่าฯ ดึงประชาชนช่วยจนท. เฝ้าระวังชายแดน สกัดลักลอบเข้าเมือง

  ศบค.มท. เน้นย้ำผู้ว่าฯ ดึงภาคประชาชนร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่บริเวณพื้นที่ชายแดน เฝ้าระวัง ตรวจสอบผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศบค.มท. ได้แจ้งให้ผู้ว่าฯ ในฐานะผอ.รักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ กองกำลังป้องกันชายแดน ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของผู้ลักลอบเข้าเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยเข้มงวดตรวจตรามิให้มีผู้ลักลอบเข้าเมือง และเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายตามเส้นทางหรือช่องทางธรรมชาติ รวมทั้งลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง และเพื่อให้การควบคุมและป้องกันผู้ลักลอบเข้าเมืองที่ไม่ผ่านการตรวจและคัดกรองโรคตามมาตรการทางสาธารณสุข ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และผู้ว่าฯ กทม.ได้เน้นย้ำให้สร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและอาสาสมัครด้านต่างๆ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพและความพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสนับสนุนการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารในการลาดตระเวน ตรวจตรา เฝ้าระวัง การลักลอบเข้าเมือง ผ่านช่องทางธรรมชาติตลอดแนวชายแดน 24 ชั่วโมง ด้วยการร่วมปฏิบัติงานตามความพร้อมและความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่…

“ดีอีเอส” จ่อ ออกร่างประกาศกระทรวงฯ แก้ปัญหาข้อมูลเท็จท่วมโซเชียล

  “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส เรียกประชุม คกก.ป้องกันฯ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางโซเชียลฯ นัดแรก ไฟเขียว เตรียมออกร่างประกาศกระทรวงฯ หลักเกณฑ์เก็บ Log files หนุน พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ตามทันยุคโซเชียล วันที่ 20 พ.ค. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (20 พ.ค.64) ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ครั้งที่ 1/2564 โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานด้านการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อปรับปรุงประกาศกระทรวงฯ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ใช้บังคับมานานเพื่อให้ทันสมัย สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เป็นสากล และสามารถพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานทั้งในโซเชียลมีเดีย และดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ โดยคณะทำงานอยู่ระหว่างการพิจารณา (ร่าง) ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องหลักเกณฑ์การจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. …. และแนวทางการกำกับดูแลและการลงทะเบียนผู้ใช้งาน Social Media โดยดูจากแนวทางของต่างประเทศเป็นต้นแบบ คาดว่า จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ และจะรับฟังความคิดเห็น จากผู้เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับสรุปผลการดำเนินงานด้านการป้องกันปราบปรามของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม…

จีนแบนการใช้หลักสูตรต่างชาติตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมต้น

    รัฐบาลจีนห้ามการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรของต่างประเทศ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมต้น มีผลบังคับใช้ก.ย.ปีนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่า สภารัฐกิจ หรือคณะรัฐมนตรีจีน ภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ เกี่ยวกับกฎหมายปฏิรูปการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้เป็นต้นไป ห้ามจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรต่างชาติ ในสถานศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 และห้ามบุคคลและนิติบุคคลต่างชาติ เป็นเจ้าของและร่วมเป็นหุ้นส่วนกับโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น   China bars foreign curriculums, ownership in some private schools https://t.co/ML4UI3NyiF pic.twitter.com/pZLRBO6aVQ — CNA (@ChannelNewsAsia) May 17, 2021   ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งมีความเห็นว่า คณะผู้บริหารและผู้มีอำนาจตัดสินใจในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นสังกัดเอกชน “ควรเป็นชาวจีนเท่านั้น” และ “ควรมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ” นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาเอกชนระดับมัธยมต้นจะไม่สามารถจัดการรับสมัครนักเรียน การสอบเข้า และการรับสมัครบุคลากรได้เองล่วงหน้าอีกต่อไป…

ตร.กวดขันจับกุม! รถไม่ติดแผ่นป้าย-เปลี่ยนแปลง-ปิดบัง

  ตร. กวดขันจับกุมรถไม่ติดแผ่นป้าย หรือเปลี่ยนแปลง หรือปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน เมื่อวันที่ 15 พ.ค. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนนำรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หรือติดแผ่นป้ายทะเบียนที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปิดบังทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงมีหนังสือสั่งการ ลงวันที่ 12 พ.ค.64 ไปยังกองบัญชาการที่เกี่ยวข้องโดยสั่งการให้เจ้าพนักงานจราจรกวดขันจับกุมผู้ที่กระทำผิดดังกล่าว     ทั้งนี้ที่ผ่านมามีประชาชนบางรายไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ หรืออาจพยายามปิดบังหรือเปลี่ยนแปลงแผ่นป้ายทะเบียนโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจจับการกระทำผิดกฎหมายผ่านกล้องวงจรปิด หรือ กรณีเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถผู้อื่นแล้วหลบหนี อาจทำให้คู่กรณีเกิดความสับสนหรือไม่สามารถระบุทะเบียนรถได้ เป็นเหตุไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ซึ่งเป็นการเจตนาจงใจละเมิดกฎหมายและทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอาจได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน เพื่อขอความร่วมมือปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด   กรณีที่เจ้าของรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 7 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท    กรณีที่เจ้าของรถใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถที่ทำขึ้นเอง เช่น ทำด้วยกระดาษ หรือใช้การเขียนด้วยลายมือ โดยมีการแปลงตัวเลขอารบิกเป็นเลขไทย หรือการแก้ไขอักษรหรือตัวเลขในแผ่นป้ายทะเบียนรถตามความเชื่อส่วนตัวหรือหลักโหราศาสตร์ โดยนำวัสดุเช่นแผ่นทองคำเปลวหรือแผ่นสติกเกอร์ไปติดทับจนบดบังส่วนหนึ่งส่วนใดของแผ่นป้ายทะเบียน หรือนำแผ่นป้ายทะเบียนรถไปตกแต่งลวดลายเลียนแบบป้ายทะเบียนรถแบบกราฟิกที่หรือการนำป้ายพลาสติกที่สกรีนลายกราฟิกไปใช้ครอบแผ่นป้ายทะเบียนรถจะทำให้มองเป็นป้ายประมูล การกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 60 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือนำวัสดุหรือสิ่งอื่นใดมาปิดบัง หรือติดไว้ในบริเวณใกล้เคียงกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท   แต่หากตรวจสอบพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอมหมายเลขทะเบียนไม่ตรงกับป้ายเสียภาษีประจำปี ไม่ตรงกับสำเนาทะเบียนรถ และรายละเอียดของตัวรถ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ฐานปลอมเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท      —————————————————————————————————————————————– ที่มา : เดลินิวส์      / วันที่เผยแพร่  15 พฤษภาคม 2564 Link : https://www.dailynews.co.th/crime/843671

จีนออกกฏใหม่คุม’เทสลา’ถ่ายโอนข้อมูลบนท้องถน

  จีนออกกฏใหม่คุม’เทสลา’ถ่ายโอนข้อมูลบนท้องถนน ขณะที่บรรดาผู้สังเกตุการณ์ มีความเห็นว่า ร่างกฏระเบียบใหม่นี้จะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้แก่ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสหรัฐและจีนมากขึ้น เมื่อวันพุธ (12 พ.ค.)สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน เผยแพร่ร่างกฏระเบียบใหม่ที่ห้ามให้มีการถ่ายโอนข้อมูลการจราจรบนท้องถนนในจีน ที่ไม่ผ่านการอนุมัติและห้ามถ่ายโอนตำแหน่งที่ตั้งของยานพาหนะ ตลอดจนภาพและข้อมูลอื่นๆที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ในกล้องและเซนเซอร์ติดรถยนต์ ซึ่งข้อห้ามล่าสุดนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรถยนต์อัจฉริยะขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าทั้งคันของบริษัทเทสลา และค่ายรถยนต์อื่นๆ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา “นายเทา หลิน” รองประธานฝ่ายกิจการภายนอกของเทสลาในจีน เปิดเผยว่า ในฐานะที่เทสลาเป็นบริษัทดำเนินกิจการในจีน บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของจีน โดยต้องรวบรวมข้อมูลจากรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลาในจีนเก็บไว้ในประเทศจีนอย่างปลอดภัย เพื่อบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวและความมั่นคงของจีนไปยังสหรัฐ ข้อมูลจากรถยนต์อัจฉริยะของเทสลาในอนาคตทั้งหมดจะถูกรวบรวมไว้ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ เพื่อให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถยนต์ เมื่อเดือนมี.ค.เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนได้ตรวจสอบด้านความปลอดภัยในรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลา และแสดงความกังวลเกี่ยวกับกล้องภายในห้องผู้โดยสารและกล้องภายนอกอีก 8 ตัวที่ติดตั้งบนรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลา รวมถึงการเชื่อมกับข้อมูลการติดต่อในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอาจมีผลทำให้ข้อมูลส่วนตัวและเกี่ยวกับความมั่นคงของจีนเล็ดลอดถูกส่งไปยังสหรัฐ   ————————————————————————————————————————————- ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ          / วันที่เผยแพร่ 14 พ.ค.2564 Link : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/937920