ระบบป้องกันอัคคีภัย รากฐานความปลอดภัยของดาต้าเซ็นเตอร์

    ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นเสาหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนใน “ระบบป้องกันอัคคีภัย” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยลดความเสียหายที่มหาศาล และเป็นหลักประกันความมั่นคง และความน่าเชื่อถือของดาต้าเซ็นเตอร์ในการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต   ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่สำคัญ โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้บริการคลาวด์ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันต่างๆ ทำงานได้อย่างราบรื่น เป็นที่รวมศูนย์ของอุปกรณ์ที่มีความสำคัญและมูลค่าสูง เช่น เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งหากเกิด เหตุเพลิงไหม้ ขึ้นจะมีผลกระทบอย่างมากทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ จากทั้งฮาร์ดแวร์ และข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้   จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มีความเสียหายและผลกระทบในวงกว้าง ทำให้ทุกคนควรทำความเข้าใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยจากอัคคีภัยในดาต้าเซ็นเตอร์ และมาตรการด้านความปลอดภัยที่ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ควรพิจารณา   เพลิงไหม้ที่เกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน   อุปกรณ์ในดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัย สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือ เพลิงไหม้ที่เกิดจาก แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ที่ใช้ในระบบไฟฟ้าสำรอง (UPS) หรือระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อสำรองไฟในกรณีที่กระแสไฟฟ้าหลักขัดข้อง     แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน จัดเป็นวัตถุไวไฟมาก ซึ่งเมื่อมีอุณหภูมิสูงเกินกว่าปกติไม่ว่าจะเกิดจากความเสียหายทางกายภาพ การใช้งาน การประจุหรือคายประจุไฟฟ้าที่สูงเกินกว่าปกติ หรือข้อบกพร่องจากการผลิตหรือคุณภาพวัสดุ จนเกิดกระแสลัดวงจรภายใน…

12 มาตรการความปลอดภัยโรงเรียนสังกัด กทม. เตรียมพร้อมรับเปิดเทอม

  (31 ต.ค. 67) นายสุนทร สุนทรชาติ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของโรงเรียนนาหลวง เขตทุ่งครุ โดย นายพงศ์ศักดิ์ พูลยรัตน์ ผู้อำนวยการเขตทุ่งครุ ผู้บริหารสำนักอนามัย ผู้บริหารโรงเรียนนาหลวง และผู้เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลด้านต่าง ๆ   รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2568 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดสรรงบประมาณในการจัดหาวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 เมื่อได้รับวัคซีนก็จะนำมาฉีดให้เด็กนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนต่อไป นอกจากนี้ในช่วงเดือนธันวาคมจะมีการแจกหน้ากากอนามัยให้เด็กสำหรับใส่เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 ด้วย สำหรับหน้ากากอนามัยนั้นถ้าใส่ชั้นเดียวจะกันฝุ่นได้ประมาณ 60% แต่ถ้าใส่ 2 ชั้น จะสามารถกันฝุ่นได้ประมาณ 80% ฝากให้เขตดูแลในเรื่องนี้ด้วย ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็คงดำเนินการตามปกติ แต่อยากฝากเรื่องของสุขาภิบาลอาหารด้วย เพราะก่อนหน้านี้มีกรณีเกิดเหตุอาหารเป็นพิษในโรงเรียน และมีเด็กแอดมิตที่โรงพยาบาลด้วย จึงอยากฝากให้ช่วยดูแลเด็ก ๆ รวมถึงผู้ที่ทำอาหารหรือนำอาหารมาส่งต้องมีสุขลักษณะที่ดี ต้องมีการติดตามและดูเรื่องมาตรฐานบ่อย ๆ และต้องดูในเรื่องน้ำดื่มด้วย   ทั้งนี้…

รัฐบาลไบเดนเคาะมาตรการสกัดบริษัทสหรัฐฯ ลงทุนในเทคโนโลยีจีน

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้สรุปข้อจำกัดสำหรับบุคคลและบริษัทในสหรัฐฯ ที่จะเข้าไปลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ซึ่งรวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ หน่วยประมวลผลควอนตัม และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ญี่ปุ่นเตือนย่าน “ชิบูยา” จะคนแน่นช่วงฮาโลวีน เพิ่มมาตรการเขตที่คนพลุกพล่านป้องกันเหตุเหยียบกันตาย

ทางการญี่ปุ่นประกาศเตือนว่าย่านชิบูยา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง จะมีคนหนาแน่นในช่วงวันฮาโลวีน พร้อมเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเขตที่คนพลุกพล่าน หวั่นเกิดเหตุสลดเหยียบกันตาย

ข้อมูล DNA ยังโดนแฮ็ก พันธุกรรม 6.9 ล้านคนรั่วไหลและไม่มีทางแก้ไขได้

  “แฮ็กเกอร์” เจาะระบบ 23andMe บริการตรวจสอบ DNA ทำข้อมูลพันธุกรรมกว่าล้านคนถูกขโมย มูลค่ามหาศาลที่ไม่มีทางแก้ไขได้ บริษัท “23andMe” ผู้ให้บริการตรวจสอบ DNA ระดับโลกที่มีข้อมูลของลูกค้ากว่า 6.9 ล้านรายอยู่ในมือกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน ทั้งด้านธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านและ “แฮ็กเกอร์” ที่ใช้ชื่อว่า “Golem” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่กำลังเข้าถึง ข้อมูล DNA ของลูกค้าทั้งหมดที่อาจรั่วไหลครั้งใหญ่   23andMe ประกาศว่ามี แฮ็กเกอร์เจาะระบบข้อมูลพันธุกรรม ทั้งหมด 6.9 ล้านคนอาจได้รับผลกระทบ โดยการเจาะระบบเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ตอนแรกทาง 23andMe บอกว่ามีผู้ใช้โดนขโมยข้อมูล 14,000 คน แต่เมื่อสอบสวนอย่างละเอียดมากขึ้นก็พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก แฮ็กเกอร์ Golem พุ่งเป้าไปที่รหัสพันธุกรรมของคนที่มีเชื้อสายยิวอัชเกนัซ (Ashkenazi Jews) พร้อมประกาศว่า   ยินดีขายข้อมูล DNA เหล่านี้ให้กับใครก็ได้ที่จ่ายเงินถึง ราคาเสนอขายมีตั้งแต่ 100 โปรไฟล์ในราคา 1,000 ดอลลาร์ (36,400 บาท)…