จาก ‘ไต้หวัน’ หันมอง ‘ไทย’ ถึงเวลา? ที่ประเทศต้องมี ‘คู่มือเอาตัวรอด’ จากวิกฤต
หลายประเทศทั่วโลก เช่น สวีเดนและฝรั่งเศส ได้จัดทำคู่มือลักษณะเดียวกันเพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ ทั้งสงคราม ภัยไซเบอร์ และข่าวปลอม
หลายประเทศทั่วโลก เช่น สวีเดนและฝรั่งเศส ได้จัดทำคู่มือลักษณะเดียวกันเพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับภัยคุกคามยุคใหม่ ทั้งสงคราม ภัยไซเบอร์ และข่าวปลอม
ช็ค พอยท์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ รายงานว่า องค์กรในประเทศไทยถูกโจมตีทางไซเบอร์ถึง 3,201 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 สูงกว่าทั่วโลกซึ่งถูกโจมตีโดยเฉลี่ย 1,946 ครั้งต่อสัปดาห์ ถึง 164%
ที่ผ่านมาผู้ก่อภัยคุกคามพุ่งเป้าไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างรุนแรง เห็นได้จากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้
รศึกษาครั้งใหญ่ของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ระบุว่า ช่วงเวลาปัจจุบันนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกมีสถิติเด็กที่เป็นโรคอ้วนมากกว่าเด็กที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์การศึกษาดังกล่าวพบว่า ประมาณ 1 ใน 10 ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 5–19 ปี หรือราว 188 ล้านคน
เราคงจะพอทราบเรื่องราวของ 9/11 กันมาบ้างว่า วันนั้น กลุ่มอัลกออิดะห์ (หรือ อัลไคดา – Al-Qaeda) – ซึ่งนำโดยอุซามะห์ บิน ลาเดน (Osama Bin Laden) ในขณะนั้น – ปลอมตัวเป็นผู้โดยสารใน 4 เที่ยวบิน และจี้เครื่องบินเพื่อพุ่งชนสถานที่สำคัญในสหรัฐฯ เครื่องบินของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส (American Airlines) เที่ยวบินที่ 11 และ 77 พุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เหนือ (World Trade Center North) และอาคารเพนตากอน (Pentagon)
สวนสัตว์เปิดมอบประสบการณ์สุดตื่นเต้นให้กับผู้มาเยือนได้สัมผัสชีวิตสัตว์อย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับธรรมชาติมากที่สุด แต่ทว่าอิสระที่เพิ่มขึ้นของสัตว์เหล่านี้ ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความปลอดภัยให้มีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและนักท่องเที่ยว
ที่ประเทศเนปาลการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ปะทุขึ้นทั่วประเทศเพื่อต่อต้านนโยบายปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ผู้ประท้วงนับพันคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัย “เจนซี (Gen Z)” หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2540-2555 ซึ่งพวกเขาระบุไว้บนแผ่นป้ายประท้วงต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนน พวกเขาเคลื่อนตัวผ่านเมืองหลวงอย่างกรุงกาฐมาณฑุ ขณะที่การประท้วงลุกลามไปสู่ความรุนแรงอย่างรวดเร็วและเกิดการสูญเสียชีวิต มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย หลังเกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุด รัฐบาลเนปาลได้ยกเลิกการปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้วในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยรัฐมนตรีของรัฐบาลเนปาลระบุว่า การตัดสินใจยกเลิกการแบนเกิดขึ้นหลังจากการประชุมฉุกเฉินเมื่อคืนวันจันทร์ (8 ก.ย.) เพื่อ “ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเจนซี” นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี ของเนปาล ยังประกาศลาออกแล้วในวันนี้เช่นเดียวกัน การปะทะเริ่มต้นขึ้นหลังจากกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ประท้วงเรื่องการแบนโซเชียลมีเดียและข้อกล่าวหาต่อการทุจริต ได้บุกเข้าไปในพื้นที่อาคารรัฐสภา องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอย่าง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล (Amnesty International) ออกมาเรียกร้องให้มีการ “สอบสวน [กรณีการเสียชีวิต] อย่างทั่วถึง เป็นอิสระ และเป็นธรรม” แอมเนสตี้ฯ กล่าวว่ามีการใช้กระสุนจริงกับผู้ประท้วง ขณะที่บรรดาแพทย์บอกกับบีบีซีแผนกภาษาเนปาลว่า บาดแผลของผู้ประท้วงมาจากกระสุนจริง กองกำลังความมั่นคงได้ยิงแก๊สน้ำตาและใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หลังผู้ประท้วงปีนกำแพงอาคารรัฐสภาและอาคารราชการอื่น…
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว