เมื่อ ‘สมาร์ตทีวี’ กลายเป็นอาวุธไซเบอร์

ภัยคุกคามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน แต่สามารถแฝงตัวอยู่ในอุปกรณ์ IoT ภายในบ้านได้เช่นกัน ในยุคที่อุปกรณ์ IoT กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตทีวี กล่องรับสัญญาณสตรีมมิง หรืออุปกรณ์ Android ราคาประหยัด ผู้ใช้อาจไม่เคยคาดคิดว่าอุปกรณ์เหล่านี้สามารถถูกแฮกเกอร์นำไปใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมไซเบอร์ได้

ชีวิตในยุคดิจิทัล เมื่อ AI รู้จักคุณดีกว่าที่คุณคิด

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ AI จะเข้าใจพฤติกรรมต่างๆ เพราะในปัจจุบัน เราเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์มากมาย ทั้งสมาร์ทโฟน นาฬิกาอัจฉริยะ และอุปกรณ์ IoT ต่างๆ

รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดแผนประเมินความเสี่ยงความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอุปกรณ์ IoT

สำนักข่าว NHK World รายงานเมื่อ 18 มี.ค.67 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะเปิดตัวแผนประเมิน ความปลอดภัยอุปกรณ์ IoT หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากการโจมตีทางไซเบอร์ ช่วง ใน เม.ย.นี้

ภัยใหม่ยุค IoT เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านถูกแฮ็กไปทำ Botnet! แล้วจะป้องกันได้อย่างไร?

  สมัยนี้อะไร ๆ ก็ดูจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตั้งทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะแต่คอมพิวเตอร์ เราเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และสมาร์ตโฟน แต่รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้อย่าง ตู้เย็น หม้อหุงข้าว ไปจนถึงมีดโกนหนวด   ผลการศึกษาของ Transforma Insights ชี้ว่าภายในปี 2030 น่าจะมีอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตรวมกันถึง 24,100 ล้านอุปกรณ์   แต่รู้หรือไม่ว่าขึ้นชื่อว่าเชื่อมเน็ตแล้ว ย่อมเป็นช่องทางในการเข้าออกของผู้ที่ไม่หวังดีได้ทั้งหมด   เครื่องซักผ้าก็ถูกแฮ็กได้   @Johnnie ผู้ใช้งานรายหนึ่งบน X ออกมาโพสต์แสดงตั้งคำถามว่าเครื่องซักผ้าแบรนด์ดัง อยู่ดี ๆ ก็ใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตถึงวันละ 3.6 จิกะไบต์ ส่วนใหญ่เป็นการอัปโหลดขึ้นในบนเครือข่ายถึง 3.57 จิกะไบต์ ขณะที่ดาวน์โหลดเพียง 100 เมกะไบต์เท่านั้น     ตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไรแน่ ตั้งแต่ข่าวที่ผู้ผลิตแบรนด์ดังกล่าวบอกว่าจะใช้ข้อมูลจากเครื่องใช้ไฟฟ้าของลูกค้าไปสร้างซอฟต์แวร์ AI (แต่เฉพาะเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น) ข้อมูลจากเราเตอร์จะผิดพลาด หรือแม้แต่มีคนแอบเอาเครื่องซักผ้าไปขุดคริปโท   ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ความกังวลมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการความเสี่ยงที่เครื่องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของบ้านเราจะถูกแฮ็ก…

อุปกรณ์ IOT สุดล้ำ ช่วยเตือนภัย ทำงานได้แทนคน

  Techhub insight พาไปดูการใช้งานอุปกรณ์ IOT ที่ช่วยเก็บข้อมูล แจ้งเตือนน้ำท่วม และฝุ่นมลพิษได้จริง ในพื้นที่จริงป่าต้นน้ำ ที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เห็นความสำเร็จของโทรมาตร ระบบติดตามสภาพอากาศอัตโนมัติ จึงได้เริ่มต้นทำโครงการนำร่อง ติดตั้งอุปกรณ์วัดค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อให้ทราบสถานการณ์และวางแผนจัดการน้ำและอากาศได้ดีขึ้น   ข้อมูลหลัก ๆ ที่ได้จากการคำนวนของโทรมาตรคือปริมาณน้ำจากป่าต้นน้ำ ความเร็วของน้ำ ปริมาณน้ำฝน ปริมาณฝุ่น PM 2.5 และค่าอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่นำไปวางแผนเตือนภัยแจ้งเตือนประชาชนโดยไม่ต้องอาศัยกำลังคนจำนวนมากในการดูแล     ปัญญารัตน์ ปัญญาเกียรติสิริ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ ยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมามลพิษทางอากาศเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของภาคเหนือ เพราะปัจจัยหลาย ๆ อย่างหมอกควันที่เกิดจากการเผาเพื่อปรับเปลี่ยนพื้นทีทางการเกษตร และความกดอากาศต่ำที่มาจากประเทศทางใกล้เคียง ทำให้ฝุ่นละอองถูกกดอยู่ในพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นปัญหาจะสะสมยาวนานมาก   สิ่งหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้คือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่ช่วยจับ PM 2.5 โดยข้อมูลที่ได้จากโทรมาตรจะถูกนำไปใช้ช่วยวางแผนจัดการในพื้นที่ไหน กำหนดช่วงเวลาเผาในโซนชุมชน วางแผนเตือนภัยแจ้งเตือนประชาชนหากปริมาณน้ำฝนที่สูงเกิน…