จ่อลงดาบหน่วยงานรัฐปมข้อมูลรั่วไหล

    คกก.ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายคุ้มครองฯ จ่อลงดาบหน่วยงานรัฐปมข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล หากผิดจริงมีโทษปรับไม่เกิน 3 ล้าน   เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 66 ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พล.อ.ดร.ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ ประธานคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 (ที่พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนทางเทคโนโลยีและอื่น ๆ) กล่าวถึง กรณีข้อมูลหน่วยงานรัฐรั่วไหลในขณะนี้ ว่าได้เรียกประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญข้อมูลส่วนบุคคลด่วน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลในหน่วยงานภาครัฐตามที่เป็นข่าว คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 มีมติร่วมกันว่า   1. ให้ดำเนินการสอบสวนหน่วยงานรัฐที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหลเพื่อตรวจหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขโดยทันที   2. ให้มีคำสั่งเรียกหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับการสื่อสาร และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ มาชี้แจงประเด็นเรื่องข้อมูลรั่วไหลจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงจะขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจัดทำระบบกรองข้อมูล (Filtering system) เพื่อป้องกับปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบผ่านระบบ SMS   3. ให้ สคส. เร่งทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และขอความร่วมมือสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้ดำเนินการปิดบังหมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกนำมาเผยแพร่ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล   4.…

e-Signature ว่าด้วยเรื่องประโยชน์และความปลอดภัย

  เมื่อโลกเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ จึงควรให้ความสำคัญกับการจัดกลยุทธ์ระบบสารสนเทศแบบองค์รวมที่สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานได้อย่างเหมาะสมและรองรับการให้บริการต่อประชาชนและหน่วยงานภายนอกได้ในอนาคต   สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวจึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ “ยกระดับภาครัฐไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานมีการทำงานแบบอัจฉริยะ ให้บริการโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง” และมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้เกิดการใช้งาน e-Signature เป็นวงกว้างในหน่วยงานของภาครัฐ     บทบาทของ e-Signature ในหน่วยงานภาครัฐ   หน่วยงานรัฐเป็นองค์กรที่ใช้งานเอกสารกระดาษเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือ มีลำดับขั้นของกระบวนการทำงาน การอนุมัติงานที่ซับซ้อน ทำให้ต้องใช้เวลานานในการจัดการเอกสาร และต้องจัดสรรพื้นที่สำหรับจัดเก็บงานเอกสารโดยเฉพาะ แต่เมื่อจะเรียกใช้งานข้อมูลที่จัดเก็บไว้กลับต้องใช้เวลาในการค้นหา หากเราสามารถย่นระยะเวลาในส่วนนี้ลงไปได้จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมหาศาล และยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกิดบริการออนไลน์รูปแบบใหม่ๆ ของภาครัฐ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและภาคประชาชนได้อย่างตรงจุดด้วย   การนำ e-Signature มาใช้จะช่วยให้ระบบงานนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารกระดาษอีกต่อไป เพราะเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์จะได้รับการรับรองทางกฎหมายเสมือนเป็นเอกสารกระดาษทั่วไป     เอกสารประเภทไหนควรใช้ e-signature แบบใด   เอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานในหน่วยงานภาครัฐถูกจำแนกออกเป็น 6 ชนิด ตามข้อ 10 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ…

ทำเนียบขาวแจ้งเตือนหน่วยงานภาครัฐ ห้ามใช้ SMS ยืนยันตัวตนเพราะไม่ปลอดภัยมากพอ

  Office of Management and Budget (OMB) หน่วยงานในทำเนียบขาว (เทียบได้กับสำนักงบประมาณของประเทศไทย แต่มีส่วนของการตรวจสอบกระบวนการภาครัฐนอกจากทำงบประมาณด้วย) ออกบันทึกเตือนเรื่องแนวทางรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ให้กับหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐ (federal agencies) ประเด็นหลักของบันทึกนี้คือหน่วยงานภาครัฐควรใช้สถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบ zero trust architecture (ZTA) หรือไม่เชื่อมั่นในสิ่งใดเลย ทุกอย่างในระบบไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้หรือเครือข่ายต้องถูกยืนยันใหม่เสมอ (we must verify anything and everything) ในทางปฏิบัติแล้ว OMB ขอให้หน่วยงานภาครัฐต้องใช้บัญชีที่ถูกจัดการจากส่วนกลาง (enterprise-managed accounts) , อุปกรณ์ที่พนักงานใช้ต้องถูกมอนิเตอร์และจำกัดสิทธิ , ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานแต่ละหน่วยต้องแยกจากหน่วยอื่น ทราฟฟิกระหว่างกันต้องถูกเข้ารหัส , แอพพลิเคชันที่ใช้ต้องถูกทดสอบอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่น่าสนใจคือ OMB ระบุว่าจำเป็นต้องยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (multi-factor authentication หรือ MFA) ถือเป็นการป้องกันขั้นพื้นฐานจาก phishing ซึ่ง OMB ชี้ชัดว่าต้องเป็นการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยอย่างการใช้ฮาร์ดแวร์ (บัตรประจำตัวพนักงานหรือคีย์ FIDO2) และเลิกใช้วิธีที่ไม่ปลอดภัย เช่น SMS…