เกิดเหตุวางระเบิด วางเพลิงหลายจุดที่ปัตตานี
ด่วน! ปัตตานีก่อเหตุป่วนเมือง วางระเบิด-เผาวางเพลิงหลายจุด
ด่วน! ปัตตานีก่อเหตุป่วนเมือง วางระเบิด-เผาวางเพลิงหลายจุด
จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 33 (ฉก.ทพ.33) ในพื้นที่จังหวัดยะลา ทำให้หน่วยงานความมั่นคงต้องสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดทันที
สภาพรถยนต์ในสถานีตำรวจแห่งหนึ่งซึ่งถูกจุดไฟเผา เมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.พ.) หรือ 1 วันหลังถูกพวกกบฎแบ่งแยกดินแดนชาวบาโลจ บุกโจมตี เวลานี้กองกำลังอาวุธของทางการปากีสถานกำลังตามล่ากบฏกลุ่มนี้ ซึ่งปฏิบัติการแบบประสานงานเข้าตีหลายๆ จุดหลายๆ พื้นที่ในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 190 คนในช่วง 2 วันที่ผ่านมา
งานศพของอดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ถือเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ “สำหรับกลุ่มหัวรุนแรงที่จะโจมตี” โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์รถยนต์พุ่งชนที่นิวออร์ลีนส์จนมีผู้เสียชีวิต 14 ราย
ความล่มสลายของรัฐบาลประธานาธิบดี “Bashar al-Assad” แห่งซีเรีย…ว่าไปแล้วคงแทบไม่ต่างไปจากความพังพินาศของรัฐบาล “พันเอกMuhammar Gaddafi” แห่งลิเบียเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ เพียงแต่โชคดีอยู่หน่อย…ที่ตัวประธานาธิบดี “Assad” ยังพอหลบรอดหนีไปลี้ภัยอยู่ที่รัสเซียจนได้ ไม่ถึงกับถูกเสียบ ถูกฆ่า อย่างสุดแสนทรมานอย่างผู้นำลิเบีย และไม่ได้เครื่องบินตกเพราะถูกยิง อย่างที่สำนักข่าวตะวันตก “รอยเตอร์-รอยตีน” ได้ออกข่าว “Fakes News” ไปเมื่อวัน-สองวันมานี้ จนทำให้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย คุณน้อง “Maria Zakharova” เธอเลยอดไม่ได้ต้องออกมาตำหนิติติง แบบชนิดตรงไป-ตรงมา… แต่เอาเป็นว่า…ความพ่ายแพ้ของประธานาธิบดี “al-Assad” นั้น คงไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่าความหมดใจ ถอดใจ หรือความเหนื่อยแล้ว ไม่เอาแล้ว!!! หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง แตกแยก ของผู้คนภายในประเทศ จนต้องเกิด “สงครามกลางเมือง” แบบยืดเยื้อ ยาวนานมากว่า 13 ปีเอาเลยถึงขั้นนั้น อีกทั้งโดยตัวของผู้นำซีเรียรายนี้ แต่แรกเริ่มเดิมทีท่านคงไม่คิดจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศที่ถูกฝ่ายตะวันตก “ขีดเส้นแผนที่” ให้ต้องขัดแย้งกับใครต่อใครมาโดยตลอด หรือตามแนวนโยบาย “แบ่งแยกและปกครอง” มาตั้งแต่แรกนั่นเอง คือท่านคิดจะหันไปเอาดีทางเป็นหมอ เป็นแพทย์ อะไรไปโน่น…
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวเกิดขึ้น หลังเมืองประวัติศาสตร์หลายแห่งของอิตาลีพร้อมใจกัน กำหนดมาตรการห้ามไม่ให้มีนักท่องเที่ยวเข้าพักมากเกินไป รวมถึงห้ามใช้กล่องกุญแจ
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว