‘ฮ่องกง’ผ่านกม.รักชาติ ใครไม่จงรักภักดีต่อ’จีน’ต้องถูกปลด-ห้ามลงสมัครเลือกตั้ง

  ‘ฮ่องกง’ผ่านกม.รักชาติ ใครไม่จงรักภักดีต่อ’จีน’ต้องถูกปลด-ห้ามลงสมัครเลือกตั้ง 13 พฤษภาคม 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กฎหมายฉบับใหม่ของฮ่องกงที่ทดสอบ “ความรักชาติ” ในหมู่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแล้วเมื่อวันพุธ จะเริ่มบังคับใช้ทันทีในเดือนนี้ ซึ่งจะให้อำนาจรัฐบาลปลดหรือห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งหากพบว่าบุคคลนั้น “ไม่จงรักภักดี” ต่อทางการฮ่องกงหรือจีน รัฐบาลฮ่องกงเสนอร่างฉบับนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หนึ่งวันหลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า จำเป็นต้องมีบทบัญญัติที่สร้างความมั่นใจว่า มีแต่ “คนรักชาติ” เท่านั้นที่ได้บริหารฮ่องกง รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การลงมติของสภานิติบัญญัติฮ่องกงที่ปราศจากฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม มีสมาชิกเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ 40 คน และมีเพียง 1 คนงดออกเสียง กฎหมายฉบับนี้บังคับว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนจะต้องให้ “คำสัตย์ปฏิญาณจงรักภักดี” ที่จะต้องปฏิบัติตามตลอดสมัยดำรงตำแหน่ง ผู้ที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายนี้มีตั้งแต่เจ้าหน้าที่รัฐ คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาและสภานิติบัญญัติ หรือกระทั่งผู้พิพากษา สมาชิกสภาเขตมากกว่า 470 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นเพียงตำแหน่งเดียวที่ชาวฮ่องกงสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปในการเลือกผู้แทนของตน ก็อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ด้วย โดยมีรายงานว่าสมาชิกไม่ต่ำกว่า 26 คน ลาออกในช่วงไม่เดือนที่ผ่านมา บางคนเป็นเพราะไม่ต้องการเอ่ยคำสัตย์ปฏิญาณ และมีอีกหลายคนโดนจับกุมภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ กฎหมายฉบับใหม่นี้จะให้อำนาจรัฐมนตรียุติธรรมของฮ่องกงดำเนินการกับนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนละเมิดคำสัตย์ปฏิญาณ ตาม “รายการเชิงลบ” ที่บรรยายถึงพฤติการณ์ไม่รักชาติไว้อย่างกว้างๆ มีตั้งแต่การดูหมิ่นธงชาติ…

ฮ่องกงเอาจริง หาช่องสู้เฟกนิวส์

  นางแคร์รี แลม ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีนกล่าวในการแถลงข่าววันที่ 4 พ.ค.ว่ากำลังดำเนินการออกกฎหมายว่าด้วยข่าวลวง เพื่อจัดการกับข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลที่สร้างความเกลียดชังและการโกหกภายใต้ทิศทางของรัฐบาลจีน ฮ่องกงบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับสมบูรณ์ในปี 2563 พร้อมยังผลักดันให้ผู้รักชาติได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในการบริหารฮ่องกง การยกเครื่องสถานีวิทยุโทรทัศน์ฮ่องกง (RTHK) ครั้งใหญ่ ซึ่งเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร โดยแต่งตั้งข้าราชการใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชนถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลจะควบคุมสื่อในไม่ช้า และจะตามมาด้วยภาคส่วนอื่นเช่นการศึกษา โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลว่ารัฐบาลต่างๆ จัดการกับประเด็นนี้อย่างไร โดยยืนยันจะจัดการอย่างจริงจังเพราะข่าวลวงสร้างความเสียหายกับคนจำนวนมาก โดยยังไม่มีกรอบเวลาในการออกกฎหมาย.   ————————————————————————————————————————————– ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์    / วันที่เผยแพร่  5 พ.ค.2564 Link : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2084413?utm_source=PANORAMA_TOPIC

รัฐบาลทหารเมียนมาชี้ทีวีดาวเทียม “เป็นภัยความมั่นคง”

  การรับชมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเป็นสิ่งผิดกฎหมายในเมียนมาแล้ว ผู้ใดฝ่าฝืนอาจต้องรับโทษจำคุกนานถึง 1 ปี และปรับเงินมากกว่า 10,000 บาท สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า สถานีโทรทัศน์แห่งชาติเมียนมา ( เอ็มอาร์ทีวี ) ประกาศว่า นับจากนี้เป็นต้นไป โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเป็นบริการผิดกฎหมายในประเทศ การรับชมโทรทัศน์ผ่านกล่องรับสัญญาณดาวเทียมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 จ๊าด ( ราว 10,025.65 บาท )   Yup, you heard it right. 1 year imprisonment and 500,000 MMK fine for having a satellite dish/receiver! 'စေတနာကောင်း' ဖြင့်အသိပေးခြင်းတဲ့ pic.twitter.com/WAcVQeBn23 — M…

ทั่วโลกคุมเข้ม ‘คริปโทฯ’ หวั่นเป็นแหล่งฟอกเงิน

  มูลค่าของ “คริปโทเคอร์เรนซี” อย่างบิตคอยน์ และอีเทอเรียม เพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และนักลงทุนแห่ซื้อขายกันอย่างมากมาย ขณะที่ต้นเดือนที่ผ่านมา “ตุรกี” ออกกฎหมายใหม่ แบนการชำระค่าสินค้าและบริการด้วย “สินทรัพย์ดิจิทัล” อย่างคริปโทเคอร์เรนซี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ทั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงตุรกีเท่านั้นที่ออกกฎหมายเข้าควบคุมคริปโทฯ แต่เป็นเทรนด์ของหลายประเทศที่กำลังร่างกฎหมายเพื่อเข้าควบคุมตลาดคริปโทฯ หรือได้ออกกฎหมายไปแล้ว หรือบางประเทศก็ออกกฎหมายให้คริปโทฯ เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายไปเลย ซีเอ็นบีซีรายงานว่า กระแสความร้อนแรงของคริปโทเคอร์เรนซีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กำลังเป็นภัยต่อระบบการเงินของแต่ละประเทศอย่างมาก โดยการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านคริปโทฯ ทำให้ธนาคารกลางติดตามการทำธุรกรรมการเงินได้ยากขึ้น ซึ่งจะทำให้อาจเข้ามามีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายทางการเงิน รวมทั้งเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ และคริปโทเคอร์เรนซีมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย อย่างการฟอกเงิน และการหลีกเลี่ยงภาษี แม้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้ทุกคนทราบถึง “มูลค่า” ต้นทาง และปลายทางการทำธุรกรรม แต่ไม่สามารถรู้ได้แน่ชัดถึงตัวตนคนทำธุรกรรมคือใคร แม้ว่าการทำธุรกรรมผิดกฎหมายผ่านคริปโทฯ ปีที่แล้วมีเพียง 0.34% จากการทำธุรกรรมทั้งหมด ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่สูงถึง 2% แต่ปัจจัยทั้งด้านเสถียรภาพทางการเงิน รวมถึงความเสี่ยงในการทำผิดกฎหมาย ทำให้รัฐบาลทั่วโลกเดินหน้าร่างกฎหมายเพื่อเข้าควบคุมตลาดคริปโทฯ ก่อนหน้านี้ ประเทศแอลจีเรีย, อียิปต์, โมร็อกโก, โบลิเวีย และเนปาล ได้ออกกฎหมายว่าการครอบครองคริปโทเคอร์เรนซี หรือการทำธุรกรรมการเงินผ่านคริปโทฯ…

สภาฮ่องกงบัญญัติกฎหมายคุมการเข้าออกเมือง

  นับตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้เป็นต้นไป รัฐบาลฮ่องกง “มีอำนาจชอบธรรม” ในการควบคุมการเข้าและออกเมืองของบุคคลใดก็ตาม “อย่างเจาะจง” สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ว่าที่ประชุมสภานิติบัญญัติฮ่องกง ( เล็กโค ) มีมติเห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ ที่เป็นการแก้ไขและเพิ่มเติมกฎหมายคนเข้าเมืองฉบับเดิม เพิ่มอำนาจให้แก่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการ “เจาะจง” ห้ามบุคคลหนึ่งเดินทางเข้าและออกฮ่องกง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป โดยไม่จำเป็นต้องขออำนาจจากศาล และบุคคลซึ่งมีชื่ออยู่ใน “บัญชีดำ” ดังกล่าวของทางการ ไม่สามารถอุทธรณ์ให้มีการเพิกถอนคำสั่งได้   Hong Kong lawmakers approve changes to immigration law prompting fears of ‘exit bans’ https://t.co/pn5B1CFQQ8 pic.twitter.com/hSspazpegm — Hong Kong Free Press HKFP (@hkfp) April 28, 2021…

เซ็นเอกสาร ‘ออนไลน์’ วันนี้ เชื่อถือได้เหมือน ‘ออฟไลน์’

  ไขข้อข้องใจ การเซ็นเอกสาร “ออนไลน์” ในปัจจุบันนั้นเชื่อถือได้เหมือน “ออฟไลน์” และลักษณะแบบไหนบ้างถึงจะเรียกว่าเป็นลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์? หลายคนคงคุ้นเคยกับการเซ็นสำเนาถูกต้องและลงลายมือบนหน้ากระดาษ โดยเฉพาะเอกสารสำคัญๆ อย่างสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารทั้งของภาครัฐเองหรือเอกชนก็ตามยังมีการลงลายมือชื่อกำกับเพื่อยืนยันตัวตนอยู่เสมอ แต่ความคุ้นเคยเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของ Digital signature ที่วันนี้มีกฎหมายมารองรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความหมายของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นก็คือ สิ่งใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูป เส้นการเขียนต่างๆ รวมไปถึงรูปภาพ เสียง อักษร อักขระ ตัวเลข เสียง หรือสัญลักษณ์อื่นใด ที่สร้างขึ้นมาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถยืนยันความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นได้ ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ เช่น การเข้าใช้บริการ อินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เดี๋ยวนี้สามารถใช้วิธีลายนิ้วมือล็อกอิน ทดแทนการใช้พาสเวิร์ดแบบเดิมๆ ซึ่งลายนิ้วมือนี้ถือเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน คำขยายของตัวกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าจริงๆ แล้ว ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นมีแบบไหนบ้าง แบบที่หนึ่ง “ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป” เช่น อาจเป็นการใช้รูป การกดปุ่ม ok การวางลายเซ็นลงไปในเอกสาร ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ลักษณะนี้ เมื่อใดก็ตามที่เกิดการร้องเรียนเกิดขึ้น หรือมีเหตุการณ์ที่ต้องมีการยืนยัน คนที่ลงลายมือนั้น จะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ให้ได้ว่านี่เป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง…