ตาข่ายกับการรักษาความปลอดภัยสถานที่

ตาข่ายนับเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำหรับการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับสถานที่ใช้กันมาช้านาน เพื่อการควบคุมและป้องกันการรุกล้ำเข้าสู่พื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นบริเวณที่มีความปลอดภัยสำหรับที่อยู่ภายในพื้นที่นั้น การนำตาข่ายมาใช้เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่อย่างเด่นชัดในกรุงเทพฯ น่าจะสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย นับแต่ปลายปี 2548 เริ่มด้วยการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณริมรั้วด้านในบ้านพระอาทิตย์ เลขที่ 98/2-10 แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ อาจจะเนื่องมาจากบ้านพระอาทิตย์เป็นที่ตั้งของสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการขณะนั้น  ต่อมาในกลางปี 2551 พบวัตถุต้องสงสัยว่าอาจเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่หน้าบ้านหลังหนึ่งติดกับบ้านพระอาทิตย์ และอีกครั้งเป็นการขว้างระเบิดปิงปองใส่ เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน จึงมีการนำตาข่ายมาขึงปิดล้อมบ้านพระอาทิตย์ทั้งหลัง อย่างไรก็ดีมาตรการขึงตาข่ายเช่นนี้สามารถป้องกันการขว้างระเบิดปิงปองได้จริง ปัจจุบันมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วยการคลุมอาคารด้วยตาข่ายยังนำมาใช้และน่าจะเป็นมาตรการที่ได้ผลดี ทั้งยังเป็นอุปกรณ์ที่เสียค่าใช้จ่ายมาสูงมากเมื่อเทียบกับอุปกรณ์เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยประเภทอื่น ภาพ : 5 มิถุนายน 2518 ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ลส์ เดอ โกล กรุงปารีส ฝรั่งเศส ใช้ตาข่ายขึงปิดเพดานห้องผู้โดยสารขาออกในอาคาร 3   ภาพ : 8 ธันวาคม 2518 ด้านนอกบริเวณหน้าต่างกระจกทั้ง 3 ชั้นของอาคารเทอร์มินัล เอ ท่าอากาศยานนานาชาติเบอร์ลิน-เทเกล กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ทำการขึงตาข่ายแบบม่านรูดกั้น —————————————————— องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน 27 ธันวาคม 2561

สหราชอาณาจักรเตือน อัลกออิดะห์กำลังวางแผนโจมตีเครื่องบินในยุโรป

ทางการสหราชอาณาจักรเตือนว่า กลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ได้ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง และกำลังวางแผนโจมตีเครื่องบินโดยสารในยุโรป พร้อมแสดงความกังวลว่า การที่สหรัฐฯ ตัดสินใจถอนทหารออกจากซีเรียในเวลานี้ จะเปิดโอกาสให้กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงเข้าไปซ่อนตัวและวางแผนโจมตีชาติตะวันตก เบน วอลเลซ รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ The Sunday Times ว่า กลุ่มอัลกออิดะห์ซึ่งอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์กจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คนเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2001 ยังมีความต้องการโจมตีเครื่องบินอยู่เสมอ และกำลังพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อทำให้เครื่องบินตก “ภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมการบินเป็นเรื่องจริง สมาชิกอัลกออิดะห์กลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง และกำลังวางแผนโจมตียุโรปมากขึ้น และพวกเขาก็เริ่มคุ้นเคยกับวิธีการใหม่ๆ” วอลเลซ กล่าว “ความอันตรายของอัลกออิดะห์ไม่เคยลดลงเลย” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การขยายตัวของกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ทำให้อัลกออิดะห์ถูกบดบังรัศมี โดยเฉพาะหลังจากที่ อุซามะห์ บิน ลาดิน ผู้นำกลุ่มถูกสังหารโดยกองกำลังสหรัฐฯ ในปากีสถานเมื่อปี 2011 วอลเลซ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของอังกฤษยังแสดงความกังวลด้วยว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตัดสินใจถอนทหารอเมริกันออกจากซีเรีย จะทำให้ซีเรียกลายเป็นสถานที่หลบภัยสำหรับกลุ่มอิสลามิสต์หัวรุนแรง และเปิดโอกาสให้พวกเขาเตรียมการหรือวางแผนโจมตีชาติตะวันตกได้ ————————————————— ที่มา : THE…

ออสเตรเลียเผยโฉม “เทคโนโลยีใหม่” ไว้จัดการโดรนผิดกฎหมาย

เอเอฟพี – ออสเตรเลียจะนำเทคโนโลยีตรวจตราแบบใหม่มาเพื่อใช้กวาดล้างโดรนในปีหน้า หน่วยงานการบิน ระบุในวันนี้ (24) ในขณะที่ความกังวลเพิ่มสูงขึ้นจากการใช้โดรนที่แพร่หลายมากขึ้นในพื้นที่สาธารณะ สำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนของออสเตรเลีย (Civil Aviation Safety Authority : CASA) มีแผนที่เผยโฉมอุปกรณ์ตรวจตราแบบใหม่ตามสนามบินใหญ่ๆ ทั่วประเทศในเดือนหน้า เทคโนโลยีนี้มีความสามารถในการตรวจจับโดรน ซีเรียลนัมเบอร์ของมัน และตำแหน่งของผู้ควบคุมระหว่างการบิน ปีเตอร์ กิบสัน ผู้จัดการสื่อสารของ CASA บอกกับเอเอฟพี “ดังนั้นเราจะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนบังคับอยู่” เขากล่าว เทคโนโลยีนี้ที่มีมาพร้อมกับข้อกำหนดการจดทะเบียนแบบใหม่จะเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโดรนอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ “ปี 2019 จะเป็นปีแห่งการกวาดล้างเพื่อความปลอดภัยในการใช้โดรน” เขากล่าว ในขณะที่อุปกรณ์ใหม่นี้กำลังอยู่ในขั้นเตรียมการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเหตุการณ์ที่สนามบินแกตวิคในลอนดอนซึ่งมีผู้โดยสารเกือบ 140,000 คนได้รับผลกระทบนานสามวันหลังจากมีรายงานการพบเห็นโดรน เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการมีเทคโนโลยีนี้ไว้ใช้งาน” กิบสัน กล่าว เจ้าหน้าที่จะเผยโฉมโครงการจดทะเบียนโดรนในช่วงกลางปี 2019 เพื่อให้ทางการสามารถติดตามตัวผู้ที่บังคับโดรนและแจ้งข้อระมัดระวังด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม เทคโนโลยีติดตามเคลื่อนที่แบบใหม่นี้จะถูกใช้ตาม “พื้นที่ที่มีการใช้โดรนอย่างแพร่หลาย” อย่างสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ซึ่งมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้งานโดรนในพื้นที่ต้องห้าม กิบสัน กล่าว ทางการจะมีอำนาจมากขึ้นในการดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัย เขากล่าว และเพิ่มความสามารถในการสั่งปรับเงินสูงสุด 10,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียกับผู้ที่ละเมิดกฎหมาย “ในปี 2019…

สนามบินอังกฤษ : โดรนลำเดียวสร้างความโกลาหลมากขนาดนี้ได้อย่างไร?

เจน เวกฟีลด์ ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยี สนามบินแกตวิกของอังกฤษเตรียมกลับมาเปิดใช้รันเวย์อีกครั้งในวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวไม่สามารถขึ้นบินได้ เพราะพบว่ามีโดรนลำหนึ่งบินอยู่เหนือสนามบินในช่วงวันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คน ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบินโดรนใกล้กับรันเวย์ของสนามบินแกตวิกได้แล้ว และกำลังดำเนินการสอบสวนบุคคลทั้งสองด้วยข้อหาการใช้โดรนก่ออาชญากรรม สนามบินแกตวิกระบุว่า รันเวย์จะกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งในวันนี้ ซึ่งมีเที่ยวบินทั้งหมด 757 เที่ยวบิน และผู้โดยสารอีกกว่า 1.2 แสนคน แต่ทั้งนี้อาจมีการล่าช้าและยกเลิกในบางเที่ยวบิน แนะให้ผู้โดยสารตรวจสอบกับสายการบินก่อนออกเดินทาง การสั่งปิดสนามบินในชานกรุงลอนดอนเพียง 2 วัน ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร 1.2 แสนคน และ 760 เที่ยวบิน ที่ออกบินไม่ได้ หรือต้องย้ายไปลงประเทศอื่นในยุโรปแทน ทำไมโดรนลำเดียวจึงสร้างความโกลาหลได้มากมายขนาดนี้ และมันทำให้เกิดความเสี่ยงอะไรบ้าง โดรนคืออะไร? คำว่า “โดรน” สำหรับบางคนอาจนึกถึงการโจมตีทางอากาศ แต่หุ่นยนต์บินได้ที่ถูกใช้ในสนามรบแบบนั้น ไม่ใช่โดรนแบบเดียวกับที่เรากำลังพูดถึง ยานพาหนะทางอากาศที่ไร้คนขับส่วนใหญ่ มีขนาดเล็ก, มีสี่ใบพัดและควบคุมจากระยะไกล ผู้ใช้มักเป็นคนที่เล่นโดรนเป็นงานอดิเรกและบรรดาช่างภาพ อุปกรณ์ขนาดเล็กเหล่านี้ กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น มีราคาตั้งแต่ไม่ถึง 40 ปอนด์ หรือราว 1,650 บาท ไปจนถึงหลายพันปอนด์…

โดรนบินป่วนสนามบิน ‘แกตวิค’ ไม่หยุด กองทัพส่งหน่วยพิเศษกู้สถานการณ์

กองทัพสหราชอาณาจักรต้องเคลื่อนไหวเพื่อแก้สถานการณ์ หลังมีโดรนบินวนเวียนเหนือสนามบินแกตวิค ในกรุงลอนดอนตั้งแต่เมื่อคืนวันพุธ จนเที่ยวบินจำนวนมากต้องถูกยกเลิกกระทบคนนับหมื่น… สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพของสหราชอาณาจักรตัดสินใจส่งทีมผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านยุทโธปกรณ์ ไปยังท่าอากาศยานลอนดอน แกตวิค ในวันพฤหัสบดีที่ 20 ธ.ค. หลังบริการเที่ยวบินต่างๆ ต้องปั่นป่วนหลังจากมีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน บินเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนสายการบิน อีซีเจ็ต ต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินขาออกจากแกตวิคตลอดทั้งวัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้โดยสารหลายหมื่นคนตกค้างที่สนามบินแกตวิค ซึ่งล่าสุดกระทรวงกลาโหมทวีตข้อความยืนยันว่า รัฐมนตรี เกวิน วิลเลียมสัน ยืนยันว่าได้ส่งทหารลงพื้นที่จริง “กองทัพมีขีดความสามารถพิเศษหลากหลาย และนี่ไม่ใช่หน่วยที่เราจะสั่งเคลื่อนเป็นปกติ แต่เราไปอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยเหลือและทำอะไรบางอย่างที่เราสามารถทำได้ เพื่อให้พวกเขาอยู่ในสถานะที่สามารถเปิดสนามบินได้โดยเร็วที่สุด” ข่าวระบุว่า ชายในกลุ่มชายในชุดทหารเดินทางไปถึงสนามบินแกตวิคในเวลาประมาณ 20:00น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช และติดต่อประสานงานกับตำรวจก่อนจะนั่งขบวนรถเข้าไปในสนามบิน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐบาลหลายหน่วยงานเข้าประชุมร่วมกัน และรายงานความคืบหน้าแก่นายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ อย่างต่อเนื่อง โดยโฆษกของนายกฯ เมย์ กล่าวว่า “นี่เป็นสถานการณ์ร้ายแรง มันสร้างความยุ่งยากแก่เหล่าผู้โดยสารเป็นวงกว้าง” ทั้งนี้ รันเวย์ของสนามบินแกตวิคถูกปิดตั้งแต่คืนวันพุธ เนื่องจากมีโดรนบินเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โฆษกหญิงคนหนึ่งของสนามบินระบุว่า พวกเขาคิดว่าสนามบินยังไม่อาจเปิดทำการได้ในอนาคตอันใกล้ และของแนะนำให้ผู้โดยสารอย่าเพิ่งมาที่สนามบิน ————————————————————- ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ / 21 ธ.ค.…

ไทยสมายล์แนะนำคู่มือขึ้นเครื่องบิน ห้ามพูด“ระเบิด” โทษหนักถึงติดคุก 15 ปี

สายการบินไทยสมายล์แนะผู้โดยสารเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในช่วงปีใหม่ พร้อมแนะนำคู่มือการขึ้นเครื่องบิน เน้นห้ามพุดเรื่องระเบิด ทั้งบนเครื่องและในบริเวณสนามบิน มีโทษสูงสุดถึงจำคุก 15 ปี เผื่อเวลาเดินทางเป็นพิเศษ  สายการบินไทยสมายล์เชิญชวนให้ผู้โดยสารทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีผู้โดยสารเดินทางทั้งเส้นทางภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศจำนวนมาก โดยให้เตรียมตัวเดินทางมาถึงท่าอากาศยานล่วงหน้า 2 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออกสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออกสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยผู้โดยสารสามารถเลือกใช้บริการ Online Check In เพื่อความสะดวกรวดเร็วผ่านทาง ไทยสมายล์ โมบาย แอพพลิเคชั่น และ เว็บไซต์ www.thaismileair.com  สิ่งของไม่ควรโหลดขึ้นเครื่อง สำหรับสิ่งของมีค่าต่างๆ อาทิ เงินสด โทรศัพท์มือถือ ไอแพด กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์แล็ปท็อป เครื่องประดับ ให้นำใส่กระเป๋าและนำติดตัวขึ้นเครื่องไม่ควรโหลดลงใต้ท้องเครื่อง รวมถึงแบตเตอรี่สำรองทุกชนิด (Power Bank) ไม่อนุญาตให้โหลดลงใต้ท้องเครื่อง แต่อนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องได้ โดยจะต้องเป็นแบตเตอรี่สำรองความจุน้อยกว่า 20,000 mAh จำนวนไม่เกิน 20 ชิ้น และ/หรือ แบตเตอรี่สำรองความจุ ระหว่าง 20,000 – 32,000 mAh (ไม่เกิน…