นรด.สานแนวคิด ผบ.ทบ.ดัน รด.นิวเจน จี้ปลูกฝังยึดมั่น 3 สถาบัน ระวังใช้โซเชียลฯ

ผบ.นรด.ต่อยอดแนวคิด ผบ.ทบ.ขับเคลื่อน รด.นิวเจน ขอให้สถานศึกษาปลูกฝังเยาวชนให้ยึดมั่นชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ระวังใช้สื่อโซเชียล โดยยกคำพูด “บิ๊กแดง” เปรียบเหมือนเหรียญสองด้าน วันนี้ (16 ต.ค.) พล.ท.ปราการ ปทะวานิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ตรวจเยี่ยมการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย และข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบกที่ถือว่านักศึกษาวิชาทหารยังไม่เป็นทหารเต็มตัว ดังนั้นการฝึกและการเรียนการสอนจึงมีความผ่อนคลาย พร้อมทั้งได้เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหารพิเศษ รุ่นที่ 38 ซึ่งเป็นระดับผู้อำนวยการหรือผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 100 คน โดยย้ำว่าในปีการศึกษา 2562 ได้มีการปรับหลักสูตรในด้านการเรียนการสอนนักศึกษาวิชาทหารใหม่ เพื่อผลิตนักศึกษาวิชาทหารให้เป็นกำลังพลสำรองที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพเป็นพลเมืองและเยาวชนที่ดีสู่สังคม โดยปรับให้มีการเรียนวิชาทหารร้อยละ 55 และวิชาทั่วไปร้อยละ 45 ซึ่งในร้อยละ 45 นี้บรรจุเนื้อหาเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย สถาบันพระมหากษัตริย์ บทบาททหารกับความมั่นคง จิตอาสา ความเป็นผู้นำ การบรรเทาสาธารณภัย และการช่วยเหลือประชาชน เช่น การปฐมพยาบาล รวมทั้งปรับการเรียนการสอนป็นแบบ Active Learning โดยให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลาง ปัจจุบันยังมี รด.จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จำนวน 95,000 คน…

Apple ลบแอปแผนที่ฮ่องกง หลังม็อบใช้สอดส่องความเคลื่อนไหวตำรวจ

บริษัทผู้สร้างโทรศัพท์ชื่อดัง Apple ตัดสินใจลบแอปพลิเคชั่นแผนที่ในฮ่องกง หลังพบว่ากลุ่มผู้ประท้วงนำมาไปใช้ระบุพิกัดแสดงตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Apple บริษัทผู้สร้างโทรศัพท์มือถือชื่อดัง ได้ดำเนินการลบแอปพลิเคชั่นแผนที่ที่นิยมใช้ในพื้นที่ฮ่องกง หลังพบว่ากลายเป็นแอปฯ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงนำมาใช้ในทางการที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากนำมาติดตามความเคลื่อนไหวเจ้าหน้าที่ตำรวจและหมายเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ แอปพลิเคชั่นดังกล่าวคือ “HKmap.live” ที่ล่าสุดแอปฯ ดังกล่าวถูกลบออกจากระบบและไม่สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้อีกต่อไป โดยทาง Apple ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า จากเดิมแอปฯ ดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดและไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ดั้งเดิม กระทั่งกลายเป็นภัยที่เกิดขึ้นในโลกเทคโนโลยีและเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตามรายงานระบุว่า HKmap.live เป็นแอปฯ แผนที่ที่แนะนำเส้นทางต่างๆ ทั่วพื้นที่ฮ่องกง แต่กลับพบว่าปัจจุบันกลุ่มผู้ประท้วงได้ใช้แอปฯ ดังกล่าวในการติดตามเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล ก่อนจะระบุพิกัดและเข้าโจมตีเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่กลายเป็นเหตุความรุนแรง ทั้งนี้ การดำเนินการลบแอปพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากแรงกดดันจากสื่อของจีน หลังมีการเปิดประเด็นอ้างว่า “Apple ให้การสนับสนุนม็อบฮ่องกงหรือ?” และเปิดโปงว่ามีแอปฯ ในระบบ iOS ที่กลุ่มผู้ประท้วงใช้ในการนำทางและแจ้งพิกัดของเจ้าหนาที่ตำรวจ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ทางบริษัทผู้สร้างโทรศัพท์ชื่อดังได้ดำเนินการตรวจสอบและหาข้อเท็จจริง ก่อนจะพบว่าแอปพลิเคชั่นดังกล่าวถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริง และเข้าข่ายเป็นการใช้เทคโนโลยีแบบละเมิดต่อข้อกฎหมาย จึงได้ตัดสินใจระงับและลบแอปพลิเคชั่นดังกล่าว ไม่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ฮ่องกงอีกต่อไป —————————————————— ที่มา : sanook / 10 ตุลาคม 2562 Link : https://www.sanook.com/news/7919466/

ระทึก!!โบอิ้ง767ไฟลุกไหม้เครื่องยนต์กลางอากาศ ต้องลงจอดฉุกเฉินที่เซเนกัล

รอยเตอร์ – เครื่องบินของสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ส ต้องลงจอดฉุกเฉินไม่กี่นาทีหลังเทคออฟขึ้นจากเซเนกัลในวันอังคาร(8ต.ค.) หลังเกิดไฟลุกไหม้เครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม ทิเดยเน ทัมบา โฆษกของสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ส ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่าผู้โดยสารทั้ง 90 คนและลูกเรือ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ สายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ส ยืนยันผ่านทวิตเตอร์ว่าเครื่องบินโบอื้ง 767 จำเป็นต้องลงจอดอย่างไม่ได้คาดหมายที่ท่าอากาศยานนานาชาติแบลซ ดียาญ ของเซเนกัล ใกล้ๆกับกรุงดาการ์ สืบเนื่องจาก “ปัญหาทางเทคนิค” อย่างไรก็ตามทางสายการบินไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นตอของปัญหา เพียงแต่บอกว่าพวกผู้โดยสารทุกคนได้รับการเปลี่ยนเที่ยวบินไปยังเที่ยวบินลำอื่นแล้ว ภาพถ่ายที่โพสต์ลงบนบัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของสนามบิน พบเห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่สนามบินยืนอยู่ข้างๆเครื่องยนต์ของเครื่องบินที่อยู่ในสภาพไหม้เกรียม พร้อมกับมีโฟมดับเพลิงกระจายอยู่บนพื้นทั่วบริเวณ เมื่อ 7 เดือนก่อน เที่ยวบิน 302 ของสายการบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์ส จมูกปักพื้นโหม่งโลกบริเวณผืนไร่แห่งหนึ่งรอบนอกกรุงแอดดิสอาบาบา คร่าชีวิตยกลำ 157 ศพ ไม่กี่นาทีหลังเทคออฟ เหตุการณ์ดังกล่าวกระพือข้อถกเถียงระดับโลกในประเด็นความปลอดภัยของเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 737 แม็กซ์ ซึ่งเพิ่งประสบอุบัติเหตุโหม่งโลกแบบเดียวกันในอินโดนีเซียไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น รายงานเบื้องต้นของทั้งสองกรณีเน้นย้ำเกี่ยวกับบทบาทของระบบอัตโนมัติหนึ่งที่ทำงานผิดพลาดบังคับให้เครื่องดิ่งลงพื้น แม้ว่านักบินจะพยายามปลุกปล้ำเพื่อเอาชนะระบบควบคุมการบินดังกล่าวก็ตาม ทั้งนี้อุบัติเหตุทั้งสองเหตุการณ์ ได้คร่าชีวิตรวมกัน 346 ศพ ————————————————————- ที่มา :…

สุดยอด!…ระบบป้องกันภัยซาอุฯ ถูกทำลายด้วยโดรนราคาถูก

การโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง ในซาอุดิอาระเบีย แสดงให้เห็นว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกทำลายอย่างง่ายดายโดยเทคโนโลยีราคาถูก และไม่สามารถป้องกันได้ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธหรือเครื่องบินขับไล่อย่าง F-15 ซาอุดิอาระเบีย ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ซื้ออาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อปีที่แล้วเพิ่งซื้ออาวุธไป 65,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีสหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่ มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ ที่รวมถึงเรดาร์ เครื่องบินขับไล่หลายรุ่น เช่น F-15 และขีปนาวุธที่สามารถสกัดขีปนาวุธที่ถูกยิงมาจากดินแดนของศัตรูได้อย่างแม่นยำ แต่เมื่อวันเสาร์ โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทอารัมโก 2 แห่ง กลับถูกโจมตีด้วยฝูงโดรนของกลุ่มกบฎฮูตี ที่เป็นกองกำลังกลุ่มเล็กๆ ทำให้ต้องระงับการผลิตน้ำมัน 5.7 ล้านบาร์เรล/วัน ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า กลุ่มฮูตีเจาะช่องโหว่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และยังใช้เทคโนโลยีราคาถูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโดรนเพียง 10 ลำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะฮูตีเคยใช้โดรนแทรกซึมน่านฟ้าซาอุฯและถ่ายรูปโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล และโจมตีท่อส่งน้ำมันไปยังทะเลแดงด้วย ส่วนโดรนที่ใช้น่าจะเป็น “แซมแม้ด ทรี” ที่สามารถบรรทุกระเบิดและเล่นงานเป้าหมายที่อยู่ไกลถึง 1,500 ก.ม. ———————————————————————- ที่มา : Nation TV / 17 กันยายน 2562 Link…

ถอดรหัสชุมนุมฮ่องกง ดูวิธีการสื่อสารที่ทำให้ปรับกลยุทธ์ได้ตามสถานการณ์

ภาพมุมสูง แสดงให้เห็นจำนวนมหาศาลของผู้ชุมนุมเมื่อ 16 มิ.ย. 62 (ที่มา: Apple Daily)  ถึงแม้แคร์รี่ แลมประกาศถอนร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน หนึ่งในข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงในฮ่องกงแล้ว แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็ยังคงหารือกันต่อว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร มีบทวิเคราะห์จากสื่อฮ่องกงฟรีเพรสที่ระบุว่าการประท้วงแบบไร้แกนนำในฮ่องกงนั้นมียุทธวิธีที่เน้นกระจายข้อมูลแบบ “โอเพนซอร์ส” ทำให้เกิดการ “การเรียนรู้ด้วยตนเอง” และกระบวนการตัดสินใจร่วมกัน 13 ก.ย. 2562 การประท้วงแบบไร้แกนนำในฮ่องกงดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปีจนถึงตอนนี้มีคนเรียกเปรียบเปรยว่าเป็น “ระบบปัญญาประดิษฐ์แบบเรียนรู้ด้วยตนเอง” จากการที่กลุ่มผู้ประท้วงสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและมีปฏิกิริยาโต้ตอบกับสนามการณ์บนท้องถนนได้อย่างทันเหตุการณ์ เคยมีนักวิชาการด้านสื่อจากมหาวิทยาลัยไชนีสแห่งฮ่องกง ฟรานซิส ลี กล่าวว่าการประท้วงในฮ่องกงมีลักษณะการเลียนแบบเทคโนโลยีแบบโอเพนซอร์สโดยการปล่อยข้อมูลศูนย์กลางออกไปให้คนอื่นๆ นำไปพัฒนาใช้ต่อในแบบของตัวเองได้ง่าย สื่อฮ่องกงฟรีเพรสระบุว่า ในช่วงตลอดการประท้วง 14 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงไม่เพียงแค่พัฒนากลยุทธ์ของตัวเองในการประท้วงแนวหน้าเท่านั้น พวกเขายังคอยเดินหมากท่ามกลางวงล้อมของของทางการฮ่องกงและทางการจีนด้วย หนึ่งในเครื่องมือหลักๆ ในการสื่อสารกันของผู้ประท้วงชาวฮ่องกงคือเว็บบอร์ดที่มีลักษณะคล้าย Reddit คือ LIHKG ที่มีลักษณะสามารถให้ลงคะแนนเสียงโหวตความคิดเห็นได้ ทุกๆ ครั้งที่การประท้วงจบลงเว็บบอร์ดนี้จะเต็มไปด้วยข้อความต่างๆ เกี่ยวกับยุทธวิธีการประท้วงและมีการเสนอปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ จากการที่ตำรวจในฮ่องกงมีการวางกำลังมากขึ้นโดยใช้ปืนแรงดันน้ำและมีการยิงเตือนด้วยกระสุนจริง ทำให้ผู้ประท้วงบางส่วนต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีไปตามสถานการณ์แทนการเน้นปะทะกันบนท้องถนนแต่อย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงที่สนามบิน การประท้วงด้วยการบอยคอตต์ชั้นเรียน หรืออาจจะเป็นการนัดหยุดงานประท้วง ตราบใดที่ยุทธวิธีของพวกเขาสามารถลดความเสี่ยงต่อผู้ชุมนุมในแนวหน้าให้เหลือน้อยที่สุดได้ การประท้วงครั้งล่าสุดนี้ยังแตกต่างจากยุทธวิธีของการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่เรียกว่า “ขบวนการร่ม” ในปี 2557 ที่เน้นการยึดกุมพื้นที่บนท้องถนนเพียงบางแห่งและเน้นการตั้งรับป้องกันพื้นที่เหล่านี้…

อังกฤษห้ามผู้เข้าสอบใส่นาฬิกาทุกชนิดเพื่อป้องกันการทุจริต

เป็นเรื่องยากสำหรับผู้คุมสอบที่จะแยกระหว่างนาฬิกาธรรมดาทั่วไปกับนาฬิกาอัจฉริยะหรือสมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) หรือแม้แต่ให้ผู้คุมสอบตรวจนาฬิกาผู้เข้าสอบทุกคน สหราชอาณาจักรจึงพิจารณาห้ามใส่นาฬิกาทุกชนิดเข้าห้องสอบเพื่อป้องกันการทุจริต คณะกรรมการอิสระด้านการทุจริตการสอบ (The Independent Commission on Examination Malpractice) รายงานว่า มีการทุจริตการสอบอยู่ในระดับต่ำมาก แต่ถึงกระนั้นการห้ามใส่นาฬิกาทุกประเภท รวมถึงอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้นั้น จะช่วยลดความเป็นไปได้ที่ผู้สอบจะเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตในช่วงสอบได้ แนวคิดนี้ไม่ใช่แนวคิดใหม่แต่อย่างใด โรงเรียนบางแห่งในสหรัฐอเมริกาก็ได้สั่งห้ามนำนาฬิกาข้อมือเข้าห้องสอบมาแล้ว แต่นี่เป็นคำแนะนำจากหน่วยงานควบคุมการวัดคุณสมบัติและการสอบ (The Office of Qualifications and Examinations Regulation หรือ Ofqual) ที่กำกับดูแลทุกโรงเรียนในสหราชอาณาจักร ซึ่งคาดว่าจะบังคับใช้กฎเรื่องการห้ามใส่นาฬิกาเข้าสอบในทุกการจัดสอบภายในฤดูร้อนปีหน้า ปัญหาส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์ หลายปีก่อนเคยมีนักเรียนแอบใส่นาฬิกาที่เป็นเครื่องคิดเลขเข้าสอบ แต่หน้าตาอุปกรณ์นั้นดูแยกแยะได้ชัดเจนจากนาฬิกาทั่วไป ซึ่งต่างจากสมาร์ทวอทช์ในปัจจุบันนี้ แน่นอนว่านาฬิกาไม่ใช่วิธีเดียวที่ใช้ในการทุจริต ทางคณะกรรมาธิการยังเสนอให้คอยตรวจสอบเว็บเถื่อนที่อาจจำหน่ายข้อสอบและคอยตรวจตราห้องน้ำในช่วงสอบเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนไม่ได้ซ่อนโน้ตหรือโทรศัพท์ไว้ ——————————————– ที่มา : ADPT News / 13 กันยายน 2562 Link : https://www.adpt.news/2019/09/13/uk-may-ban-all-watches-during-exams-to-prevent-cheating/