สุดช็อก!! สายลับจีนขโมย “พิมพ์เขียวมิสไซล์สหรัฐฯ” ส่งกลับปักกิ่ง หลังแฝงตัวทำงานอยู่ 3 เดือน
อดีตวิศวกร 2 สัญชาติเกิดจีนวัย 59 ปีวันจันทร์(21 ก.ค)ยอมรับผิดแอบขโมยความลับสุดยอดทางการทหารสหรัฐฯจากบริษัทวิจัยและพัฒนาที่ไม่เปิดเผยชื่อของเพนตากอน
อดีตวิศวกร 2 สัญชาติเกิดจีนวัย 59 ปีวันจันทร์(21 ก.ค)ยอมรับผิดแอบขโมยความลับสุดยอดทางการทหารสหรัฐฯจากบริษัทวิจัยและพัฒนาที่ไม่เปิดเผยชื่อของเพนตากอน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่าสำนักข่าวกรองยูเครน หรือ เอสบียู ออกแถลงการณ์ ยืนยันการควบคุมตัวชายชาวจีนสองคน ในกรุงเคียฟ ทั้งคู่เป็นพ่อลูกกัน โดยเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหว ว่าบุคคลทั้งสองกำลังพยายามส่งข้อมูลเกี่ยวกับระบบขีปนาวุธเนปจูน อาร์เค-360เอ็มซี ซึ่งเป็นขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือที่ยูเครนพัฒนาเอง กลับไปให้กับผู้รับซึ่งรออยู่ในจีน
(11 มิ.ย. 68) เอกสารลับของหน่วยข่าวกรองภายในรัสเซีย (F.S.B.) ที่เพิ่งถูกเปิดเผย ระบุว่าจีนเป็น ‘ศัตรู’ และกำลังแทรกซึมเพื่อขโมยเทคโนโลยีทางทหารของรัสเซีย รวมถึงพยายามชักชวนผู้เชี่ยวชาญรัสเซียให้ทำงานเป็นสายลับแม้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะประกาศมิตรภาพแน่นแฟ้นกับจีนอย่างเป็นทางการ
สำนักงานสอบสวนแห่งชาติ (NBI) ของฟิลิปปินส์ รายงานการจับกุมนายเติ้ง หยวนชิง วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวจีนที่ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับ ส่งข้อมูลเกี่ยวกับค่ายทหารและตำรวจของฟิลิปปินส์ให้แก่ทางการจีน โดยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายเติ้งถูกจับกุมร้อมกับคนขับรถคนขับรถชาวฟิลิปปินส์อีก 2 คน
เรื่องสปาย สายลับ เป็นเรื่องที่ได้ยินได้ฟังกันอยู่บ่อยๆ และหลายครั้งก็บานปลายถึงขั้นไปกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และคราวนี้ก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีกแล้ว เป็นเรื่องระหว่างจีนกับอังกฤษ เพราะมีการกล่าวหาว่า จีนส่งสายลับคนนึงเข้าไปแทรกซึม ถึงขนาดไปใกล้ชิดกับสมาชิกราชวงศ์ และอดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษเลย เราจะสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เข้าใจง่ายที่สุด ในโพสต์เดียว
นางอลิซ กัว อดีตนายกเทศมนตรีฟิลิปปินส์ ที่หลบหนีการจับกุมมาหลายสัปดาห์ หลังจากถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้กับจีน ถูกจับกุมตัวแล้วในอินโดนีเซีย
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว