“เมื่อ AI เข้าสภา”

  คลิปที่แชร์กันมากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เป็นการอภิปรายเกี่ยวกับ AI ในรัฐสภาสิงคโปร์ ซึ่งเป็นช่วงที่ผมเขียนเรื่อง AI ลงในคอลัมน์นี้พอดี วันนี้เลยขอต่อเรื่องนี้ครับ   หลังจากที่ ChatGPT เข้ามาสั่นสะเทือนโลกเมื่อปลายปี 2565 แล้ว ไม่กี่เดือนต่อมา   ก็มีเวอร์ชันใหม่ ๆ ตามมา ซึ่งเป็น AI ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างมาก   คลิปที่แชร์กัน มีความยาวเพียง 4 นาที เนื้อหาคือ ส.ส. สิงคโปร์คนหนึ่งได้อภิปรายว่า AI   รุ่นใหม่ ๆ ที่จะออกมาในอนาคตอันใกล้ จะทำให้สั่นสะท้านสังคมมนุษย์มากยิ่งขึ้น   ตัวอย่างเช่นคาดกันว่าภายในปีนี้ OpenAI ซึ่งเป็นเจ้าของ ChatGPT จะนำเสนอ “SORA” ที่มีความสามารถในการ เปลี่ยนภาษาเขียน คือ ตัวหนังสือธรรมดาๆ นี่แหละ ให้เป็นวิดีโอได้ด้วย แถมยังคาดหวังกันว่า คุณภาพของวิดีโอที่ได้ออกมานั้น จะอยู่ในระดับภาพยนต์ฮอลลีวู้ดเลยทีเดียว   ที่น่ากลัวอีกเรื่องหนึ่งก็คือเทคโนโลยี…

Group-IB เตือน หลายประเทศในเอเชียแปซิฟิก เสี่ยงถูกแฮ็กเกอร์ขโมยข้อมูลบัตรเครดิต

Group-IB เตือนภูมิภาคเอเชียแปซิกฟิก แฮ็กเกอร์ขโมยข้อมูลในบัตรเครดิตกลับมาระบาดอีกครั้ง อินเดีย-ไทย-อินโดฯ ตกเป็นเป้าโจมตีขโมยข้อมูลปล่อยรั่วออกสาธารณะ และไทยตกเป็นเหยื่อการโจมตีด้วย Ransomware (ไวรัสเรียกค่าไถ่) มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก

สิงคโปร์เผยระบบตรวจเว็บปลอมป้องกัน scam ส่งข้อมูลบล็อคเว็บไปแล้ว 16,000 แห่ง

สิงคโปร์เป็นอีกประเทศที่เจอปัญหา scam หลอกลวงเงิน แบบเดียวกับประเทศไทย ที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์มีมาตรการหลายอย่างเพื่อป้องกันปัญหา เช่น ระบบล็อคเงินห้ามถอนออนไลน์, ความร่วมมือกับกูเกิลบล็อคแอปใน Play Store, ทำฐานข้อมูลชื่อผู้ส่ง SMS ทั้งประเทศ

สิงคโปร์คดีหลอกลวงออนไลน์พุ่งเกือบ 50% เสียหาย 1.74 หมื่นล้านบาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนคดีหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต หรือ สแกม (scam) ในประเทศสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 8 ติดต่อกันในปี 2566 โดยในปีดังกล่าวมีการแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ถึง 46,563 คดี เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ถึง 46.8% สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 2559

สิงคโปร์ประกาศลบข้อมูล Contact Tracing จากช่วง COVID-19 ทั้งหมด เหลือส่วนเดียวสำหรับคดีฆาตกรรม

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศปิดระบบ TraceTogether และ SafeEntry ระบบเก็บข้อมูลสำหรับการติดตามโรคในช่วงโรคระบาด COVID-19 ที่ผ่านมา หลังจากเริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่ต้นปี 2020 และปัจุจุบันก็แทบไม่มีการใช้งานอีกแล้ว

อาเซียนลงนามในข้อตกลงโครงสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระดับภูมิภาค

ประชาคมอาเซียน (ไทย ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน กัมพูชา และติมอร์เลสเต) ตัดสินใจสร้างโครงข่ายสายเคเบิลใต้น้ำและผลักดันการทำงานร่วมกันของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระหว่างชาติสมาชิก