สิงคโปร์-อินโดนีเซียประณามเมียนมา โจมตีใส่ขณะทูตช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

    “สิงคโปร์ประณามการโจมตีครั้งนี้” กระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์กล่าว ในแถลงการณ์เมื่อค่ำวานนี้ (8 พ.ค.) “สิ่งสำคัญคือต้องปกป้องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมและการทูต เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถดำเนินการต่อไปได้ และให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้ที่ต้องการ”   ยังคงไม่มีความแน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ โดย โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางไป “มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม” ในภูมิภาคดังกล่าว โดยขบวนรถอยู่ภายใต้การคุ้มกันของทหารในขณะนั้น “น่าเสียใจที่ระหว่างทางของพวกเขา เกิดการยิงกันขึ้น” สำนักข่าว AFP รายงานอ้างอิงคำพูดของวิโดโด   Global New Light of Myanmar สื่อของรัฐเมียนมา รายงานเมื่อวันอังคาร (9 พ.ค.) ว่า การโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่ยานพาหนะกำลังมุ่งหน้าจากเมืองสีเซ็งไปยังเมืองตองยี และ “ผู้ก่อการร้ายยิงพวกเขาโดยใช้อาวุธขนาดเล็ก และกองกำลังความมั่นคงได้ทำการโจมตีตอบโต้” ทั้งนี้ รายงานระบุว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่กระสุนบางนัดทำให้รถเสียหาย ทั้งนี้ กองทัพเมียนมาใช้คำว่า “ผู้ก่อการร้าย” เพื่ออธิบายผู้ที่ต่อต้านการปกครองของตัวเอง   ในสัปดาห์นี้ อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ลาบวนบาโจตะวันออก โดยมีสมาชิก 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมการประชุม ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากความล้มเหลวของอาเซียน ที่จะดำเนินการมากกว่าเดิม…

ตำรวจสิงคโปร์เริ่มให้รับแจ้งเรื่องผ่านไลฟ์ รายงานเหตุการณ์สดจากโทรศัพท์ผู้แจ้ง

  Singapore Civil Defence Force (SCDF) เริ่มรับแจ้งเหตุผ่านทางไลฟ์วิดีโอจากโทรศัพท์มือถือผู้แจ้ง โดยผู้ใช้ต้องโทรแจ้งเหตุ ผ่านหมายเลข 999 สำหรับเหตุฉุกเฉิน หรือ 995 สำหรับเหตุเพลิงไหม้ และเมื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าต้องอาศัยภาพที่เกิดเหตุหรือไม่ หากต้องการก็จะส่ง SMS พร้อมกับลิงก์เว็บกลับไปให้ผู้แจ้งเหตุ   การรายงานทำผ่านเบราว์เซอร์ทั้งหมด ผู้แจ้งเหตุยังคงโทรศัพท์คุยกับเจ้าหน้าที่ระหว่างการไลฟ์รายงานเหตุ และแม้จะเป็นการกดลิงก์จาก SMS แต่เนื่องจากชื่อผู้ส่ง SMS ทั้งหมดในสิงคโปร์ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า การประชาสัมพันธ์บริการนี้ก็บอกประชาชนไปพร้อมกันว่า SMS ต้องมาจากชื่อผู้ส่ง “Police 999“   ข้อดีสำคัญของระบบนี้คือศูนย์รับแจ้งเหตุสามารถแชร์ภาพเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนได้ทันที ทำให้เห็นภาพเหตุการณ์เดียวกัน มองเห็นลักษณะของบุคคลหรือยานพาหนะได้ชัดเจนขึ้น     ที่มา – Singapore Police Force, police.gov.sg         ————————————————————————————————————————————————————————————————– ที่มา :         …

สิงคโปร์จับกุมวัยรุ่นหัวรุนแรง วางแผนก่อความไม่สงบหนุน ISIS

    สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่สิงคโปร์ควบคุมตัววัยรุ่นคนหนึ่งในข้อหาวางแผนจัดตั้ง “รัฐเคาะลีฟะฮ์” และใช้อาวุธก่อความรุนแรงเพื่อสนับสนุนกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS)   กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ระบุในแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (1 ก.พ.) ว่า นายมูฮัมหมัด อิรฟาน ดันยาล บิน โมฮัมหมัด นอร์ นักเรียนชายวัย 18 ปี มีความเชื่อว่ากลุ่ม ISIS เป็นฝ่ายชอบธรรมหลังเสพโฆษณาชวนเชื่อจากกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวบนโลกออนไลน์อย่างหนัก โดยนายอิรฟานถูกจับกุมตัวเมื่อเดือน ธ.ค. หลังเจ้าหน้าที่ตัดสินว่าส่อเป็นภัยความมั่นคง   ทางกระทรวงฯ กล่าวว่า นายอิรฟานถูกตั้งข้อหาวางแผนแทงและฆ่า “ผู้ไม่เชื่อในศาสนา” ในตรอกมืด ดำเนินการสังหารหมู่ที่ฐานทัพทหาร และทำระเบิดเองเพื่อวางระเบิดหลุมฝังศพที่เขามองว่า “ไม่เป็นอิสลาม”   ถ้อยแถลงระบุว่า วัยรุ่นคนดังกล่าวยังได้ปักธงทำเองที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มอัลกออิดะห์บนเกาะโคนีย์ของสิงคโปร์ ในวันชาติของสิงคโปร์เมื่อเดือนส.ค.ปีที่แล้ว และตั้งใจประกาศให้เกาะดังกล่าวเป็นดินแดนของกลุ่ม ISIS นอกจากนี้ เขายังต้องสงสัยว่า กำลังวางแผนเดินทางไปต่างประเทศเพื่อก่อความไม่สงบ เมื่อเขาเก็บเงินได้เพียงพอ   กระทรวงฯ ระบุว่า กรณีนี้ “เน้นย้ำให้เห็นถึงแรงดึงดูดของอุดมการณ์หัวรุนแรงของ ISIS ซึ่งดำรงอยู่ได้จากความพยายามในการโฆษณาชวนเชื่อทางออนไลน์และเครือข่ายของพันธมิตรต่าง ๆ ทั่วโลก”…

สิงคโปร์บังคับองค์กรต้องลงทะเบียนก่อนส่ง SMS แบบมีชื่อผู้ส่ง ไม่เช่นนั้นจะแสดงชื่อว่า likely-scam

  สิงคโปร์ขีดเส้นตายว่าทุกองค์กรที่ต้องการส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือโดยชื่อผู้ส่งเป็นข้อความ   ดังเช่นที่เราเห็นข้อความจากธนาคารต่าง ๆ จะต้องลงทะเบียนในฐานข้อมูลผู้ส่ง SMS แห่งชาติ (Singapore SMS Sender ID Registry – SSIR)   ไม่เช่นนั้นเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะแสดงชื่อผู้ส่งว่าต้องสงสัยว่าจะเป็นข้อความหลอกลวง หรือ likely-scam แทน มาตรการนี้มีผลวันที่ 31 มกราคมนี้   ตอนนี้มีองค์กรลงทะเบียน SSIR แล้วกว่า 1,200 องค์กร รวมชื่อผู้ส่ง 2,600 ราย โดยก่อนหน้านี้ระบบ SSIR เป็นทางเลือกสำหรับการจองชื่อผู้ส่งเป็นหลัก ทำให้สามารถบล็อก SMS หลอกลวงได้บางส่วน เพราะพยายามใช้ชื่อตรงกับองค์กรในประเทศ และทาง IMDA ระบุว่ากำลังพิจารณาว่าจะเปิดตัวเลือกให้ประชาชนปิดรับ SMS จากต่างประเทศไปทั้งหมดเลยหรือไม่   แนวทางการเปลี่ยนชื่อผู้ส่ง SMS ของสิงคโปร์ คล้ายกับการเติมเลข 697 สำหรับเบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศในไทย อย่างไรก็ดีคนร้ายมักจะเปลี่ยนเทคนิคเพื่อให้หลองลวงได้แนบเนียนยิ่งขึ้น เช่นในไทยเองโทรศัพท์หลอกลวงจำนวนมากก็เป็นเลขหมายในประเทศแล้ว    …

สิงค์โปรขยายแพลตฟอร์มข้อมูลการเงินให้ประชาชนดึงข้อมูลจากบริษัทประกัน/ธนาคาร มาเก็บไว้ที่เดียว

  ธนาคารกลางสิงคโปร์ขยายบริการ SGFinDex (Singapore Financial Data Exchange) แพลตฟอร์มกลางสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินของประชาชนข้ามองค์กร บริการ SGFinDex เปิดบริการมาแล้วหลายปี และตอนนี้ก็เพิ่มให้บริษัทประกันส่งข้อมูลเข้ามาได้ด้วย   ตามแผนการ SGFinDex จะเชื่อมข้อมูลทางการเงินทั้งหน่วยงานภาครัฐ (เงินประกันสังคม, ภาษี, หนี้การเคหะ), ธนาคาร, บริษัทประกัน, และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ทำให้สามารถมองเห็นทรัพย์สิน, หนี้, และกรมธรรมม์ประกันต่าง ๆ โดยองค์กรที่ต้องจะส่งข้อมูลต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน ตัวแพลตฟอร์มนอกจากจะเชื่อมข้อมูลระหว่างสถาบันทางการเงินด้วยกันเองแล้ว ยังมีบริการ MyMoneySense ของรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนส่งข้อมูลเข้าไปทำ dashboard ดูสถานะทางการเงินโดยรวม   บริการ SGFinDex คล้ายกับบริการ dStatement ที่ผลักดันโดยธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ของไทยยังจำกัดเฉพาะธนาคารเท่านั้น     ที่มา – MAS       ———————————————————————————————————————————- ที่มา :         …

ระทึกกลางอากาศ! ส่งเครื่องบินรบ ประกบ ‘สิงคโปร์ แอร์ไลนส์’ ผู้โดยสารอ้างมีระเบิด

    “สิงคโปร์” ส่งเครื่องบินรบ 2 ลำ บินประกบเครื่องบินสายการบิน “สิงคโปร์ แอร์ไลนส์” ลงจอดสนามบินชางงี หลังผู้โดยสารอ้างว่ามีระเบิด   กองทัพอากาศสิงคโปร์ แถลงว่า 28 ก.ย. เครื่องบินรบเอฟ 16 ของกองทัพ 2 ลำ ได้ปฏิบัติภารกิจ ขึ้นบินประกบเครื่องบิน เที่ยวบิน SQ33   ขณะที่ ตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุขู่วางระเบิดบนเที่ยวบินดังกล่าว เมื่อเวลา 02.40 น. ของวันนี้ ตามเวลาในสิงคโปร์ การสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้โดยสารชาย วัย 37 ปี ได้อ้างว่าตนเองมีระเบิดอยู่ในกระเป๋าเดินทางที่ถือขึ้นเครื่อง และได้ก่อเหตุทำร้ายพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก่อนถูกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจับมัดมือ   ผู้โดยสารรายดังกล่าว ถูกตำรวจจับกุมทันที หลังเครื่องบินเดินทางถึงสิงคโปร์ ในความผิดฐานละเมิดข้อบังคับด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในข้อหาใช้ยาที่ต้องได้รับการควบคุม ส่วนหนังสือพิมพ์เดอะสเตรทไทม์สของสิงคโปร์ระบุว่า ชายคนดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ   ทางด้านโฆษกสายการบิน แถลงว่า…