ข้อมูลที่ถูกขโมยไปได้มีค่าแค่ไหนต่อแฮ็กเกอร์

การขโมยข้อมูลนั้นมีให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันซึ่งพูดไม่ได้ว่าเป็นฝีมือของแฮ็กเกอร์อย่างเดียวเพราะหลายครั้งก็มีสาเหตุมาจากคนในด้วย อย่างไรก็ตามเราอาจจะไม่ได้ตระหนักถึงมูลค่าของข้อมูลที่หลุดออกไปมากนักแต่อีกมุมหนึ่งในฝั่งผู้ร้ายข้อมูลที่มีขายในตลาดใต้ดินนั้นมีประโยชน์มากทีเดียว โดยในวันนี้ Trend Micro ได้มาชี้ให้เห็นถึงมูลค่าของข้อมูลที่รั่วไหลออกมาว่ามีความสำคัญอย่างไร ข้อมูลแต่ละประเภทมีค่าแตกต่างกัน งานวิจัยของ Trend Micro ได้เผยว่าข้อมูลแต่ละประเภทนั้นมีค่าไม่เท่ากันดังนี้ Financial Data ประกอบด้วยข้อมูลด้านธุรกรรมการเงิน การจ่ายบิลและกิจกรรมเกี่ยวกับการประกันภัยต่างๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คนร้ายสามารถนำไปใช้เพื่อการปลอมแปลง เช่น ยื่นขอคืนภาษี ทำเรื่องการกู้ยืมเงิน ปลอมแปลงบัตรจ่ายเงิน การโอนเงิน รวมไปถึงนำไปใช้แบล็กเมล์เหยื่อหรือข่มขู่กรรโชกทรัพย์ แม้กระทั่งขโมยเงินออกจากบัญชีเหยื่อได้เลย Health Care ข้อมูลบันทึกในโรงพยาบาลการรักษาหรือประกันต่างๆ สามารถถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการแอบอ้างหลอกเอาค่าสินไหมทดแทน แม้กระทั่งเอาไปซื้อยาที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ เป็นต้น Payment Card Information ชื่อบนบัตร เลขบัตรและวันหมดอายุของบัตรสามารถนำไปใช้ซื้อของออนไลน์ได้เลย ซึ่งเป็นอะไรที่เลวร้ายกว่าข้อมูลทางการเงินอีก Account Credentials พวกชื่อและรหัสผ่านของบัญชีต่างๆ ก็สามารถถูกใช้เพื่อแอบอ้างเรียกร้องค่าประกันได้เช่นกัน หรือ นำไปใช้สร้างสแปมและการหลอกลวงอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ก็ขึ้นกับประเภทของบัญชีที่ได้มาด้วย Education Information พวกข้อมูลทรานสคิร์ปต์ของนักเรียน นักศึกษา หรือบันทึกในโรงเรียนและการเข้าเรียน ก็สามารถใช้เพื่อการปลอมแปลงตัวบุคคลและสร้างการกู้ยืมเพื่อการศึกษาปลอมขึ้นมาได้ด้วย รวมถึงการแบล็กเมล์และข่มขู่เจ้าตัว ข้อมูลในตลาดใต้ดินมีค่าแค่ไหน จากผลสำรวจของ Trend Micro…

5 เทรนด์ใหม่ด้าน Security และ Risk Management สำหรับธนาคาร

เทรนด์การใช้งานย่อมเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีและกาลเวลาเช่นเดียวกันภัยคุกคามก็หมุนไปตามสิ่งเหล่านั้น วันนี้ทาง Security Magazine จึงได้นำเสนอเทรนด์ที่ถือกำเนิดใหม่เมื่อไม่นานมานี้ 5 ข้อด้านความมั่นคงปลอดภัยที่แวดวงธนาคารไม่ควรมองข้ามและเราจึงขอนำมาสรุปให้อ่านกัน Security Breachs แน่นอนว่าเหตุการณ์การรั่วไหลต่างๆ ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคซึ่งคงไม่ต้องกล่าวถึงแล้วว่ากระทบแค่ไหนโดยเฉพาะกับบริการทางการเงิน อีกทั้งยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงในปี 2017 ที่ Kaspersky ได้พบกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ชื่อ ‘Carnanak’ ที่ขโมยเงินจากสถาบันการเงินระดับสากลไปได้กว่า 1,000 ล้านดอลล่าร์ฯ นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม Gartner ถึงทำนายว่าในปีนี้ยอดการลงทุนทั่วโลกใน Information Security จะแตะไปถึง 93,000 ล้านดอลล่าร์ New Regulations กฏหมายส่งลกระทบสำคัญต่อวิธีการบริหารจัดการข้อมูลของธุรกิจและความมั่นคงปลอดภัย โดยเฉพาะกับธุรกิจการเงินเพราะข้อมูลสามารถเป็นได้ทั้งสินทรัพย์และหนี้สินเนื่องจากผลทางกฏหมายที่ระบุโทษเอาไว้ เช่น กฏหมาย GDPR ในยุโรปที่มีโทษถึง 4% ของรายได้ทั้งหมดซึ่งการปฏิบัตินั้นค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยควรจะทำให้แน่ใจว่าธุรกิจของตนเป็นไปตามบริบทกฏหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังต้องเลือก Vendor ที่มีความเข้าใจในตัวกฏหมายด้วย Cloud-Based Solutions ข้อดีของ Cloud ในแง่ของการพัฒนาคือเรื่องของความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการเพิ่มลดทรัพยากรซึ่งเหมาะสมกับงานแบงก์อีกด้วย นอกจากนี้การใช้งาน Cloud ยังทำให้ลดค่าใช้ง่ายและดูแลลูกค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Cisco ได้ทำนายไว้ว่าภายในปี 2020 ทราฟฟิคการใช้งานในดาต้าเซ็นเตอร์…

Facebook ถูกแฮ็ก – 10 ประเด็นล่าสุดที่คุณควรรู้

Facebook ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่าพบแฮ็กเกอร์เจาะช่องโหว่ 3 รายการบนเว็บไซต์และขโมยข้อมูลผู้ใช้ไปกว่า 50 ล้านรายชื่อ เพื่อตอบโต้เหตุดังกล่าว Facebook จึงได้ทำการรีเซ็ต Access Tokens ของผู้ใช้ที่อาจได้รับผลกระทบ ส่งผลให้มีผู้ใช้เกือบ 90 ล้านคนถูกบังคับให้ล็อกเอาต์และลงชื่อเข้าใช้ใหม่ และนี่คือ 10 ประเด็นล่าสุดที่ผู้ใช้ Facebook ทุกคนควรรับทราบเอาไว้ 1. Facebook ตรวจจับเหตุ Data Breach ได้หลังพบว่ามีทราฟฟิกกระโดดขึ้นสูงผิดปกติ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมรักษาความมั่นคงปลอดภัยของ Facebook ตรวจพบว่ามีทราฟฟิกกระโดดขึ้นสูงผิดปกติบน Server ของตน หลังจากทำการตรวจสสอบพบว่าเป็นการโจมตีไซเบอร์ โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา คาดว่ามีเป้าหมายเพื่อขโมยข้อมูลผู้ใช้ Facebook 2. แฮ็กเกอร์เจาะระบบผ่านช่องโหว่ 3 รายการ แฮ็กเกอร์เจาะเว็บไซต์ของ Facebook ได้สำเร็จโดยใช้การผสานรวมของช่องโหว่ 3 รายการ ดังนี้ ช่องโหว่แรกแสดงตัวเลือกการอัปโหลดวิดีโอบนบางโพสต์แก่ผู้ใช้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถอวยพร ‘Happy Birthday’ เมื่อเข้าถึงผ่านทางเพจ “View As”…

‘ผบ.ทหารอากาศอิสราเอล’ถูกตำหนิกรณีเปิดเผยภาพ ‘เครื่องบินขับไล่ เอฟ-35’

ภาพที่แสดงให้เห็น เครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ไลท์นิง 2 ไอ อาดีร์ ของกองทัพอากาศอิสราเอล กำลังบินอยู่นอกชายฝั่งกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ภาพนี้ ถูกนำออกเผยแพร่ทางสื่อสังคม ภายหลังผู้บัญชาการทหารอากาศอิสราเอล อามิคัม นอร์คิน ได้นำออกมาอวด Israeli air force chief takes heat for revealing F-35 photo By Asia Times staff 25/05/2018 มีรายงานว่ารัฐมนตรีอาวุโสหลายคนของอิสราเอลวิพากษ์ตำหนิผู้บัญชาการทหารอากาศ กรณีเผยแพร่ภาพเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 อย่าง “ไม่มีความเหมาะสมและไม่ได้ช่วยอะไร” ขณะเดียวกันภาพดังกล่าวก็ทำให้เกิดการคาดเดากะเก็งกันเกี่ยวกับภารกิจของเครื่องบินเหล่านี้ มีรายงานว่าพวกรัฐมนตรีอาวุโสของอิสราเอลพากันวิพากษ์วิจารณ์ อามิคัม นอร์คิน (Amikam Norkin) ผู้บัญชาการทหารอากาศของประเทศอย่างรุนแรง สำหรับสิ่งที่รัฐมนตรีเหล่านี้คนหนึ่งเรียกว่า “การแสดงความหยิ่งยโสและการโอ้อวดที่ไม่มีความจำเป็น”  การวิจารณ์ตำหนิเช่นนี้ ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานข่าวของ หนังสือพิมพ์ไทมส์ออฟอิสราเอล (ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.timesofisrael.com/ministers-reportedly-pan-air-force-chief-for-photo-of-f-35-over-lebanon/) นั้น เป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากการที่ นอร์คิน เผยแพร่ภาพถ่ายภาพหนึ่งซึ่งบรรยายเอาไว้ว่า ถ่ายขณะเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ของอิสราเอลลำหนึ่ง กำลังบินอยู่นอกชายฝั่งของกรุงเบรุต…

“สงครามไซเบอร์” และภัยคุกคามในยุคอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง

“สงครามไซเบอร์” และภัยคุกคามในยุคอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง :  โดย… รศ.สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางเครือข่ายเป็นเรื่องที่ทุกประเทศให้ความสำคัญ การเชื่อมต่อแบบออนไลน์ที่แพร่หลายทำให้ทุกหน่วยงานจำเป็นต้องสร้างกลไกปกป้องระบบ โดยมีหลักการสำคัญคือ 1.ข้อมูลปกปิดที่ส่งผ่านหรือที่เก็บรักษาไว้ต้องเป็นความลับเฉพาะ ผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ 2.ข้อมูลที่ใช้และแลกเปลี่ยนระหว่างกันต้องมีความถูกต้องครบถ้วน โดยไม่ถูกแก้ไขให้ผิดไปจากเดิม 3.ระบบสามารถให้บริการได้ตลอดเวลา หลักพื้นฐานข้างต้นจึงประกอบไปด้วย 3 ประเด็นหลักคือ ความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และ 3 ความพร้อมในการใช้งาน (Availability) ปัจจุบัน “ภัยคุกคามทางเครือข่ายออนไลน์” สำหรับประเทศไทยก่อให้เกิดปัญหาความมั่นคงปลอดภัยหลายด้าน ภัยคุกคามหลักคือ การโจมตีทางไซเบอร์ที่จะส่งผลให้บริการขัดข้อง การโจมตีมีทั้งอาศัยโปรแกรมมัลแวร์ที่ติดกระจายตัวในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ไอโอที (IoT: Internet Of Things) เช่น อุปกรณ์ “อัจฉริยะ” (Smart) ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี ตัวควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึง “ไวไฟเราเตอร์” และกล้องซีซีทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ การเจาะเข้าระบบเพื่อลักลอบเอาข้อมูลไปใช้ การล่อลวงแบบฟิชชิงที่ส่งเมลปลอมแปลงแล้วใช้ข้อมูลเพื่อถ่ายโอนเงินจากบัญชี หรือแรนซัมแวร์ที่เข้ารหัสไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แม้แต่การขู่กรรโชกเอาทรัพย์สินเพื่อแลกกับข้อมูลของเราที่ถูกขโมยไป ปัญหาอุปสรรคด้านความมั่นคงปลอดภัยของไทยมีอะไรบ้าง ?…

สถานการณ์เงินดิจิตอลและระบบส่งเงินออนไลน์เพื่อก่ออาชญากรรมและสนับสนุนการก่อการร้าย

เงินดิจิตอล (Cryptocurrencies) ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนในปัจจุบันมีมากกว่า 1,200 สกุลเงิน แต่มีเพียงบางสกุลเงินที่ได้รับความนิยมในไทยคือ บิทคอยน์ (Bitcoin) อีเทอร์เรียม (Etherium) และริปเปิล (Ripple) ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดมีมูลค่าการซื้อขายคิดเป็นร้อยละ 50 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด และมีการเปิดซื้อขายผ่านคนกลาง (Trading market) ปัจจุบันบิทคอยน์ในโลกมีจำนวน 21 ล้านบิทคอยน์ “ขุด” ไปแล้วรวม 16.7 ล้าน เคยทำราคาสูงสุดที่ประมาณ 400,000 บาทต่อ 1 บิทคอยน์ การเริ่มใช้บิทคอยน์เรียกว่า “การขุด” จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อถอดสมการคณิตศาสตร์ โดยผู้ใช้จะต้องสร้างกระเป๋าเงิน (Wallet Address) จากการสร้าง (gemerate) ผ่านเว็บไซต์โดยไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือยืนยันตัวตนแต่อย่างใด การทำธุรกรรมจะรู้เฉพาะผู้รับและผู้ส่ง ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใดเป็นผู้โอนหรือรับโอนบิทคอยน์ เมื่อการขุดด้วยตัวเองทำได้ค่อนข้างยากเพราะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้ใช้งานในไทยจึงเลือกใช้เว็บไซต์ลักษณะ Trading market เพื่อลงทุนซื้อขายบิทคอยน์และเปลี่ยนเป็นเงินบาทโอนเข้าบัญชีธนาคาร อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศเมื่อ 12 ก.พ.61 ขอความร่วมมือสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิตอล…