ยูเครน ตรวจพบเครือข่ายสายลับฮังการีปฏิบัติการในประเทศ

หน่วยงานความมั่นคงของยูเครน หรือ SBU ได้แถลงวันนี้ (9 พ.ค.) ว่า ตนได้เปิดโปงเครือข่ายสายลับ ซึ่งทางหน่วยงานเชื่อว่ารัฐฮังการีเป็นผู้บงการ เครือข่ายนี้มุ่งรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับการป้องกันประเทศของยูเครน นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยูเครนที่มีการตรวจพบเครือข่ายสายลับจากฮังการีที่จงใจเป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของยูเครน

ซีไอเอโพสต์วิดีโอรับสมัคร ‘สายลับ’ ในรัสเซีย

บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ทางการของซีไอเอ พยายามดึงดูดผู้ที่เป็นชาวรัสเซียผู้รักชาติ ซึ่งทำงานให้กับหน่วยข่าวกรอง แต่อาจรู้สึกเหมือนถูกทรยศหักหลังจากสิ่งที่เรียกว่าการคอร์รัปชันในหมู่ชนชั้นนำรัสเซีย ยังผลให้กองทัพรัสเซียขาดยุทโธปกรณ์ในสงครามที่ดีพอ เป็นหนึ่งในวิดีโอเปิดรับสมัครงานของซีไอเอที่มุ่งเป้าชาวรัสเซีย

รัสเซียห้ามชาวอังกฤษเข้าประเทศเพิ่มอีก 23 ราย

กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียประกาศห้ามพลเมืองอังกฤษเดินทางเข้ารัสเซียอย่างไม่มีกำหนดเพิ่มอีก 23 ราย เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของอังกฤษ รายงานระบุว่า กระทรวงต่างประเทศรัสเซียไม่ได้เปิดเผยรายชื่อทั้งหมด โดยเปิดเผยรายชื่อเพียง 8 ราย ครอบคลุมตั้งแต่นักข่าว, นักวิชาการ บุคคลสำคัญทางทหารและการเมือง

หน่วยข่าวกรองเยอรมนีปวดหัว สายลับรุ่นใหม่ขอ Work From Home

    หน่วยข่าวกรองเยอรมนีกำลังประสบปัญหาขาดสายลับ หลังสายลับรุ่นใหม่ ๆ ยื่นเงื่อนไขในการทำงานว่า “ต้องสามารถ Work From Home ได้”   สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมหลายอย่างของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องของการทำงานที่หลายคนมีความคุ้นชินกับการทำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือการทำงานทางไกล (Remote) มากขึ้น   อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสายอาชีพที่จะสามารถทำงาน Work From Home ได้ เพราะงานบางอย่างก็ต้องเข้าไปทำในสถานที่ทำงานของตัวเอง หรือบ้างก็ต้องทำงานแบบลงพื้นที่     หนึ่งในนั้นคืออาชีพ “สายลับ” ของหน่วยข่าวกรองประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะต้องคอยแฝงตัว แทรกซึม สืบหาข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติของตัวเอง และปกป้องความมั่นคงของชาติจากภัยคุกคามต่าง ๆ   แต่ที่ประเทศเยอรมนี หน่วยข่าวกรองเยอรมันกำลังประสบปัญหาการรับสมัครสายลับหน้าใหม่ เพราะด้วยวัฒนธรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สายลับรุ่นใหม่ยื่นเงื่อนไขในการทำงานว่า “ต้องสามารถ Work From Home ได้”  …

รู้จัก ‘ตำรวจลับ’ รัฐบาลทหารพม่า เครื่องมืออำมหิตที่ใช้ปราบฝ่ายประชาธิปไตย

  บทความในอิรวดีพูดถึงบทบาท ‘ตำรวจลับ’ ของเผด็จการพม่าที่ใช้สอดแนม-ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม และล่าสุดยุครัฐบาลทหารมินอ่องหล่าย นอกจากเครือข่ายที่ใช้จับตาความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านเผด็จการพลัดถิ่นที่อยู่ในไทยแล้ว ยังพบว่าผู้ที่มีบทบาทสนับสนุนกระบวนการสันติภาพและปฏิรูปการเมืองช่วงรัฐบาลเต็งเส่ง ก็ยังกลายเป็นผู้ให้ข้อมูลกับตำรวจลับพม่าอีกด้วย   เบอร์ทิล ลินต์เนอร์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสที่เชี่ยวชาญประเด็นพม่าเขียนบทความเผยแพร่ในอิรวดี เมื่อ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา พูดถึงการที่เผด็จการพม่าตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีการใช้ “ตำรวจลับ” เพื่อคอยสอดแนมและปราบปรามฝ่ายประชาธิปไตยมาโดยตลอด ทั้งในประนอกประเทศ รวมถึงมีตำรวจลับเหล่านี้ในประเทศไทยด้วย แต่เผด็จการในยุคต่างๆ ก็มีการกวาดล้างเหล่าตำรวจลับพวกนี้เองและตั้งหน่วยใหม่ในชื่อใหม่ขึ้นมาตั้งแต่ยุคของเนวิน มาจนถึงเผด็จการมินอ่องหล่ายในปัจจุบัน   โดยเผด็จการเชื่อว่าพวกเขาจำเป็นต้องมี “ตำรวจลับ” เอาไว้ใช้งานเพื่อที่จะคงอยู่ในอำนาจได้ และยิ่งตำรวจลับเหล่านี้ มีความโหดเหี้ยมอำมหิตมากเท่าไหร่ก็จะส่งผลดีกับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น พวกนาซีเคยมีตำรวจลับชื่อหน่วยเกสตาโป ชาห์แห่งอิหร่านเคยอาศัยหน่วยซาวัคเป็นตำรวจลับและหน่วยข่าวกรอง เผด็จการแห่งโรมาเนีย นิโคแล โจเชสกู มี “กรมความมั่นคงแห่งรัฐ” ส่วนนายพลพม่านั้นมีหน่วยข่าวกรองของตนเอง ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อหลายชื่อในช่วงเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเป็นเสาหลักทางอำนาจให้กับรัฐเผด็จการทหาร   แต่ด้วยความที่ว่า หน่วยตำรวจลับของพม่านั้นมีลักษณะปกปิดเป็นความลับ ทำให้มีอยู่อย่างน้อยสองครั้งที่หน่วยงานข่าวกรองกองทัพพม่าเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบรัฐซ้อนรัฐ ซึ่งกลายเป็นภัยต่อระเบียบรัฐแบบดั้งเดิม ทำให้มีการกวาดล้างผู้นำของตำรวจลับบางส่วนโดยมีการลงโทษคุมขังพวกเขาเป็นเวลายาวนาน   เรื่องนี้ทำให้ผู้นำเผด็จการพม่าเริ่มหันมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตำรวจลับมีความจงรักภักดีต่อพวกเขาโดยไม่ตั้งคำถามใดๆ นั่นกลายเป็นสาเหตุที่มินอ่องหล่าย ผู้นำระดับสูงของกองทัพและผู้นำเผด็จการทหารยุคปัจจุบัน ได้ให้ผู้นำระดับสูงของหน่วยข่าวกรองอยู่ใกล้ชิดกับเขามากกว่าเผด็จการคนก่อนๆ   พล.ท.เยวินอู ผู้ที่เป็นประธานของหน่วยงานที่ชื่อว่า สำนักงานแห่งกิจการความมั่นคงเสนาธิการทหาร…

ผู้นำ‘รัสเซีย’จ่อถอนข้อตกลงกับ‘สภายุโรป’ หน่วยข่าวกรองเผยจับพลเมือง‘สหรัฐฯ’ข้อหา‘สายลับ’

  19 ม.ค. 2566 สำนักข่าว Anadolu Agency ของตุรกี เสนอข่าว Russia moves to terminate agreements with Council of Europe ระบุว่า วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซีย เสนอให้ยุติข้อตกลงที่รัสเซียเคยทำกับสภาแห่งชาติยุโรป (CoE) สืบเนื่องจากเมื่อเดือน มี.ค. 2565 CoE ได้ขับไล่รัสเซียและระงับความสัมพันธ์กับเบลารุส จากเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน   ข้อเสนอของ ปูติน ถูกส่งต่อให้กับ วยาเชสลาฟ โวโลดิน (Vyacheslav Volodin) หัวหน้าสภาดูมา ซึ่งเป็นสภาล่าง (สภาผู้แทนราษฎร) ในระบบรัฐสภาของรัสเซีย เป็นร่างกฎหมายที่ระบุให้ยกเลิกข้อตกลง 21 ฉบับกับ CoE ซึ่งรวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน อนุสัญญายุโรปว่าด้วยการปราบปรามการก่อการร้าย กฎบัตรยุโรปว่าด้วยการปกครองตนเองในท้องถิ่น และกฎบัตรสังคมยุโรป นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 17…