ผู้ต้องสงสัยเป็นสายลับอิหร่านถูกนำพิจารณาคดีในชั้นศาลของกรุงลอนดอน

ชายสามคนที่ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับให้รัฐบาลอิหร่านถูกนำขึ้นพิจารณาคดี ณ ศาลเขตเวสต์ต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ประกอบด้วย นายมอสตาฟา เซปาห์วันด์ (Mostafa Sepahvand) อายุ 39 ปี  นายฟาร์ฮัด จาวาดี มาเนช (Farhad Javadi Manesh) อายุ 44 ปี และนายชาปูร์ กาเลฮาลี ข่านี นูรี (Shapoor Qalehali Khani Noori) อายุ 55 ปี

ยูเครน ตรวจพบเครือข่ายสายลับฮังการีปฏิบัติการในประเทศ

หน่วยงานความมั่นคงของยูเครน หรือ SBU ได้แถลงวันนี้ (9 พ.ค.) ว่า ตนได้เปิดโปงเครือข่ายสายลับ ซึ่งทางหน่วยงานเชื่อว่ารัฐฮังการีเป็นผู้บงการ เครือข่ายนี้มุ่งรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับการป้องกันประเทศของยูเครน นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยูเครนที่มีการตรวจพบเครือข่ายสายลับจากฮังการีที่จงใจเป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของยูเครน

ซีไอเอโพสต์วิดีโอรับสมัคร ‘สายลับ’ ในรัสเซีย

บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ทางการของซีไอเอ พยายามดึงดูดผู้ที่เป็นชาวรัสเซียผู้รักชาติ ซึ่งทำงานให้กับหน่วยข่าวกรอง แต่อาจรู้สึกเหมือนถูกทรยศหักหลังจากสิ่งที่เรียกว่าการคอร์รัปชันในหมู่ชนชั้นนำรัสเซีย ยังผลให้กองทัพรัสเซียขาดยุทโธปกรณ์ในสงครามที่ดีพอ เป็นหนึ่งในวิดีโอเปิดรับสมัครงานของซีไอเอที่มุ่งเป้าชาวรัสเซีย

รัสเซียห้ามชาวอังกฤษเข้าประเทศเพิ่มอีก 23 ราย

กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียประกาศห้ามพลเมืองอังกฤษเดินทางเข้ารัสเซียอย่างไม่มีกำหนดเพิ่มอีก 23 ราย เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของอังกฤษ รายงานระบุว่า กระทรวงต่างประเทศรัสเซียไม่ได้เปิดเผยรายชื่อทั้งหมด โดยเปิดเผยรายชื่อเพียง 8 ราย ครอบคลุมตั้งแต่นักข่าว, นักวิชาการ บุคคลสำคัญทางทหารและการเมือง

หน่วยข่าวกรองเยอรมนีปวดหัว สายลับรุ่นใหม่ขอ Work From Home

    หน่วยข่าวกรองเยอรมนีกำลังประสบปัญหาขาดสายลับ หลังสายลับรุ่นใหม่ ๆ ยื่นเงื่อนไขในการทำงานว่า “ต้องสามารถ Work From Home ได้”   สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมหลายอย่างของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องของการทำงานที่หลายคนมีความคุ้นชินกับการทำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือการทำงานทางไกล (Remote) มากขึ้น   อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสายอาชีพที่จะสามารถทำงาน Work From Home ได้ เพราะงานบางอย่างก็ต้องเข้าไปทำในสถานที่ทำงานของตัวเอง หรือบ้างก็ต้องทำงานแบบลงพื้นที่     หนึ่งในนั้นคืออาชีพ “สายลับ” ของหน่วยข่าวกรองประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะต้องคอยแฝงตัว แทรกซึม สืบหาข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติของตัวเอง และปกป้องความมั่นคงของชาติจากภัยคุกคามต่าง ๆ   แต่ที่ประเทศเยอรมนี หน่วยข่าวกรองเยอรมันกำลังประสบปัญหาการรับสมัครสายลับหน้าใหม่ เพราะด้วยวัฒนธรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สายลับรุ่นใหม่ยื่นเงื่อนไขในการทำงานว่า “ต้องสามารถ Work From Home ได้”  …

รู้จัก ‘ตำรวจลับ’ รัฐบาลทหารพม่า เครื่องมืออำมหิตที่ใช้ปราบฝ่ายประชาธิปไตย

  บทความในอิรวดีพูดถึงบทบาท ‘ตำรวจลับ’ ของเผด็จการพม่าที่ใช้สอดแนม-ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม และล่าสุดยุครัฐบาลทหารมินอ่องหล่าย นอกจากเครือข่ายที่ใช้จับตาความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านเผด็จการพลัดถิ่นที่อยู่ในไทยแล้ว ยังพบว่าผู้ที่มีบทบาทสนับสนุนกระบวนการสันติภาพและปฏิรูปการเมืองช่วงรัฐบาลเต็งเส่ง ก็ยังกลายเป็นผู้ให้ข้อมูลกับตำรวจลับพม่าอีกด้วย   เบอร์ทิล ลินต์เนอร์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสที่เชี่ยวชาญประเด็นพม่าเขียนบทความเผยแพร่ในอิรวดี เมื่อ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา พูดถึงการที่เผด็จการพม่าตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีการใช้ “ตำรวจลับ” เพื่อคอยสอดแนมและปราบปรามฝ่ายประชาธิปไตยมาโดยตลอด ทั้งในประนอกประเทศ รวมถึงมีตำรวจลับเหล่านี้ในประเทศไทยด้วย แต่เผด็จการในยุคต่างๆ ก็มีการกวาดล้างเหล่าตำรวจลับพวกนี้เองและตั้งหน่วยใหม่ในชื่อใหม่ขึ้นมาตั้งแต่ยุคของเนวิน มาจนถึงเผด็จการมินอ่องหล่ายในปัจจุบัน   โดยเผด็จการเชื่อว่าพวกเขาจำเป็นต้องมี “ตำรวจลับ” เอาไว้ใช้งานเพื่อที่จะคงอยู่ในอำนาจได้ และยิ่งตำรวจลับเหล่านี้ มีความโหดเหี้ยมอำมหิตมากเท่าไหร่ก็จะส่งผลดีกับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น พวกนาซีเคยมีตำรวจลับชื่อหน่วยเกสตาโป ชาห์แห่งอิหร่านเคยอาศัยหน่วยซาวัคเป็นตำรวจลับและหน่วยข่าวกรอง เผด็จการแห่งโรมาเนีย นิโคแล โจเชสกู มี “กรมความมั่นคงแห่งรัฐ” ส่วนนายพลพม่านั้นมีหน่วยข่าวกรองของตนเอง ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อหลายชื่อในช่วงเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเป็นเสาหลักทางอำนาจให้กับรัฐเผด็จการทหาร   แต่ด้วยความที่ว่า หน่วยตำรวจลับของพม่านั้นมีลักษณะปกปิดเป็นความลับ ทำให้มีอยู่อย่างน้อยสองครั้งที่หน่วยงานข่าวกรองกองทัพพม่าเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบรัฐซ้อนรัฐ ซึ่งกลายเป็นภัยต่อระเบียบรัฐแบบดั้งเดิม ทำให้มีการกวาดล้างผู้นำของตำรวจลับบางส่วนโดยมีการลงโทษคุมขังพวกเขาเป็นเวลายาวนาน   เรื่องนี้ทำให้ผู้นำเผด็จการพม่าเริ่มหันมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตำรวจลับมีความจงรักภักดีต่อพวกเขาโดยไม่ตั้งคำถามใดๆ นั่นกลายเป็นสาเหตุที่มินอ่องหล่าย ผู้นำระดับสูงของกองทัพและผู้นำเผด็จการทหารยุคปัจจุบัน ได้ให้ผู้นำระดับสูงของหน่วยข่าวกรองอยู่ใกล้ชิดกับเขามากกว่าเผด็จการคนก่อนๆ   พล.ท.เยวินอู ผู้ที่เป็นประธานของหน่วยงานที่ชื่อว่า สำนักงานแห่งกิจการความมั่นคงเสนาธิการทหาร…