Facebook ถูกแฮ็ก – 10 ประเด็นล่าสุดที่คุณควรรู้

Facebook ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่าพบแฮ็กเกอร์เจาะช่องโหว่ 3 รายการบนเว็บไซต์และขโมยข้อมูลผู้ใช้ไปกว่า 50 ล้านรายชื่อ เพื่อตอบโต้เหตุดังกล่าว Facebook จึงได้ทำการรีเซ็ต Access Tokens ของผู้ใช้ที่อาจได้รับผลกระทบ ส่งผลให้มีผู้ใช้เกือบ 90 ล้านคนถูกบังคับให้ล็อกเอาต์และลงชื่อเข้าใช้ใหม่ และนี่คือ 10 ประเด็นล่าสุดที่ผู้ใช้ Facebook ทุกคนควรรับทราบเอาไว้ 1. Facebook ตรวจจับเหตุ Data Breach ได้หลังพบว่ามีทราฟฟิกกระโดดขึ้นสูงผิดปกติ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ Facebook ตรวจพบว่ามีทราฟฟิกกระโดดขึ้นสูงผิดปกติบน Server ของตน หลังจากทำการตรวจสสอบพบว่าเป็นการโจมตีไซเบอร์ โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา คาดว่ามีเป้าหมายเพื่อขโมยข้อมูลผู้ใช้ Facebook 2. แฮ็กเกอร์เจาะระบบผ่านช่องโหว่ 3 รายการ แฮ็กเกอร์เจาะเว็บไซต์ของ Facebook ได้สำเร็จโดยใช้การผสานรวมของช่องโหว่ 3 รายการ ดังนี้ ช่องโหว่แรกแสดงตัวเลือกการอัปโหลดวิดีโอบนบางโพสต์แก่ผู้ใช้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถอวยพร ‘Happy Birthday’ เมื่อเข้าถึงผ่านทางเพจ “View As”…

‘ผบ.ทหารอากาศอิสราเอล’ถูกตำหนิกรณีเปิดเผยภาพ ‘เครื่องบินขับไล่ เอฟ-35’

ภาพที่แสดงให้เห็น เครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ไลท์นิง 2 ไอ อาดีร์ ของกองทัพอากาศอิสราเอล กำลังบินอยู่นอกชายฝั่งกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ภาพนี้ ถูกนำออกเผยแพร่ทางสื่อสังคม ภายหลังผู้บัญชาการทหารอากาศอิสราเอล อามิคัม นอร์คิน ได้นำออกมาอวด Israeli air force chief takes heat for revealing F-35 photo By Asia Times staff 25/05/2018 มีรายงานว่ารัฐมนตรีอาวุโสหลายคนของอิสราเอลวิพากษ์ตำหนิผู้บัญชาการทหารอากาศ กรณีเผยแพร่ภาพเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 อย่าง “ไม่มีความเหมาะสมและไม่ได้ช่วยอะไร” ขณะเดียวกันภาพดังกล่าวก็ทำให้เกิดการคาดเดากะเก็งกันเกี่ยวกับภารกิจของเครื่องบินเหล่านี้ มีรายงานว่าพวกรัฐมนตรีอาวุโสของอิสราเอลพากันวิพากษ์วิจารณ์ อามิคัม นอร์คิน (Amikam Norkin) ผู้บัญชาการทหารอากาศของประเทศอย่างรุนแรง สำหรับสิ่งที่รัฐมนตรีเหล่านี้คนหนึ่งเรียกว่า “การแสดงความหยิ่งยโสและการโอ้อวดที่ไม่มีความจำเป็น”  การวิจารณ์ตำหนิเช่นนี้ ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานข่าวของ หนังสือพิมพ์ไทมส์ออฟอิสราเอล (ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.timesofisrael.com/ministers-reportedly-pan-air-force-chief-for-photo-of-f-35-over-lebanon/) นั้น เป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากการที่ นอร์คิน เผยแพร่ภาพถ่ายภาพหนึ่งซึ่งบรรยายเอาไว้ว่า ถ่ายขณะเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ของอิสราเอลลำหนึ่ง กำลังบินอยู่นอกชายฝั่งของกรุงเบรุต…

“สงครามไซเบอร์” และภัยคุกคามในยุคอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง

“สงครามไซเบอร์” และภัยคุกคามในยุคอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง :  โดย… รศ.สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางเครือข่ายเป็นเรื่องที่ทุกประเทศให้ความสำคัญ การเชื่อมต่อแบบออนไลน์ที่แพร่หลายทำให้ทุกหน่วยงานจำเป็นต้องสร้างกลไกปกป้องระบบ โดยมีหลักการสำคัญคือ 1.ข้อมูลปกปิดที่ส่งผ่านหรือที่เก็บรักษาไว้ต้องเป็นความลับเฉพาะ ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ 2.ข้อมูลที่ใช้และแลกเปลี่ยนระหว่างกันต้องมีความถูกต้องครบถ้วน โดยไม่ถูกแก้ไขให้ผิดไปจากเดิม 3.ระบบสามารถให้บริการได้ตลอดเวลา หลักพื้นฐานข้างต้นจึงประกอบไปด้วย 3 ประเด็นหลักคือ ความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และ 3 ความพร้อมในการใช้งาน (Availability) ปัจจุบัน “ภัยคุกคามทางเครือข่ายออนไลน์” สำหรับประเทศไทยก่อให้เกิดปัญหาความมั่นคงปลอดภัยหลายด้าน ภัยคุกคามหลักคือ การโจมตีทางไซเบอร์ที่จะส่งผลให้บริการขัดข้อง การโจมตีมีทั้งอาศัยโปรแกรมมัลแวร์ที่ติดกระจายตัวในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไอโอที (IoT: Internet Of Things) เช่น อุปกรณ์ “อัจฉริยะ” (Smart) ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี ตัวควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึง “ไวไฟเราเตอร์” และกล้องซีซีทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ การเจาะเข้าระบบเพื่อลักลอบเอาข้อมูลไปใช้ การล่อลวงแบบฟิชชิงที่ส่งเมลปลอมแปลงแล้วใช้ข้อมูลเพื่อถ่ายโอนเงินจากบัญชี หรือแรนซัมแวร์ที่เข้ารหัสไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แม้แต่การขู่กรรโชกเอาทรัพย์สินเพื่อแลกกับข้อมูลของเราที่ถูกขโมยไป ปัญหาอุปสรรคด้านความมั่นคงปลอดภัยของไทยมีอะไรบ้าง ?…

สถานการณ์เงินดิจิตอลและระบบส่งเงินออนไลน์เพื่อก่ออาชญากรรมและสนับสนุนการก่อการร้าย

เงินดิจิตอล (Cryptocurrencies) ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนในปัจจุบันมีมากกว่า 1,200 สกุลเงิน แต่มีเพียงบางสกุลเงินที่ได้รับความนิยมในไทยคือ บิทคอยน์ (Bitcoin) อีเทอร์เรียม (Etherium) และริปเปิล (Ripple) ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดมีมูลค่าการซื้อขายคิดเป็นร้อยละ 50 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด และมีการเปิดซื้อขายผ่านคนกลาง (Trading market) ปัจจุบันบิทคอยน์ในโลกมีจำนวน 21 ล้านบิทคอยน์ “ขุด” ไปแล้วรวม 16.7 ล้าน เคยทำราคาสูงสุดที่ประมาณ 400,000 บาทต่อ 1 บิทคอยน์ การเริ่มใช้บิทคอยน์เรียกว่า “การขุด” จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อถอดสมการคณิตศาสตร์ โดยผู้ใช้จะต้องสร้างกระเป๋าเงิน (Wallet Address) จากการสร้าง (gemerate) ผ่านเว็บไซต์โดยไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือยืนยันตัวตนแต่อย่างใด การทำธุรกรรมจะรู้เฉพาะผู้รับและผู้ส่ง ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใดเป็นผู้โอนหรือรับโอนบิทคอยน์ เมื่อการขุดด้วยตัวเองทำได้ค่อนข้างยากเพราะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้ใช้งานในไทยจึงเลือกใช้เว็บไซต์ลักษณะ Trading market เพื่อลงทุนซื้อขายบิทคอยน์และเปลี่ยนเป็นเงินบาทโอนเข้าบัญชีธนาคาร อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศเมื่อ 12 ก.พ.61 ขอความร่วมมือสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิตอล…

ย้ำเก็บภาษีเงินดิจิทัลเพื่อคุ้มครองประชาชน

ประกาศใช้แล้ว เก็บภาษีกำไรเงินดิจิทัล 15 % พร้อมเสนอ ครม.เก็บภาษีนิติบุคคล 15 % พ่วง VAT สกัดรายย่อยถูกหลอกและฟอกเงิน นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังจากพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 พ.ศ. 2561 โดยระบุว่า พ.ร.ก. ดังกล่าวเพื่อกำกับดูแล มิให้มีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปหลอกลวงประชาชน หรือเป็นแหล่งฟอกเงิน ซึ่งกรมสรรพากรได้แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 19 พ.ศ. 2561 ให้มีผลบังคับใช้แล้วเพื่อเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย นายสาโรช ทองประคำ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสรรพากร กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล ได้มีการกำหนดให้รายได้ที่ได้จากกำไรหรือผลประโยชน์ที่ได้จากการถือครองและผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนเงินคริปโตเคอร์เรนซี หรือโทเคนดิจิทัล ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินลงทุน หรือกำไร ต้องเสียภาษีกำไรหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของเงินได้ และนักลงทุนต้องนำรายได้มาคำนวณการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ สิ้นปีด้วย  ทั้งนี้…

กองทัพสหรัฐสั่งแบนโทรศัพท์ Huawei และ ZTE

กองทัพสหรัฐห้ามคนในฐานทัพสหรัฐซื้อโทรศัพท์จาก 2 ยี่ห้อดังของจีนอย่าง Huewei และ ZTE เนื่องจากหวั่นเกรงเรื่องของความมั่นตงปลอดภัยว่าอาจจะมีการติดตามสมาชิกของกองทัพ Dave Eastburn โฆษกของกองเพนตากอนได้กล่าวว่า “อุปกรณ์จาก Huawei และ ZTE อาจจะมีความเสี่ยงที่กระทบในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับพลเรือนการทหาร ข้อมูลและภารกิจต่างๆ” อย่างไรก็ตามแม้ว่า Eastburn จะไม่ได้ให้ความเห็นในเชิงเทคนิคถึงคำสั่งที่เกิดขึ้น แต่ก็มีความคิดเห็นจาก The Wall Street Journal กล่าวว่าทางกองทัพคงจะกลัวเรื่องว่ารัฐบาลจีนอาจติดตามพวกทหารได้ผ่านทางมือถือ Huewei หรือ ZTE อีกด้านหนึี่งฝั่ง Huawei เองนาย Charles Zinkowski โฆษกของบริษัทก็ได้ยืนยันว่าอุปกรณ์ของตนนั้นมีมาตรฐานทั้งในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวเป็นอย่างสูงสุดในทุกประเทศที่มันถูกใช้งานไม่เว้นแม้แต่สหรัฐอเมริกา “เรายืนยันว่าเรามาอย่างเปิดเผยและโปร่งใสในทุกๆ เรื่องและอยากให้ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่เคยขอแทรกแซงด้าน Security และ Integrity ในเครือข่ายหรืออุปกรณ์ใดๆ ของเราเลย“–Zinkowski กล่าว ขณะเดียวกันทาง ZTE ยังไม่มีการโต้ตอบกลับมา ——————————————————————– ที่มา : TECHTALK Thai / May 7, 2018 Link : https://www.techtalkthai.com/us-army-banned-huewei-and-zte-phone-because-of-security/