หลายประเทศแถลงการณ์ร่วมเพื่อต่อต้านและควบคุมเทคโนโลยีสปายแวร์เชิงพาณิชย์ที่ในทางที่ผิด

เว็บไซต์รัฐบาลสหราชอาณาจักรเผยแพร่ข่าวจากสำนักงานการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนาของสหราชอาณาจักร เมื่อ 28 มี.ค.67 ว่า ในการประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตยครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 18 มี.ค.67 มี 6 ประเทศ ได้แก่ ฟินแลนด์ เยอรมนี ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น โปแลนด์ และเกาหลีใต้ เข้าร่วมลงนามแถลงการณ์ร่วมเพิ่มเติมจากเดิม 11 ประเทศในพันธกิจระดับนานาชาติที่จะทำงานร่วมกันในการต่อต้านการเผยแพร่ การกระจาย และการใช้สปายแวร์เชิงพาณิชย์ในทางที่ผิด

“เราจะติดต่อไปเร็ว ๆ นี้” ตำรวจทั่วโลกทลายเซิร์ฟเวอร์ของ LockBit ที่เคยแฮ็ก Bangkok Airways

ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรสามารถสร้างความเสียหายให้กับขบวนการแฮ็กข้ามชาติของ LockBit กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับโลกได้

โลกตะลึง “อดีตทหารรัสเซีย” ขับ ฮ. Mi-8 หนีเข้า “ยูเครน” โดนยิงดับกลางลานจอดรถใต้ดินใน “สเปน” เชื่อปูตินล้างแค้นไม่ปล่อย

มัคซิม คุซมินอฟ (Maksim Kuzminov) อดีตทหารรัสเซียแปรพักตร์หนีเข้ายูเครนพร้อมเฮลิคอปเตอร์ Mi-8 ถูกพบเป็นศพร่างพรุนไปด้วยกระสุนเมื่ออังคารสัปดาห์ก่อนหน้า (13 ก.พ.) ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของอพาร์ตเมนต์ใน Alicante สเปน ที่ย้ายไปอยู่ เชื่อเป็นฝีมือของหน่วย GRU รัสเซีย เกิดขึ้นช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการเสียชีวิตของอเล็กเซ นาวาลนี ศัตรูหมายเลข 1 ของปูติน

ฟินแลนด์ – รัสเซีย กับความไม่ไว้ใจข้ามศตวรรษ

อีกพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงจะปะทุกลายเป็นความตึงเครียดคือชายแดนระหว่างฟินแลนด์-รัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังฟินแลนด์เข้าเป็นสมาชิกนาโตอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากจะไม่มีกันชนสุดท้ายที่กั้นระหว่างพรมแดนนาโต – สหภาพยุโรปและรัสเซียทางตะวันตกเฉียงเหนืออีกต่อไปแล้ว เพราะฟินแลนด์ได้กลายเป็นพรมแดนนาโตส่วนที่ติดกับรัสเซียแทน

พร้อมรับมือสงครามรัสเซีย! ‘ฟินแลนด์’ เผยมีบังเกอร์ใต้ดินกว่า 50,000 แห่ง-จุประชากรได้ 4.8 ล้านคน

  รัฐบาลฟินแลนด์ทำการตรวจนับจำนวน “บังเกอร์ใต้ดิน” ที่สร้างเอาไว้เพื่อเตรียมรับมือภัยสงครามนิวเคลียร์ และพบว่าปัจจุบันมีบังเกอร์ที่พร้อมใช้งานอยู่ถึง 50,500 แห่ง   แม้ฟินแลนด์จะเพิ่งเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เมื่อเดือน เม.ย. ซึ่งถือเป็นการพลิกนโยบายด้านความมั่นคงครั้งประวัติศาสตร์ของรัฐนอร์ดิกแห่งนี้ ทว่ารัฐบาลเฮลซิงกิมีการเตรียมความพร้อมรับมือความขัดแย้งกับรัสเซียมานานเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว นับตั้งแต่เคยถูกสหภาพโซเวียตพยายามรุกรานเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2   กฎหมายฟินแลนด์กำหนดให้อาคารที่พักอาศัยและสำนักงานต่างๆ ต้องสร้างบังเกอร์หลบภัยมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฟินแลนด์ถึงได้มีจำนวนบังเกอร์ใต้ดินอยู่มากมายขนาดนี้   จากผลสำรวจล่าสุดโดยกระทรวงมหาดไทยฟินแลนด์พบว่า ฟินแลนด์ซึ่งมีประชากร 5.5 ล้านคนได้สร้างบังเกอร์หลบภัยเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 50,500 แห่ง ซึ่งจะสามารถรองรับประชากรได้ 4.8 ล้านคน ในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประเทศถูกโจมตี     จากการสำรวจยังพบว่า บังเกอร์ใต้ดิน 91% แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต้านทานการโจมตีด้วยอาวุธแบบดั้งเดิม (conventional weapons) และ 83% ยังสามารถรับมือการโจมตีด้วยก๊าซพิษหรือระเบิดนิวเคลียร์ได้ด้วย   “อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าบังเกอร์ส่วนน้อยยังคงมีข้อผิดพลาดที่ทำให้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ภายใน 72 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด” อีรา พาซี (Ira Pasi) เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยฟินแลนด์…

มิล้าสมัยแม้จะห้ามใช้โทรศัพท์

  โทรศัพท์อัจฉริยะ เป็นเครื่องใช้ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของเราในปัจจุบัน ถึงขั้นขาดไม่ได้จนกลายเป็นเสมือนปัจจัยที่ 5 แล้ว   แต่รัฐบาลและโรงเรียนเนเธอร์แลนด์เพิ่งประกาศว่า ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปโรงเรียนจะห้ามนักเรียนใช้โทรศัพท์ในห้องเรียน ยกเว้นสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นจำพวกด้านสุขภาพและในวิชาที่เกี่ยวกับการเพิ่มทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัล โรงเรียนแต่ละแห่งจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติตามแนวที่ตนเห็นว่าเหมาะสม   นโยบายใหม่นี้ยังไม่มีกฎหมายใช้บังคับ หลังจากเวลาผ่านไป 1 ปีจึงจะมีการประเมินว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปรวมทั้งการจะตรากฎหมายใหม่ออกมาบังคับใช้หรือไม่ด้วย เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศยุโรปล่าสุดที่ประกาศนโยบายแนวนี้หลังจากฟินแลนด์ทำล่วงหน้าไป 1 สัปดาห์ มีรายงานว่าอังกฤษและฝรั่งเศสกำลังพิจารณาว่าจะทำเช่นนั้นด้วยหรือไม่   ประเทศต่าง ๆ อ้างผลการวิจัยที่สรุปว่า การอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ได้ในเวลาเรียนขัดขวางกระบวนการเรียนรู้ เพราะมันทำลายสมาธิของนักเรียน ข้อสรุปนี้น่าจะเป็นที่ประจักษ์มานานก่อนการวิจัยแล้ว   โรงเรียนจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา จึงห้ามนักเรียนใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน ตั้งแต่ครั้งโทรศัพท์จำพวกนี้เริ่มมีใช้อย่างแพร่หลาย ก่อนที่จะกลายมาเป็นโทรศัพท์อัจฉริยะ   รัฐบาลกลางอเมริกันไม่มีคำสั่ง หรือนโยบายจากส่วนกลางว่าโรงเรียนจะต้องทำอย่างไร เนื่องจากการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นงานของรัฐบาลท้องถิ่น   ในปัจจุบัน โรงเรียนอเมริกันใช้แนวปฏิบัติต่อการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนต่างกันโดยส่วนใหญ่ห้ามใช้ อย่างไรก็ตาม ความเข้มงวดของการห้ามมีความแตกต่างกัน เช่น ในย่านนอกกรุงวอชิงตันอันเป็นเมืองหลวง บางโรงเรียนเข้มงวดมากถึงกับยึดโทรศัพท์และกักตัวนักเรียนผู้ละเมิดข้อห้าม   แม้เด็กจะทำผิดครั้งแรกก็ตาม จนกว่าผู้ปกครองจะไปลงชื่อรับรู้ความผิดของเด็กและรับเด็กกลับบ้านด้วยตัวเอง ตัวอย่างนี้น่าจะชี้ว่า นักเรียนอเมริกันมิได้มีอิสระสารพัดที่จะทำอะไรก็ได้ดังชาวไทยมักเข้าใจกัน การบังคับใช้ข้อห้ามต่าง ๆ เขาทำกันอย่างเข้มงวด   สำหรับประเทศในยุโรป เช่น…