แพทย์ใหญ่สหรัฐฯ ประกาศให้ความรุนแรงจากอาวุธปืน เป็นวิกฤติด้านสาธารณสุขของประเทศ
นายแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศว่า เหตุการณ์ความรุนแรงจากอาวุธปืนในประเทศกลายเป็นวิกฤตการณ์สาธารณสุขแล้ว พร้อมเรียกร้องให้มีการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น
นายแพทย์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศว่า เหตุการณ์ความรุนแรงจากอาวุธปืนในประเทศกลายเป็นวิกฤตการณ์สาธารณสุขแล้ว พร้อมเรียกร้องให้มีการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่า “ตามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 2 หากศาลพบว่า บุคคลใดเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของบุคคลอื่น บุคคลนั้นอาจถูกห้ามครอบครองอาวุธชั่วคราว” นายจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา ลงความเห็น
แพลตฟอร์ม Youtube เตรียมบังคับใช้มาตการที่เข้มงวดมากขึ้นในการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน
อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเม็กซิโก จอน เบนจามิน โดนสั่งปลดเมื่อต้นปีนี้หลังถือปืนไรเฟิลพร้อมหันกระบอกปืนเล็งใส่เจ้าหน้าที่สถานทูตชาวเม็กซิกัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในขณะลงพื้นที่ตรวจราชการ ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ถึงกรณีการออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนของชาวต่างชาติ
14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ ที่ควรอบอวลไปด้วยบรรยากาศของความรักและการเฉลิมฉลอง แต่กลับเกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้นที่รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา หลังมีผู้ก่อเหตุกราดยิงในระหว่างที่มีการจัดขบวนพาเหรดฉลองชัยชนะซูเปอร์โบวล์ของทีมแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ในเมืองแคนซัสซิตี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และบาดเจ็บ 22 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีหลายคนที่เป็นเด็กด้วย แม้ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 คนที่คาดว่าจะมีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าวได้แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้สร้างทั้งความหวาดผวาและความโกรธแค้นในสังคมอเมริกัน ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่เกิดเหตุกราดยิงถี่มากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีคำถามตามมาว่า กฎหมายควบคุมปืนของรัฐมิสซูรีเหมาะสมแล้วหรือไม่ มีประสิทธิภาพมากพอแล้วหรือยัง เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องแลกมาด้วยชีวิตคน เปิดกฎหมายปืนรัฐมิสซูรี เอื้อให้เหตุกราดยิงเกิดง่ายขึ้นจริงหรือ “ดิฉันรู้สึกโกรธกับสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ผู้ที่มาร่วมงานเฉลิมฉลองควรอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย” นี่คือคำกล่าวของ สเตซีย์ เกรฟส์ หัวหน้าตำรวจเมืองแคนซัสซิตี้ ในวันเกิดเหตุไม่ใช่ว่าจะไม่มีตำรวจอยู่เลย แต่แท้ที่จริงในบริเวณนั้นมีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่มากกว่า 800 คน เพื่อเตรียมรับมือกับอีเวนต์ใหญ่ บางส่วนเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วย FBI และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธปืน และวัตถุระเบิดของรัฐบาลกลาง (ATF) แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นได้ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนกล่าวว่า การจะควบคุมความปลอดภัยในงานพาเหรดฉลองชัยซูเปอร์โบวล์ของทีมแคนซัส…
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว