BBC เผยแพร่สารคดีด้านมืดของประเทศไทย

สารคดี “Thailand: The Dark Side Of Paradise” จาก BBC ที่นำเสนอเรื่องราวการค้าประเวณีและอันตรายในไทยกลับสร้างความไม่พอใจในโลกออนไลน์ เมื่อชาวต่างชาติที่เคยมาเที่ยวและอาศัยในไทยต่างพร้อมใจกันออกมาโต้แย้งว่า “ประเทศไทยปลอดภัยกว่าอังกฤษและอเมริกามาก” ทำให้สารคดีที่ตั้งใจจะขายด้านมืด ต้องเผชิญกับคอมเมนต์ที่สวนกลับอย่างดุเดือดจนกลายเป็นประเด็นร้อนบน TikTok

Getty Images

เกิดอะไรขึ้นในเนปาล เหตุใด “Gen Z” ลุกขึ้นมาประท้วงรัฐบาล จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย ?

ที่ประเทศเนปาลการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ปะทุขึ้นทั่วประเทศเพื่อต่อต้านนโยบายปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ผู้ประท้วงนับพันคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัย “เจนซี (Gen Z)” หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2540-2555 ซึ่งพวกเขาระบุไว้บนแผ่นป้ายประท้วงต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนน พวกเขาเคลื่อนตัวผ่านเมืองหลวงอย่างกรุงกาฐมาณฑุ ขณะที่การประท้วงลุกลามไปสู่ความรุนแรงอย่างรวดเร็วและเกิดการสูญเสียชีวิต มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย หลังเกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุด รัฐบาลเนปาลได้ยกเลิกการปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้วในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยรัฐมนตรีของรัฐบาลเนปาลระบุว่า การตัดสินใจยกเลิกการแบนเกิดขึ้นหลังจากการประชุมฉุกเฉินเมื่อคืนวันจันทร์ (8 ก.ย.) เพื่อ “ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเจนซี” นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี ของเนปาล ยังประกาศลาออกแล้วในวันนี้เช่นเดียวกัน การปะทะเริ่มต้นขึ้นหลังจากกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ประท้วงเรื่องการแบนโซเชียลมีเดียและข้อกล่าวหาต่อการทุจริต ได้บุกเข้าไปในพื้นที่อาคารรัฐสภา องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอย่าง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล (Amnesty International) ออกมาเรียกร้องให้มีการ “สอบสวน [กรณีการเสียชีวิต] อย่างทั่วถึง เป็นอิสระ และเป็นธรรม” แอมเนสตี้ฯ กล่าวว่ามีการใช้กระสุนจริงกับผู้ประท้วง ขณะที่บรรดาแพทย์บอกกับบีบีซีแผนกภาษาเนปาลว่า บาดแผลของผู้ประท้วงมาจากกระสุนจริง กองกำลังความมั่นคงได้ยิงแก๊สน้ำตาและใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หลังผู้ประท้วงปีนกำแพงอาคารรัฐสภาและอาคารราชการอื่น…

12 หน่วยงาน ร่วมมือ TikTok สานต่อโครงการ #คนไทยรู้ทันซีซัน 2

กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มุ่งมั่นปรับปรุงนโยบายและมาตรการทางกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยการสร้างความตระหนักรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชนถือเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างยั่งยืน เมื่อภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและรู้เท่าทันภัยออนไลน์ต่าง ๆ

มิจฉาชีพเปิดเว็บไซต์ปลอม ‘กรมบัญชีกลาง’ หลอกติดตั้งแอปฯ ดูดเงิน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรมบัญชีกลางเปิดเว็บไซต์ใหม่สำหรับใช้ประชาสัมพันธ์” รองลงมาคือเรื่อง “ธนาคารกรุงไทยยืดเวลาลงทะเบียนสินเชื่อ เปิดลงทะเบียนผ่าน TikTok ktb9895”

ยุโรปสอบสวน ‘ติ๊กต็อก’ กรณีถ่ายโอนข้อมูลผู้ใช้ไปยัง ‘จีน’

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่าหลังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล (ดีพีซี) ของไอร์แลนด์ สั่งปรับติ๊กต็อกเป็นเงิน 530 ล้านยูโร (ราว 20,138 ล้านบาท) เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา กรณีส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังจีน ขณะที่ยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียของจีนยืนยันว่า ข้อมูลนี้สามารถเข้าถึงได้จากระยะไกลเท่านั้น

สังคมโลก : จัดระเบียบ

สหภาพยุโรป (อียู) มีกฎระเบียบด้านดิจิทัลซึ่งเข้มงวดที่สุดในโลก เพื่อควบคุมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ และยังคงมีการสอบสวนอย่างต่อเนื่องว่า แพลตฟอร์มต่าง ๆ ปกป้องเด็กหรือไม่ และอย่างไร ซึ่งขณะนี้มีการเรียกร้องให้อียูดำเนินการเพิ่มเติม เนื่องจากมีหลักฐานมากขึ้นที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงลบของสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก