ทรัมป์ประกาศ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ” เพื่อรับมือภัยคุกคาม 3 ประการ

President Donald Trump delivers a speech on national security, Monday, Dec. 18, 2017, in Washington. (AP Photo/Evan Vucci) รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเอกสารยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในวันจันทร์ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่งมาเกือบ 1 ปีเต็ม โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญ โดยประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดจะอธิบายเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ที่ว่านี้ในวันจันทร์ที่กรุงวอชิงตัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวกล่าวว่า ยุทธศาสตร์นี้จะให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับอันตรายและความท้าทายที่อเมริกาต้องเจอในปัจจุบัน โดยจะนำผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ตามนโยบาย “อเมริกามาก่อน” ของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ มาพิจารณาเพื่อให้สอดคล้องการการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์การเมืองโลก ทำเนียบขาวระบุว่า เอกสารฉบับนี้เป็นการสรุปใจความสำคัญต่างๆ ที่ ปธน.ทรัมป์ เคยกล่าวไว้ทั้งในช่วงการหาเสียงและช่วงที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว โดยได้แยกออกเป็นเป้าหมายหลัก 4 ประการ คือ การปกป้องแผ่นดินสหรัฐฯ การปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ การรักษาสันติภาพ และการขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ ไปยังส่วนต่างๆ ของโลก สำหรับความท้าทายที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญนั้น เอกสารฉบับนี้ได้แยกออกเป็น…

ผบ.ตร. เตือนปชช.ห้ามยิงปืน จุดประทัด ดอกไม้ไฟ ปล่อยโคมลอย ช่วงปีใหม่

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาส และวันขึ้นปีใหม่ 2561 ซึ่งเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน ตนห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงสั่งการและกำชับไปยังทุกหน่วยในสังกัดให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานประกอบการ และห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ในการเตรียมความพร้อมในการรองรับประชาชนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการจัดงานรื่นเริงเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ร่วมกันประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนห้ามยิงปืน หรือจุดประทัด ดอกไม้เพลิง และปล่อยโคมลอย โดยให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่หรือขณะโดยสารอยู่ในรถหรือบนรถอย่างเข้มงวด “สำหรับการอำนวยความสะดวกด้านจราจร สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจเส้นทางต่าง ๆ และจัดเตรียมเส้นทางสำรองเพื่อรองรับการจราจรที่หนาแน่น โดยให้มีการประชาสัมพันธ์เส้นทางอย่างต่อเนื่อง และให้มีการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่จุดเสี่ยง จุดอันตราย หรือจุดที่มีอุบัติเหตุขึ้นอยู่บ่อยครั้งและจัดตั้งหน่วยบริการประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ จัดเตรียมรถยก รถลาก รถกู้ภัย ให้สามารถใช้งานได้ทันทีที่มีเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและสามารถเปิดเส้นทางการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกได้อย่างรวดเร็ว” ผบ.ตร.กล่าว —————————————————————————– ที่มา : มติชนออนไลน์…

สิงคโปร์ชวนแฮกเกอร์เจาะระบบ

กลาโหมสิงค์โปร์เชิญแฮกเกอร์ 300 รายเจาะระบบรัฐบาล ทดสอบช่องโหว่ความมั่นคง สเตรทไทมส์รายงานว่า – กระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ จะเชิญชวนแฮกเกอร์จากทั่วโลกรวมทั้งในประเทศราว 300 คน เข้าร่วมกันเจาะระบบอินเตอร์เน็ตของรัฐบาลจำนวน 8 เว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ปีหน้าเพื่อทดสอบระบบเว็บไซต์ของรัฐบาลว่ามีช่องโหว่จนสามารถเข้ามาล้วงข้อมูลของรัฐบาลได้หรือไม่โดยหากสามารถแฮกได้สำเร็จกระทรวงจะมอบเงินราว 150 – 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ขึ้นอยู่กับความสามารถและความยากง่ายในการเจาะระบบ โครงการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมพบว่า แฮกเกอร์ได้เจาะข้อมูลขโมยหมายเลขโทรศัพท์และวันเกิดของบุคลากรในรัฐบาลจำนวน 854 ราย โดยนับเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลสิงคโปร์ระดมสมองแฮกเกอร์เพื่อป้องกันรูรั่วของระบบอินเตอร์เน็ตรัฐบาล ที่มา :โพสต์ทูเดย์ ลิงค์ : https://m.posttoday.com/world/news/530314?refer=http%3A%2F%2Fm.facebook.com

‘ส่งพลาด… ลบได้’ Line เพิ่มฟีเจอร์ Unsend ลบข้อความที่ส่งพลาดภายใน 24 ชม.

ใครที่ ‘มือลั่น’ เผลอส่งข้อความใน Line แบบไม่ตั้งใจ พิมพ์ผิดกรุ๊ป ทักผิดคน หรือแม้แต่กดส่งไปแล้วแต่อยากแก้ไข ต่อไปนี้จะสามารถใช้ฟีเจอร์ใหม่ ‘Unsend’ เพื่อลบข้อความที่ส่งไปแล้วได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยฟีเจอร์ใหม่ของ Line ที่เปิดตัวในวันนี้ (13 ธ.ค.) คิดค้นมาเพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจะลบข้อความที่ไม่พึงปรารถนา หากต้องการลบข้อความที่ส่งไปแล้ว สามารถกดที่ข้อความค้างไว้แล้วเลือก ‘Unsend’ จากเมนูที่ปรากฏขึ้น จากนั้นข้อความที่เลือกจะถูกนำออกจากแชตของทั้งผู้ส่งและผู้รับ แต่จะมีการแจ้งเตือนในแชตว่ามีข้อความถูกลบออกไป โดยสามารถใช้กับ Line เวอร์ชันล่าสุดเท่านั้น สำหรับข้อความที่จะสามารถลบได้ภายใน 24 ชั่วโมงยังรวมถึงข้อความเสียง สติกเกอร์ รูปภาพ วิดีโอ ลิงก์เว็บไซต์ รายชื่อผู้ติดต่อ สถานที่ ไฟล์ และประวัติการโทร ใช้ได้ทั้งในโทรศัพท์มือถือและเดสก์ท็อป สามารถใช้ในการแชตแบบ 1 ต่อ 1 รวมถึงแชตกลุ่มได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ไม่สามารถลบการแจ้งเตือนของระบบปฏิบัติการต่างๆ ในสมาร์ทโฟนได้ ————————————————————– ที่มา : THE STANDARD / 13 ธันวาคม…

เกิดเหตุระเบิดใกล้ย่านไทม์สแควร์ในนิวยอร์ก! เชื่อก่อการร้าย

Police and firefighters work in front of Port Authority Bus Terminal as police respond to a report of an explosion near Times Square on Monday, Dec. 11, 2017, in New York. (AP Photo/Andres Kudacki) NEW YORK – เกิดเหตุระเบิดบริเวณสถานีรถโดยสารแห่งหนึ่งใกล้ย่านไทม์สแควร์ ในนครแมนฮัตตัน นิวยอร์ก ในช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาในสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความพยายามก่อการร้าย ชายผู้หนึ่งได้จุดระเบิดแบบท่อ หรือ pipe bomb ซึ่งติดอยู่กับตัวของเขา บริเวณทางเดินใต้ดิน ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟใต้ดินกับสถานีรถโดยสารในย่านไทม์สแควร์ ส่งผลให้มือระเบิดได้รับบาดเจ็บ ขณะที่มีประชาชนบาดเจ็บเล็กน้อยอีกสามคน รายงานระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีชื่อว่า อาคายัด อัลลาห์ วัย 27…

เคล็ดลับความสำเร็จของ Phishing Attack และวิธีการป้องกันตัว

จะเห็นได้ว่าข่าวภัยคุกคามในปัจจุบันจำนวนมากได้เริ่มต้นจากการหลอกล่อผู้ใช้งานก่อนเป็นอันดับแรก วันนี้เราจึงขอสรุปวิธีการของ Phishing Attack ซึ่งเป็นการโจมตีที่ไม่มีเครื่องมือใดป้องกันได้ 100% นอกจากนี้ยังมีวิธีการป้องกันตัวให้ผู้อ่านได้เข้าใจและสามารถแนะนำคนรอบข้างได้ ผู้ร้ายได้ข้อมูลจากเหยื่อมาด้วยความเต็มใจ เทคนิคที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมมากในการหลอกลวงคือการใช้ Spear Phishing โดยแฮ็กเกอร์มีข้อมูลของเหยื่อและทำการหลอกล่อบางอย่างเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อยอมให้ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม มีผลวิจัยพบว่าในรอบ 12 ปีที่ผ่านมาเทคนิคนี้ถูกใช้เพิ่มขึ้นถึง 5,753% นอกจากนี้เทคนิคอื่นๆ ที่สามารถได้รับข้อมูลของเหยื่อเช่น Pretexting หรือการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เหยื่อหลงเช่น ปลอมตัวเป็นคนมาทำผลสำรวจ เจ้าหน้าที่จากสรรพากรหรืออื่นๆ วิธีการ Dumpster Diving หรือการหาข้อมูลเอกสารจากถังขยะของเหยื่อก็สามารถใช้ได้เช่นกัน ผู้ร้ายเก็บข้อมูลลูกจ้างในองค์กรได้อย่างไร ก่อนที่จะเจาะจงเหยื่อภายในองค์กรได้สักคนต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับเหยื่อก่อน ดังนั้นวิธีการหาข้อมูลว่าใครทำงานในองค์กรดังกล่าวมีหลายวิธีดังนี้ Social Media เช่น Facebook หรือ LinkedIn และอื่นๆ โดยข้อมูลพื้นฐานที่จะได้คือ ที่ทำงานในอดีต การศึกษา ข้อมูลครอบครัว การคอมเม้นและลิ้งที่เข้าไป วันที่และเหตุการณ์สำคัญในชีวิต สิ่งที่ชอบ สถานที่ๆ เคยไป รูปภาพ และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอื่นที่ผู้ร้ายสามารถวิเคราะห์ได้เช่น การโพสต์ว่าเหยื่อน่าจะนอนหรืออยู่ในเวลาไหน สถานการณ์ของความสัมพันธ์ แนวความคิด หรือเป็นคนอย่างไรเพื่อหาเทคนิคหลอกล่อต่อไป Search Engine มีฐานข้อมูลในการค้นหาคนอย่างเช่น Pipl, Spoken และ ZabaSearch โดยไซต์เหล่านี้ได้รวบรวมโปรไฟล์ของคนจากหลายๆ แหล่งเอาไว้…