‘ลี เซียน หลุง’ เผยถูกแอบใช้โปรไฟล์ทวิตเตอร์

    นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุงของสิงคโปร์ เปิดเผยในวันศุกร์ (2 เม.ย.) ว่า โปรไฟล์ทวิตเตอร์ @leehsienloong ของเขาถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตบนแพลตฟอร์มบล็อกเชนสำหรับผู้ใช้งานเพื่อซื้อและเก็งกำไรเงินคริปโตเคอเรนซี นายลีโพสต์ในเฟซบุ๊คว่า “ผมได้ส่งทวีตแบบเปิดไปยังผู้สร้างเว็บไซต์ดังกล่าวซึ่งไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อขอให้ทำการลบชื่อและรูปภาพของผมออกจากเว็บไซต์ดังกล่าวในทันที เนื่องจากผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับแพลตฟอร์มนั้น” นายลีระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวกำลังสร้างความเข้าใจผิด และกระทำการที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผม พร้อมกันนี้ นายลียังขอให้ทุกคนระมัดระวังในการติดต่อกับแพลตฟอร์มคริปโตเคอเรนซีต่างๆ เขาเตือนเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับแพลตฟอร์มใดๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารกลางสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) เนื่องจากยังไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมายในกรณีดังกล่าว “ก่อนทำการลงทุนใดๆ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ใช่แพลตฟอร์มปลอม และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง” นายลี กล่าว   ————————————————————————————————————————————————————– ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ             / วันที่เผยแพร่  3 เม.ย.2564 Link : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/930700

12 แอปที่ไม่ควรติดตั้งบน Windows10 และควรลบออกไป

12 แอปที่ไม่ควรติดตั้งบน Windows10 และควรที่จะลบออกไป หากคุณกำลังลังเลว่าจะทำการ uninstall แอปตัวไหนออกจากเครื่องดี เพราะไม่มีประโยชน์ ที่นอกเหนือจากแอปที่ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว มาดูกันว่ามีแอปไหนที่ไม่ควรติดตั้งเพิ่ม และหากเครื่องเรามีแอปนั้นแอปไหนควรลบออกจะดีกว่า ซึ่งแต่ละแอปนั้นจะมีเหตุผลในการไม่ควรติดตั้งและควรลบออกอยู่   วิธีดูรายชื่อแอปทั้งหมดบน Windows10   กด Windows+i แล้วเลือกที่ Apps >> เลือกรายการซ้ายที่ Apps & features คุณจะเห็นรายชื่อแอปทั้งหมดบนคอม Windows10 ของคุณ     12 แอปที่ไม่ควรติดตั้งบน Windows10 และควรลบแอปนั้นออกไป ได้แก่     Quicktime เพราะไม่มีเวอร์ชั่นใหม่มาสนับสนุนบน Windows มาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว CCleaner เพราะ Avast จับได้ว่า แอปอัปเดตโดยไม่ขออนุญาต รีสตาร์ทตัวเอง ซอฟต์แวร์เองก็แพร่กระจายมัลแวร์โดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว หากจะทำความสะอาด Windows ก็ใช้ Disk Cleanup…

รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติห้ามใช้ Line ส่งข้อมูลลับ หวั่นรั่วไหลถึงจีน

  นายคัตสึโนบุ คาโตะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีมติห้ามการใช้แอปพลิเคชัน Line ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเป็นการชั่วคราว การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่สื่อรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของบริษัทในเครือของ Line ที่ตั้งในจีน สามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อของผู้ใช้บริการ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลแอดเดรส “รัฐบาลจะระงับการใช้ Line เมื่อมีการส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหว และจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อออกแนวปฏิบัติในไม่ช้า” นายคาโตะกล่าวในการแถลงข่าว ทั้งนี้ Line ถือเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมในโลกออนไลน์ โดยมีผู้ใช้บริการกว่า 86 ล้านรายในญี่ปุ่น รวมทั้งมีผู้ใช้บริการจำนวนมากในไทย ไต้หวัน และอินโดนีเซีย   ———————————————————————————————————————————————————- ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์      วันที่เผยแพร่ 30 มี.ค.64 Link : https://www.infoquest.co.th/2021/74209

Shell แจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหล

  เกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลขึ้นกับบริษัท Shell อย่างไรก็ดียังไม่พบหลักฐานถึงการบุกรุกภายใน เพียงแต่เป็นระบบ File Transfer ส่วนหนึ่งเท่านั้น Shell ได้มีการใช้งาน File Transfer Appliance ของ Accellion ซึ่งตรงจุดนี้เองที่คนร้ายเข้ามาและขโมยข้อมูลไปได้ บริษัทพบว่าคนร้ายสามารถเข้าถึงข้อมูลบางส่วนของผู้ถือหุ้น และบริษัทสาขา โดยปัจจุบัน Shell ได้แจ้งเรื่องต่อผู้มีอำนาจทางกฏหมายและส่งทีมสืบสวนเพื่อเก็บหลักฐาน อย่างไรก็ดียังไม่พบหลักฐานว่าคนร้ายจะเข้าถึงระบบภายในได้เพราะ File Transfer ถูกแบ่งโซนไว้ต่างหาก แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยถึงกลุ่มคนร้ายเบื้องหลังเหตุการณ์นี้แต่ก็มีข้อสันนิษฐานว่ามีกลุ่มคนร้ายที่ใช้ Clop Ransomware ได้มุ่งใช้ช่องโหว่บน Accellion Appliance เพื่อโจมตีองค์กรหลายแห่งเมื่อปีก่อน จนผู้เชี่ยวชาญต้องออกเตือนให้องค์กรสำรวจ Appliance เก่าที่ใช้กันภายในด้วย ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/energy-giant-shell-discloses-data-breach-after-accellion-hack/   ——————————————————————————————————————————————————————— ที่มา : TechTalkThai     / วันที่เผยแพร่  23 มี.ค.2564 Link : https://www.techtalkthai.com/shell-reports-data-breach-about-file-transfer-appliance/

จีนคุม ‘แอปฯ มือถือ’ ห้ามเก็บข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เกินจำเป็น เริ่มพ.ค. นี้

  จีนคุม ‘แอปฯ มือถือ’ ห้ามเก็บข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เกินจำเป็น เริ่มพ.ค. นี้ สำนักกำกับดูแลไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน (CAC) รายงานว่าทางการจีนออกแนวปฏิบัติห้ามผู้ให้บริการแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นอย่างผิดกฎหมาย แนวปฏิบัติดังกล่าวระบุว่าแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือไม่สามารถปฏิเสธการเข้าถึงบริการของผู้ใช้ได้ หากผู้ใช้ปฏิเสธจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น ขอบเขตข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นสำหรับแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ 39 ประเภท เช่น แอปพลิเคชันนำทางอาจเข้าถึงตำแหน่งที่อยู่ ต้นทางและปลายทางของผู้ใช้ หรือแอปพลิเคชันส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ บัญชีการส่งข้อความ และบัญชีของผู้ติดต่อ ทั้งนี้ สำนักฯ เผยว่าแนวปฏิบัติดังกล่าวมีเป้าหมายควบคุมการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ เพื่อรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป ข้อมูลจาก สำนักข่าวซินหัว ——————————————————————————————————————————————- ที่มา : thebangkokinsight           / วันที่เผยแพร่ 23 มี.ค.2564 Link : https://www.thebangkokinsight.com/579175/

ญี่ปุ่น บังคับใช้แล้ว! บินเข้าประเทศ ต้องติดตั้งแอพติดตามตัว-ฝ่าฝืนมีโทษ

  ญี่ปุ่น บังคับใช้แล้ว! ทั้งพลเมืองและชาวต่างชาติ ที่บินเข้าประเทศ ต้องติดตั้งแอพพลิเคชัน ยืนยันตำแหน่งติดตามตัว หากฝ่าฝืนมีโทษ     ญี่ปุ่นประกาศใช้นโยบาย ให้พลเมืองญี่ปุ่น พลเมืองถาวรญี่ปุ่น และวีซ่าทุกประเภท ทั้งวีซ่าธุรกิจและวีซ่าท่องเที่ยวชั่วคราว ที่เดินทางเข้าประเทศ ต้องติดตั้งแอพพลิเคชัน เพื่อยืนยันตำแหน่งตัวบุคคล ซึ่งมีผลบังคับใช้สำหรับ ผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น ผ่านสนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศที่สำคัญของประเทศ นโยบายดังกล่าว ถูกประกาศใช้โดยกระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการ นโยบายดังนี้มีผลต่อ ผู้เดินทางขาเข้าทุกประเภท ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 64 เป็นต้นไป ผู้เดินทางเข้าประเทศ จะต้องติดตั้งแอพพลิเคชัน 3 แอพพลิเคชัน บนสมาร์ทโฟน ก่อนออกจากสนามบิน และต้องได้รับการยืนยันว่ามีการติดตั้งแล้วจริง       โดยแอพพลิเคชันทั้ง 3 แอพพลิเคชัน ได้แก่ แอพฯติดตาม COCOA COVID-19 ของกระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการ, แอพฯ Skype และ แอพฯ OSSMA…