Google ปรับแผน Chrome อัปเดตถี่ขึ้นทุก 2 สัปดาห์ รับมือภัยคุกคามยุค AI

Google ประกาศปรับเปลี่ยนรอบการอัปเดตของ Chrome อย่างเป็นทางการ โดยจะปล่อยเวอร์ชันใหม่ในทุก 2 สัปดาห์ จากเดิมที่เคยใช้วิธีปล่อยอัปเดตในทุก 4 สัปดาห์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เริ่มประเดิมอย่างเป็นทางการแล้วกับการเปิดตัว Chrome 153 ทั้งบนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์, iOS และ Android

กลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus ใช้ npm แพร่มัลแวร์ เพื่อโจมตีนักพัฒนาซอฟต์แวร์

กลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยใช้กลยุทธ์ “typosquatting” สร้างแพ็คเกจ npm ปลอมที่มีชื่อใกล้เคียงกับแพ็คเกจยอดนิยม เพื่อหลอกให้นักพัฒนาดาวน์โหลดและติดตั้งมัลแวร์ นักวิจัยจาก Socket Research Team พบว่ามีแพ็คเกจอันตราย 6 รายการ ถูกดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 330 ครั้ง

Source Code ของมัลแวร์ macOS สุดแพง Banshee Stealer รั่วไหลสู่สาธารณะแล้ว

การหลุดของโค้ดต้นฉบับ หรือ Source Code นั้นนับว่าเป็นภัยอันตรายสำหรับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์หลายราย เนื่องจากอาจนำมาสู่ความสูญเสียในด้านการเงินเนื่องจากถูกขโมยไปขาย หรือ เพิ่มความเสี่ยงที่ซอฟต์แวร์ตัวนั้นจะโดนแฮกได้ง่ายมากขึ้น แต่ถ้ากรณีนั้นเกิดขึ้นกับมัลแวร์ล่ะ ?

พบช่องโหว่ร้ายแรงบน Chrome 2 ตัว เปิดโอกาสแฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกล กระทบทั้ง Windows, macOS และ Linux

เว็บไซต์ Cyber Security News ได้มีการรายงานถึงการตรวจพบช่องโหว่ 2 ช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์สามารถรันโค้ดจากระยะไกล (Remote Code Execution) โดยช่องโหว่นี้ส่งผลกับ Chrome ที่ใช้งานอยู่บนระบบปฏิบัติการ macOS, Windows และ Linux 

แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือใช้ช่องโหว่ที่ไม่เคยพบใน Chrome เพื่อขโมยคริปโท

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของไมโครซอฟท์รายงาน พบว่าแฮ็กเกอร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Citrine Sleet ซึ่งคลุกคลีกับการโจมตีในอุตสาหกรรมคริปโท ได้ใช้ช่องโหว่ที่ไม่เคยค้นพบ (zero-day) ภายใน Chromium ที่เป็นซอฟต์แวร์แกนหลักของเบราว์เซอร์ชั้นนำ ทั้ง Chrome, Microsoft Edge และ Opera โดยเริ่มโจมตีองค์กรต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม เพื่อขโมยคริปโท

แจ้งเตือนปลอม กดแจ้งเตือนติดตั้งโปรแกรม แถมมัลแวร์ผ่านหน้าเว็บ

มีการค้นพบแคมเปญการกระจายมัลแวร์รูปแบบใหม่ ที่ใช้ข้อความแจ้งปัญหาปลอมจาก Google Chrome, Word และ OneDrive เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้ง “ตัวแก้ไข” ซึ่งแท้จริงแล้วคือมัลแวร์