Instagram ยกเลิกเข้ารหัส เมื่อการส่งข้อความอาจไม่ลับอีกต่อไป
Instagram เตรียมยกเลิกเข้ารหัสข้อความ เปิดทางตรวจสอบอาชญากรรมออนไลน์ แต่เสี่ยงข้อมูลรั่วไหลและเพิ่มความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว
Instagram เตรียมยกเลิกเข้ารหัสข้อความ เปิดทางตรวจสอบอาชญากรรมออนไลน์ แต่เสี่ยงข้อมูลรั่วไหลและเพิ่มความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว
สถานการณ์ที่ห้าม Live เด็ดขาดที่เรียกว่าเตือนก่อนภัยจะมา 5 สิ่งและสถานการณ์ที่ห้าม Live เด็ดขาด เทคโนโลยีมีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกและความบันเทิง แต่ต้องมาพร้อมกับ “สติ” ก่อนกดปุ่ม Live ครั้งต่อไป ลองเช็กสิ่งแวดล้อมรอบตัวสักนิด ว่ามีอะไรเสี่ยงๆ หรือไ
ที่ประเทศเนปาลการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ปะทุขึ้นทั่วประเทศเพื่อต่อต้านนโยบายปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ผู้ประท้วงนับพันคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัย “เจนซี (Gen Z)” หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2540-2555 ซึ่งพวกเขาระบุไว้บนแผ่นป้ายประท้วงต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนน พวกเขาเคลื่อนตัวผ่านเมืองหลวงอย่างกรุงกาฐมาณฑุ ขณะที่การประท้วงลุกลามไปสู่ความรุนแรงอย่างรวดเร็วและเกิดการสูญเสียชีวิต มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย หลังเกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุด รัฐบาลเนปาลได้ยกเลิกการปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้วในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยรัฐมนตรีของรัฐบาลเนปาลระบุว่า การตัดสินใจยกเลิกการแบนเกิดขึ้นหลังจากการประชุมฉุกเฉินเมื่อคืนวันจันทร์ (8 ก.ย.) เพื่อ “ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเจนซี” นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี ของเนปาล ยังประกาศลาออกแล้วในวันนี้เช่นเดียวกัน การปะทะเริ่มต้นขึ้นหลังจากกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ประท้วงเรื่องการแบนโซเชียลมีเดียและข้อกล่าวหาต่อการทุจริต ได้บุกเข้าไปในพื้นที่อาคารรัฐสภา องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอย่าง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล (Amnesty International) ออกมาเรียกร้องให้มีการ “สอบสวน [กรณีการเสียชีวิต] อย่างทั่วถึง เป็นอิสระ และเป็นธรรม” แอมเนสตี้ฯ กล่าวว่ามีการใช้กระสุนจริงกับผู้ประท้วง ขณะที่บรรดาแพทย์บอกกับบีบีซีแผนกภาษาเนปาลว่า บาดแผลของผู้ประท้วงมาจากกระสุนจริง กองกำลังความมั่นคงได้ยิงแก๊สน้ำตาและใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หลังผู้ประท้วงปีนกำแพงอาคารรัฐสภาและอาคารราชการอื่น…
หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยออนไลน์ของออสเตรเลีย ประกาศกฎระเบียบกำกับดูแลบริการต่าง ๆ ชุดใหม่ ที่ครอบคลุมบริการออนไลน์หลากหลายประเภทรวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์เกม และบริการ AI ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ปัจจุบัน งานออนไลน์ มีให้เลือกมากมายตามความสมัครใจ ทั้งคำชวนเชื่อที่ว่า ทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก อยู่บ้านก็ทำได้ หรือสุดแท้แต่จะเชิญชวน หากเจอบริษัทดีก็ดีไป แต่หากเจอมิจฉาชีพแฝงตัวมาหลอก ก็ต้องน้ำตาตกในไปตามๆ กัน เว็บไซต์ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เผย 6 วิธีรับมือ เมื่อโดนหลอกให้ทำงาน หารายได้เสริมออนไลน์ ดังนี้ 1. หากพบคำเชิญชวนให้ทำงานออนไลน์ ผ่านทาง SMS หรือโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram, Twitter อย่าเข้าไปติดต่อสมัครเด็ดขาด โดยเฉพาะโพสต์ที่แอบอ้างสัญลักษณ์ของหน่วยงานราชการ หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องมาเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่มิได้เป็นช่องทางทางการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง 2. ให้หลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ฟังดูดีเกินจริง โดยเฉพาะงานที่มีผลตอบแทนสูง ทำง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก 3. ให้ปรึกษาสายด่วนของตำรวจไซเบอร์ ที่หมายเลข 1441 เพื่อปรึกษาว่างานดังกล่าว เป็นมิจฉาชีพหรือไม่ 4. หากงานออนไลน์ดังกล่าวมีเงื่อนไขว่า ให้วางเงินมัดจำ…
พบกลโกงฟิชชิ่งรูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าหมายโจมตีบัญชีธุรกิจ Instagram โดยใช้แชทบอทปลอมและอีเมลสนับสนุนปลอม เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ส่งข้อมูลรับรองการเข้าสู่ระบบ รายงานจาก Cofense Phishing Defense Center เผยว่า การโจมตีนี้เริ่มต้นจากการส่งอีเมลแจ้งเตือนปลอมระบุว่าโฆษณาของผู้ใช้ถูกระงับเนื่องจากละเมิดกฎหมายโฆษณา โดยอีเมลดังกล่าวมาจากที่อยู่อีเมล Salesforce (noreply@salesforce[.]com) ซึ่งไม่ใช่อีเมลอย่างเป็นทางการของ Instagram
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว