เอฟบีไอรวบชายอเมริกันนำอุปกรณ์ระเบิดเข้าสนามบิน

    เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ ของสหรัฐฯ ได้จับกุมชายคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่านำอุปกรณ์ระเบิดไปยังสนามบินในรัฐเพนซิลเวเนียเมื่อวันจันทร์   นายมาร์ก มัฟฟ์ลีย์ วัย 40 ปี ถูกกล่าวหาว่าใส่อุปกรณ์ระเบิดไว้ในกระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องเพื่อขึ้นเครื่องบิน ไปยังเมืองออร์ลันโด ในรัฐฟลอริดา เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เขาหลบหนีออกจากสนามบินหลังจากถูกเรียกชื่อผ่านลำโพงเพื่อให้ไปที่โต๊ะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และถูกจับกุมที่บ้านในเย็นวันนั้น   เจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA) กล่าวว่า พวกเขาพบอุปกรณ์ดังกล่าวระหว่างการตรวจคัดกรองตามปกติ เจ้าหน้าที่กล่าวว่านายมัฟฟ์ลีย์ ได้เช็กอินเพื่อขึ้นเครื่องของสายการบินอัลลีเจียนท์ แอร์ เที่ยวบิน 201 จากท่าอากาศยานนานาชาติลีไฮ แวลลีย์ ในเมืองอัลเลนทาวน์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟียไปทางเหนือ 105 กม. ในเช้าวันจันทร์   ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่คัดกรองของ TSA ค้นพบสิ่งของต้องสงสัยและเรียกผู้เชี่ยวชาญของเอฟบีไอ รวมถึงช่างเทคนิคระเบิดมาตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าว   ข้อมูลจากเอกสารแจ้งข้อกล่าวหา จาเรด วิตเมียร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคด้านระเบิดของเอฟบีไอ กล่าวว่า พบอุปกรณ์ขนาด 7.5 ซม. ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าสัมภาระของผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่กล่าวว่า วัตถุดังกล่าวเป็นห่อกลม ๆ…

FBI บุกค้นมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ หวังตามหาเอกสารลับของไบเดน

    สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวเมื่อวันพุธ (15 ก.พ.) ว่า สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เข้าตรวจค้น 2 ครั้งที่มหาวิทยาลัยเดลาแวร์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนเรื่องการจัดการเอกสารลับของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ   การตรวจค้นดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยความยินยอมและได้รับความร่วมมือจากทีมกฎหมายของปธน.ไบเดน อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวและให้ไปสอบถามจากกระทรวงยุติธรรมแทน   ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงต้นเดือนนี้ ทนายความของปธน.ไบเดนกล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมไม่พบเอกสารที่มีตราระบุว่าเป็นเอกสารลับ ในระหว่างการค้นหา 3 ชั่วโมงครึ่งที่บ้านพักริมชายหาดของปธน.ไบเดนในเมืองรีโอโบธ รัฐเดลาแวร์ แต่ได้นำเอกสารบางส่วนไปตรวจสอบเพิ่มเติม   ก่อนหน้านี้มีการตรวจพบเอกสารที่บ้านพักของปธน.ไบเดนในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ และที่สำนักงานในวอชิงตันซึ่งเขาเคยใช้ทำงานในระหว่างดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา และในช่วงระหว่างหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี   ประเด็นการค้นหาเอกสารลับนี้ได้สร้างความวุ่นวายทางการเมืองให้กับปธน.ไบเดน ผู้ซึ่งคาดว่าเตรียมจะประกาศลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ในอีกไม่กี่สัปดาห์หรืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า   ทั้งนี้ ปธน.ไบเดนได้บริจาคเอกสารทางการสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาพรรคเดลาแวร์ระหว่างปี 2516 – 2552 ให้กับมหาวิทยาลัยเดลาแวร์         ————————————————————————————————————————- ที่มา :     …

เผยตัวตนเอฟบีไอสองหน้า แฉข้อมูลลับให้สื่อจนนิกสัน ลาออกจากปธน. แต่ปากบอกไม่ได้ทำ

    คดี “วอเตอร์เกต” (Watergate) อันลือลั่นซึ่งว่าด้วยการแฉข้อมูลทางการเมือง แม้จะล่วงเลยมาหลายสิบปีแล้ว จนถึงปัจจุบัน คดีนี้ยังอยู่ในความทรงจำในฐานะเรื่องอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา หรืออาจเป็นประวัติศาสตร์โลก   คดีวอเตอร์เกต     การแฉข้อมูลเบื้องลึกว่าด้วยการดำเนินการของประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน และผู้ใกล้ชิดซึ่งกระทำการโดยผิดกฎหมายเพื่อให้มีชัยเหนือคู่แข่งทางการเมือง และชนะการเลือกตั้ง แต่จุดที่ทำให้ถูกเปิดโปง คือกรณีที่ทีมงานเข้าไปติดตั้งเครื่องดักฟังในศูนย์รณรงค์หาเสียงของพรรคเดโมแครต และถูกตำรวจจับได้ ขณะที่สื่อสารมวลชนที่รายงานเบื้องหลังของการงัดแงะครั้งนั้นอย่างต่อเนื่อง จนข้อมูลเบื้องลึกถูกเปิดโปงใหญ่โต จากคดีงัดแงะเล็กน้อยกลายเป็นคดีอื้อฉาวระดับประเทศ อันเป็นผลทำให้ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ประกาศลาออกจากตำแหน่ง และน้ำตาตกต่อหน้าการแถลงข่าว สื่อมวลชนกลุ่มที่ปฏิบัติการนี้เองมีแหล่งข่าวปริศนารายสำคัญซึ่งสาธารณชนรู้จักในนามแฝงว่า “ดีพโธรต” (Deep Throat) แล้วเขาคือใคร?   หากเอ่ยถึงในข้อเท็จจริงโดยรวมแล้ว คดีวอเตอร์เกทในช่วงต้นยุค 70s มีตัวละครสำคัญที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อคดีคือบทบาทสื่อมวลชนทั้งของวอชิงตัน โพสต์ (The Washington Post) และนิวยอร์ก ไทม์ส (The New York Times) โดยเฉพาะบทบาทการทำข่าวสืบสวนสอบสวนโดยบ๊อบ วูดวาร์ด (Bob Woodward) และคาร์ล…

“Hive” แก๊งแรนซัมแวร์ ถูกแฮ็ก โดย “FBI”

Image Credit : cyware.com   สามารถช่วยเหลือเหยื่อกว่า 300 ราย ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้หลุดพ้นจากกลอุบายจากกลุ่มแรนซัมแวร์ Hive ได้สำเร็จ   ในการแถลงข่าวถึงการปฏิบัติการครั้งนี้ นำโดย Merrick Garland อัยการสูงสุดสหรัฐฯ, Christopher Wray ผู้อำนวยการ FBI และ Lisa Monaco รองอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ร่วมกันแถลงว่า   “แฮกเกอร์ของรัฐบาลได้บุกเข้าไปในเครือข่ายของ Hive และทำให้แก๊งนี้อยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง โดยปฏิบัติการครั้งนี้เราได้แอบขโมยกุญแจดิจิทัลที่ Hive ใช้เพื่อปลดล็อกข้อมูลขององค์กรที่กำลังตกเป็นเหยื่อ”   หลังปฏิบัติการสำเร็จ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งเตือนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อทราบล่วงหน้า เพื่อให้เร่งดำเนินการป้องกันระบบของตนก่อนที่ Hive จะเรียกร้องเงินค่าไถ่ โดยทางเจ้าที่หน้าได้ส่งมอบคีย์สำหรับถอดรหัสแก่เหยื่อในการปลดล็อก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโรงเรียนในเขตเท็กซัส ซึ่งสามารถช่วยได้ทันโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินค่าไถ่จำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และโรงพยาบาลหลุยเซียน่าจำนวน 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นี่เป็นเพียงแค่เหยื่อในบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับการช่วยเหลือได้ทัน   Hive เป็นหนึ่งในกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่มีจำนวนและมีการเคลื่อนไหวมากที่สุดกลุ่มหนึ่งซึ่งขู่กรรโชกธุรกิจระหว่างประเทศด้วยการเข้ารหัสข้อมูลและเรียกร้องการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมหาศาล ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา…

เอฟบีไอชี้เกาหลีเหนือ แฮ็กบล็อกเชน “ฮาร์โมนี” สูญ 3,000 ล้านบาท

    หน่วยงานสอบสวนของรัฐบาลวอชิงตัน กล่าวว่า กลุ่มแฮกเกอร์ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากเกาหลีเหนือ โจมตีบล็อกเชนของผู้พัฒนาในสหรัฐ เมื่อปีที่แล้ว สร้างความเสียหายมากกว่า 3,000 ล้านบาท   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ออกแถลงการณ์ว่า “ลาซารัส กรุ๊ป” และ “เอพีที38” ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ ต่อระบบ “ฮาร์โมนี ฮอไรซอนส์ บริดจ์” ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมบล็อกเชนของบริษัทฮาร์โมนี หนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนสกุลเงินดิจิทัลของสหรัฐ เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว และสร้างความเสียหายมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,276.80 ล้านบาท)   Two hacker groups associated with North Korea, the Lazarus Group and APT38, were…

เอฟบีไอเข้าค้นบ้านไบเดนในเดลาแวร์ พบเอกสารชั้นความลับเพิ่มอีก 6 ฉบับ

    เอพี – ทนายความส่วนตัวเผยเอฟบีไอเข้าค้นบ้านไบเดน โดยความสมัครใจในเดลาแวร์เมื่อวันศุกร์ (20 ม.ค.) และพบเอกสารประทับตราชั้นความลับเพิ่มอีก 6 ฉบับ นอกจากนั้น ยังมีการเก็บบันทึกลายมือบางส่วนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับไปตรวจสอบด้วย   ประธานาธิบดีโจ ไบเดน สมัครใจอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เข้าตรวจค้นบ้านพักส่วนตัวในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ โดยไม่มีหมายค้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานะการตรวจค้นพิเศษนี้เลย ซ้ำยังทำให้ความกระอักกระอ่วนของไบเดนยิ่งเพิ่มมากขึ้น นับจากที่มีการเปิดเผยครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ที่ผ่านมาว่า ทนายความของประธานาธิบดีพบเอกสารชั้นความลับ “จำนวนเล็กน้อย” ในสำนักงานเก่าของไบเดนที่เพนน์ ไบเดน เซ็นเตอร์ในวอชิงตัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมจะเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่วัน   หลังจากนั้น ทีมทนายความพบเอกสารชั้นความลับอีก 6 ฉบับในสมัยที่เขาเป็นรองประธานาธิบดีในห้องสมุดในบ้านพักของไบเดน ที่วิลมิงตัน   ไบเดนยืนยันว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่แท้จริงแล้วถือเป็นความรับผิดทางการเมืองขณะที่เขาเตรียมประกาศลงเลือกตั้งอีกสมัย อีกทั้งยังบ่อนทำลายความพยายามในการสร้างภาพความถูกต้องชอบธรรมต่ออเมริกันชนหลังจากยุคแห่งความวุ่นวายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนก่อนหน้า   บ็อบ บาวเออร์ ทนายความส่วนตัวของไบเดน เผยว่า ระหว่างการตรวจค้นเมื่อวันศุกร์ที่ใช้เวลาเกือบ 13 ชั่วโมง โดยมีทนายความส่วนตัวของไบเดน…