Guerilla Projection : ศิลปะแห่งการประท้วง จากสถานทูตแอฟริกาใต้ถึงหน้าวัดปทุมฯ

เช้าวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 สื่อหลายสำนักรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 10 พฤษภาคม ปรากฏข้อความปริศนา #ตามหาความจริง ถูกฉายด้วยลำแสงโปรเจ็กเตอร์บนผนังหรืออาคารสถานที่สำคัญหลากหลายจุด ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมพฤษภา 2553 ทั้ง วัดปทุมวนาราม สยามพารากอน กระทรวงกลาโหม ซอยรางน้ำ และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยไม่ปรากฏว่าการกระทำครั้งนี้เป็นของกลุ่มใด แม้จะทราบโดยข้อความและสถานที่ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ครบ 10 ปีของการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 การฉายภาพหรือข้อความด้วยลำแสงของโปรเจ็กเตอร์เป็นทั้งการใช้งานในการสื่อสารทั่วไป หรืองานศิลปะ และในขณะเดียวกันเทคโนโลยีนี้ก็ถูกหยิบจับมาใช้สื่อสารในเชิงศิลปะการประท้วงแบบกองโจรโดยใช้การฉายโปรเจ็กเตอร์ หรือที่เรียกว่า ‘Guerilla Projection’ โดยที่ไม่อาจล่วงรู้ได้มาก่อนว่าจะเกิดขึ้นที่ใด เมื่อไร และบางครั้งก็ไม่อาจรู้ได้ว่าใครเป็นผู้ทำ ศิลปะการประท้วงแบบกองโจรโดยใช้การฉายโปรเจ็กเตอร์ หรือ ‘Guerilla Projection’ นี้ ในหนังสือเรื่อง Augmented Reality Art: From an Emerging Technology to a Novel Creative Medium เรียบเรียงโดย Vladimir Geroimenko ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า แม้จะไม่ทราบว่าผู้ใดหรือศิลปินคนใดเป็นผู้หยิบยืมนำมาใช้ในเชิงการประท้วงเป็นครั้งแรก แต่ผู้ที่ถือเป็นผู้นำและได้รับการจดจำในการใช้โปรเจ็กเตอร์มาเป็นสื่อศิลปะในการประท้วงทางการเมืองก็คือ คริสซตอฟ โวดิซโก (Krzysztof Wodiczko) ศิลปินชาวโปแลนด์ ผลงานอันโด่งดังของคริสซตอฟ โวดิซโกที่ถูกหยิบมาเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกก็คือ การฉายภาพมือของโรนัลด์ เรแกน ที่เห็นเฉพาะมือในเสื้อเชิ้ตสีขาวมีคัฟฟ์ลิงค์ติดอยู่บนอาคาร AT&T Long Lines ในนครนิวยอร์ก ในช่วงสี่วันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี 1984 และแน่นอนว่าโรนัลด์ เรแกน คว้าชัยชนะการเลือกตั้งในครั้งนั้นไป หรือผลงานในปี 1985 เมื่อเขาฉายโปรเจ็กเตอร์รูปสวัสดิกะบนอาคารของสถานทูตแอฟริกาใต้ ในกรุงลอนดอน เพื่อประท้วงการต่อต้านแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ ซึ่งแม้จะปรากฏให้เห็นไม่เกิน 2 ชั่วโมงก่อนที่ตำรวจจะมาถึง แต่ภาพข่าวนั้นก็แพร่กระจายไปทั่วโลก ในวันที่ยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโซเชียลมีเดีย ผลงาน Guerilla Projection ที่น่าสนใจที่ผ่านมา นอกจาก #ตามหาความจริง ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ในอดีตมีการนำเอาศิลปะการประท้วงแบบกองโจรโดยใช้การฉายโปรเจ็กเตอร์มาใช้และเป็นที่จดจำ น่าสนใจหลายชิ้นด้วยกัน เช่นตัวอย่างต่อไปนี้ การประท้วงพลังงานนิวเคลียร์ของกรีนพีซ ในปี 1989 กลุ่มกรีนพีซประท้วงเรื่องอันตรายของพลังงานนิวเคลียร์โดยฉายข้อความ “We Have Nuclear Weapons on Board” (เรามีอาวุธนิวเคลียร์อยู่บนเรือ) ลงบนเรือ ARK ROYAL ในขณะที่เทียบท่าที่เมืองฮัมบวร์ก  99% การประท้วงยึดวอลล์สตรีท การประท้วงยึดวอลล์สตรีทในปี 2011 โดยชูประเด็น 99% ซึ่งหมายถึงประชาชนส่วนใหญ่คือคน 99% ที่ถูกขูดรีดเอารัดเอาเปรียบจากคน 1% ของสังคม โดยในการประท้วงครั้งนี้มีการฉายสัญลักษณ์สไตล์แบทแมน (Batman Signal) เป็นภาพตัวเลข 99% ขึ้นไปบนตึกสูง 32 ชั้น Verizon Building ที่อยู่ตรงข้ามสะพานบรูคลิน เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์การประท้วง Citizen Safety Law ประท้วงกฎหมายลงโทษการชุมนุมในสเปน ในปี 2015 สเปนออกกฎหมายที่ชื่อ  Citizen Safety Law หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ The Gag Law ซึ่งนอกจากจะจำกัดสิทธิในการประท้วงตามกฎหมายแล้ว ยังมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ออกมาประท้วงอีกด้วย โดยการประท้วงหน้ารัฐสภาอาจมีโทษปรับสูงถึง 30,000 ยูโร จึงเกิดความเคลื่อนไหวที่ชื่อ  ‘NoSomosDelito’ (เราไม่ใช่อาชญากร) นำเอาเทคโนโลยีโฮโลแกรมฉายภาพผู้ประท้วงกว่า 2,000 คนเดินผ่านหน้ารัฐสภาในกรุงมาดริด ซึ่งแน่นอนว่าไม่ถูกจับเพราะผู้ประท้วงเหล่านั้นเป็นภาพโฮโลแกรม Resist Trumpism Everywhere ประท้วงการมาเยือนอังกฤษของทรัมป์ การมาเยือนอังกฤษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2018 ได้รับการต้อนรับอย่างเจ็บแสบจากกลุ่มที่เรียกว่า Bluman ด้วยการฉายโปรเจ็กเตอร์ด้วยคำว่า ‘Resist Trumpism Everywhere’ ไปทั่วเมือง ตั้งแต่ซุ้มประตู Houses of Parliament and Marble Arch สถานที่สำคัญอื่นๆ อย่าง Cable…

New Normal คืออะไร? สำคัญแค่ไหน? และจะส่งผลอะไรกับชีวิตเราบ้าง?

By :  littlepearl ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินคำว่า New Normal ในข่าวกันมากขึ้น อาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมเดี๋ยวนี้คนพูดถึงคำนี้กันบ่อยจัง มันคืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตฉันไหม ฉันต้องรู้จักมันรึเปล่า New Normal ถ้าแปลแบบตรงตัวเลยก็คือ New แปลว่าใหม่ Normal แปลว่าปกติ รวมกันแล้วแปลได้ความหมายว่า ความปกติแบบใหม่ หรือ ภาวะปกติแบบใหม่ ลองนึกง่าย ๆ ว่า อะไรที่เราทำในชีวิตประจำวันเป็นปกติบ้าง เช่น กินข้าว 3 มื้อ, อาบน้ำ 2 ครั้ง, ใส่ชุดว่ายน้ำไปเที่ยวทะเล, ใส่ชุดดำไปงานศพ ทั้งหมดนี้มันคือเรื่อง “ปกติ” ที่เราคุ้นตา ที่เราเคยชินกัน แต่ภาวะปกติแบบใหม่นี้ มันคือสิ่งที่เรามองว่า เมื่อก่อนไม่ใช่เรื่องปกติที่เขาทำกัน แต่พอมันเกิดเหตุการณ์ หรือปรากฎการณ์อะไรบางอย่างขึ้น สิ่งเหล่านั้นก็กลายเป็นเรื่องปกติไปโดยปริยาย ถ้ายกตัวอย่างที่เห็นกันชัด ๆ ในยุค Covid-19 นี้เลยก็คือ การใส่หน้ากากอนามัยออกจากบ้าน เมื่อก่อน เราจะหยิบหน้ากากอนามัยออกมาใส่ก็ต่อเมื่อเราป่วยเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้…

กระชากหน้ากาก : ศัพท์ที่มีที่มาจากหน้ากาก

ในภาวะที่โคโรนาไวรัสระบาดเช่นนี้ หน้ากากอนามัยได้กลายมาเป็นแรร์ไอเท็มที่ผู้คนต่างช่วงชิงมาไว้ในครอบครอง (แต่ไม่ได้ขาดแคลนเนอะ รัฐบาลเขาบอกไว้แบบนั้น) อีกทั้งยังกลายร่างไปเป็นสินค้าที่คนหัวใสแต่ใจมารทั้งหลายกักตุนไว้เก็งกำไรอีกด้วย ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ เราจะไปสำรวจคำในภาษาอังกฤษสามคำที่เราอาจจะนึกถึงไม่ถึงว่ามีที่มาที่ไปเกี่ยวข้องกับหน้ากาก Mascara แม้ว่ามาสคาร่าหรือเครื่องสำอางปัดขนตาให้ดูงอนยาวขึ้นจะใช้แค่เฉพาะบริเวณดวงตาและไม่ได้ใช้ปิดหรือคาดบนใบหน้าแบบหน้ากาก แต่แท้จริงแล้วกลับมีที่มาร่วมกันกับคำว่า mask ด้วย ทั้งสองคำนี้ว่ากันว่ามาจากคำว่า maschera ในภาษาอิตาเลียน หมายถึง หน้ากาก แต่กลับเข้ามาในภาษาอังกฤษเป็นคนละรูปและคนละความหมายกันเพราะเข้ามากันคนละสาย สายแรกที่กลายมาเป็นคำว่า mask ว่ากันว่าไปผ่านมาทางฝรั่งเศส ซึ่งยืมคำว่า maschera ไปและแปลงเป็น masque ก่อนจะเข้ามาในภาษาอังกฤษเป็นคำว่า mask ที่แปลว่า หน้ากาก ส่วนสายที่สองซึ่งเป็นที่มาของคำว่า mascara ว่ากันว่ามาจากที่สเปนยืมคำว่า maschera ไปใช้จนกลายเป็นคำว่า máscara ซึ่งใช้หมายถึงได้ทั้งหน้ากากและรอยเปื้อน ก่อนที่จะถูกนำไปใช้เรียกเครื่องสำอางที่นักแสดงใช้เพื่อปัดคิ้วหรือหนวดให้เข้มขึ้นและกลายมาเป็นเครื่องสำอางปัดขนตาแบบในปัจจุบัน ทั้งนี้ นักวิชาการบางคนเชื่อว่า คำว่า maschera ในภาษาอิตาเลียนนี้อาจจะมาจาก maskharah (مسخرہ) ในภาษาอารบิก หมายถึง จำอวด ตัวตลก อีกที เนื่องจากคนที่ทำอาชีพนี้ก็มักต้องสวมหน้ากากในการแสดง คำว่า mask ในภาษาอังกฤษโดยปกติแล้วมักใช้เป็นคำนาม หมายถึง…

คำที่เขียนผิด ในชีวิตประจำวัน (1)

เนื่องจาก ภาษาไทยในปัจจุบันนี้มีคนจำนวนมาก ยังคงเขียนผิด? อาจจะเป็นเพราะทุกวันนี้เด็กไทยไม่ได้อ่านหนังสือ หรือเขียนหนังสือกันสักเท่าไร ! ยิ่งตอนนี้ก็มีแท็ปแล็ต คอมพิวเตอร์เล่นกัน เวลาหาข้อมูลทำการบ้าน รายงาน ก็แค่ก๊อปปี้แล้ววาง ง่ายสะดวก ก็เลยอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กไทยเขียนหนังสือ ผิด ๆ ถูก ๆ หรือสะกดคำไม่ถูกต้อง เพื่อให้กระจ่างแจ้ง ตามไปดู คำที่เขียนผิด? พร้อมคำอธิบายกันว่าจะมีคำไหนบ้าง?  “สังเกตุ” หรือ “สังเกต” คำนี้หลายคนเข้าใจว่า ต้องเขียนว่า “สังเกตุ” คือ มีสระอุ ใต้ “ต”?แต่ที่ถูกต้องตามพจนานุกรม จะต้องเขียนว่า “สังเกต” คือ ไม่มีสระอุ เพราะหากเติมสระอุ เมื่อใด ความหมายจะผิดเพี้ยน ความหมายตามพจนานุกรม “สังเกต” ก. กําหนดไว้, หมายไว้, เช่น ทำเครื่องหมายไว้เป็นที่สังเกต; ตั้งใจดู, จับตาดู, เช่น ไม่ได้สังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวสีอะไร สังเกตกิริยาท่าทางเขาไว้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย “เกตุ”, “เกตุ”- [เกด, เก-ตุ-, เกด-] น. ธง; (โหร)…

สงครามในยุคสมัยของ “โดรน” (Drone)

เครื่องโดรนประเภทต่างๆ ที่มาภาพ : dw.com เครื่องโดรนประเภทต่างๆ คำว่าโดรนหมายถึงอากาศยานที่ไม่มีคนขับอยู่บนเครื่อง กองทัพอากาศสหรัฐฯ เรียกโดรนว่า “เครื่องบินที่ควบคุมจากการขับที่อยู่ห่างไกลออกไป” ในทศวรรษ 1990 โดรนเป็นเครื่องบินแบบตรวจการณ์ทางทหาร หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 สหรัฐฯ เริ่มติดอาวุธให้กับเครื่องโดรนที่เป็นจรวดมีความแม่นยำสูง เครื่องโดรนแบบ Predator ของ CIA ทำการโจมตีและสังหารผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2001 และอีกหนึ่งปีต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน 2002 เครื่องโดรนของ CIA ก็โจมตีผู้ก่อการร้ายที่เยเมน นับเป็นครั้งแรกที่มีปฏิบัติการของโดรนนอกพื้นที่ประกาศสงคราม เครื่องบินโดรนเป็นตัวอย่างของแนวโน้มสำคัญ 2 อย่างของเทคโนโลยีทางทหาร คือ อาวุธที่มีความแม่นยำสูงกับหุ่นยนต์ เมื่อ 2 อย่างนี้รวมกัน กลายเป็นอากาศยานไร้คนขับ ที่ขึ้นบินพร้อมกับอาวุธที่แม่นยำสูง โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ของการสูญเสียนักบิน สหรัฐฯ สามารถต่อสู้กับพวกก่อการร้าย ไม่ว่าพวกนี้จะหลบซ่อนอยู่ที่ไหน แต่โดรนก็ทำให้การทำสงครามมีลักษณะเป็นเกมวิดีโอ ทำให้นักกฎหมายวิตกว่าจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า moral hazard ในเมื่อไม่มีความเสี่ยงต่อชีวิตของทหาร ก็ยิ่งทำให้การโจมตีด้วยโดรนขาดความการรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเครื่องบิน “โดรน” แบบไหนก็ตาม จะมีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง…

รวมคลังศัพท์ว่าด้วยการ “ประท้วง”

Protesters wearing yellow vests walk on the Champs-Elysees Avenue with the Arc de Triomphe in the background during a national day of protest by the “yellow vests” movement in Paris, Dec. 8, 2018. ฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับการประท้วง “เสื้อกั๊กสีเหลือง” ที่ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ผู้ชุมนุมออกมาแสดงความไม่พอใจการขึ้นภาษีน้ำมันของรัฐฯ และร่วมใส่เสื้อกั๊กสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์แสดงพลังร่วมกันทั่วประเทศ และลุกลามเป็นเหตุรุนแรงมีผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน บาดเจ็บอีกเกือบร้อยคน และถูกจับอีกกว่า 1,000 คน ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงส่วนหนึ่งเรียกร้องให้ประธานาธิบดีฝรั่งเศสลาออกจากตำแหน่ง ล่าสุด สำนักข่าว Associated Press รายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครอง แห่งฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเมื่อวันจันทร์…