“จีน” ใช้โปรแกรมสแกนใบหน้า จดจำ-ตามรอยผู้ประท้วงต้านมาตรการโควิด

  “ตำรวจ” จีนติดตั้งเครื่องมือสอดแนม ด้วยการใช้โปรแกรมสแกนใบหน้า เพื่อจดจำและติดตามรอยกลุ่มผู้ประท้วง หวังควบคุมความไม่สงบทั่วประเทศ   ความไม่พอใจต่อมาตรการควบคุมโควิด-19 ปะทุขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ยุติมาตรการล็อกดาวน์ และให้เสรีภาพทางการเมืองแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน   หวัง เซิ่งเซิง นักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่า ปักกิ่งประกาศปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม โดยส่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงลงพื้นที่เข้าจัดการ อีกทั้งยังใช้ซอฟต์แวร์แกะรอยที่ซ้อนตัวของผู้ประท้วงอีกด้วย   “ในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว ดูเหมือนเจ้าหน้าตำรวจได้ใช้อาวุธไฮเทคเพื่อจัดการผู้ชุมนุม” นักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนกล่าวกับเอเอฟพีและเสริมว่า ต่างจากเมืองอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งภาพในกล้องวงจรปิดที่จดจำใบหน้า   ตำรวจปักกิ่งอาจใช้ตำแหน่งทางโทรศัพท์มือถือที่บันทึกจากการแสกนใบหน้าหรือโคดข้อมูลทางสุขภาพช่วงโควิด-19 เพื่อติดตามรอยหลังกลับจากการประท้วงแล้ว   อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้โทรศัพท์หลายต่อหลายคนแปลกใจที่ได้รับสายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มอบตัว ทั้งที่พวกเขาเดินผ่านกลุ่มผู้ประท้วงเท่านั้น       ———————————————————————————————————————————- ที่มา :                               …

สเปนเร่งสอบสวนมือมืดส่ง ‘จดหมายระเบิด’ ให้นายกฯ-สถานทูตยูเครน

  Police stand outside of the Ukrainian embassy after a blast inside the building injured one employee while handling a letter, in Madrid, Spain, Nov. 30, 2022.   เจ้าหน้าที่สเปนกำลังเร่งสอบสวนที่มาของจดหมายระเบิดที่มีผู้ส่งให้กับนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชส สถานเอกอัครราชทูตยูเครนในกรุงมาดริด และสำนักงานอื่น ๆ รวมทั้งยกระดับการรักษาความปลอดภัยในที่สาธารณะและอาคารที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานด้านการทูตต่าง ๆ ด้วย ขณะที่ ยูเครนชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการก่อการร้าย   กระทรวงมหาดไทยสเปนเปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า มีผู้ส่ง “จดหมายฉบับหนึ่งที่มีวัสดุที่สามารถระเบิดได้” ให้กับนายกรัฐมนตรีซานเชส เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนโดยเจ้าหน้าที่สามารถปลดชนวนระเบิดได้ทัน ขณะที่ พัสดุที่มีลักษณะคล้าย ๆ กันยังถูกส่งไปยังจุดต่าง ๆ อีกหลายจุดด้วย   รายงานข่าวระบุว่า…

ฝีมือใคร!? ส่งพัสดุระเบิดถึงสถานทูตยูเครนในมาดริด เคียฟผวาสั่งคุมเข้มความปลอดภัยในต่างแดน

  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่ง ณ สถานทูตยูเครน ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ได้รับบาดเจ็บในวันพุธ (30 พ.ย.) หลังเปิดดูพัสดุระเบิดที่จ่าหน้าถึงสถานทูตแห่งนี้ กระตุ้นให้เคียฟสั่งยกระดับรักษาความปลอดภัยแก่สำนักงานผู้แทนทางการทูตของพวกเขาทุกแห่งในต่างแดน   พัสดุซึ่งส่งมาทางไปรษณีย์ปกติและไม่ได้ผ่านการสแกน ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ที่แกะพัสดุดังกล่าวบริเวณลานหญ้าของสถานทูตได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณนิ้วมือ จากการเปิดเผยของ มาเซเดส กอนซาเลซ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสเปน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เทเลมาดริด   ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา บริษัทอาวุธแห่งหนึ่งในซาราโกซา ทางภาคตะวันอกเฉียงเหนือของสเปน ได้รับพัสดุคล้ายกัน ตามรายงานของสื่อมวลชนท้องถิ่นที่อ้างอิงแหล่งข่าวตำรวจ อย่างไรก็ตาม ทางรอยเตอร์ไม่ยืนยันรายงานข่าวนี้   โฆษกกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เผยว่ารัฐมนตรีต่างประเทศ ดมีโทร คูเลบา ออกคำสั่งให้สถานทูตเคียฟทุกแห่งในต่างแดนยกระดับรักษาความปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน และเรียกร้องสเปนให้ดำเนินการสืบสวนเหตุโจมตี   เขากล่าวต่อว่า “คนร้ายจะไม่ประสบความสำเร็จในความพยายามข่มขู่คณะทูตยูเครน หรือหยุดการทำงานในทุกๆ วันของคณะทูต ในการเสริมความเข้มแข็งแก่ยูเครนและตอบโต้การรุกรานของรัสเซีย”   เชอร์ฮิล โปโฮเรลท์เซฟ เอกอัครราชทูตยูเครนประจำกรุงมาดริด ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวชนสเปน ในเวลาต่อมา ว่าเขายังคงทำงานตามปกติที่สถานทูต โดยปราศจากความหวาดกลัวใด ๆ “เราได้รับคำสั่งจากกระทรวงฯ ในยูเครน เราว่าจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ทุกความเคลื่อนไหวนอกประเทศของรัสเซีย” เขากล่าว  …

“เซี่ยงไฮ้” กั้นรั้วริมถนน ยกระดับความปลอดภัย หลังเหตุประท้วงมาตรการโควิด

  ทางการจีนยกระดับรักษาความปลอดภัยในเซี่ยงไฮ้ หลังจากประชาชนหลายร้อยคน รวมตัวประท้วงต่อต้านมาตรการคุมเข้มโควิด-19 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การประท้วงที่เกิดขึ้นยังลุกลามไปหลายเมืองและในต่างประเทศด้วย   วันนี้ (28 พ.ย.2565) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนตั้งรั้วกั้นริมถนนรอบพื้นที่ใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นจุดที่มีประชาชนหลายร้อยคน ออกมารวมตัวประท้วงต่อต้านมาตรการคุมเข้มป้องกันโควิด-19 และเรียกร้องให้ สี จิ้นผิง ลงจากเก้าอี้ผู้นำประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา     โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่ารัฐบาลเชื่อมั่นในตัวผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนและการสนับสนุนของประชาชน ซึ่งจะทำให้การต่อสู้กับโควิด-19 ประสบความสำเร็จ   นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ว่ามีเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลัง หลังการพูดคุยบนสื่อสังคมออนไลน์พยายามเชื่อมโยงประเด็นไฟไหม้อาคาร ในเขตปกครองตนเองซินเจียง-อุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ กับมาตรการคุมเข้มป้องกันโควิด-19 ซึ่งถือเป็นชนวนเหตุของการประท้วงที่ลุกลามไปทั่วประเทศและในต่างแดนอยู่ในขณะนี้   ประท้วงมาตรการคุมโควิด-19 ของผู้นำจีน   กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวกันด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตจีน ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยถือป้ายข้อความและตะโกนเรียกร้องให้ผู้นำจีน ก้าวลงจากตำแหน่ง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ   ขณะที่ในญี่ปุ่น ประชาชนประมาณ 100 คน รวมตัวกันใกล้กับประตูทางออก สถานีรถไฟชินจูกุในกรุงโตเกียว เพื่อร่วมไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อาคารในเมืองอูรุมฉีของซินเจียง ก่อนที่การชุมนุมดังกล่าวจะแปรสภาพเป็นการประท้วงต่อต้านผู้นำจีนและมาตรการโควิด-19    …

ตำรวจซานฟรานซิสโกเล็งนำ “หุ่นยนต์ฆ่าคนได้” มาใช้ในราชการ

  ตำรวจซานฟรานซิสโกยื่นเรื่องขออนุมัตินำ “หุ่นยนต์ไร้คนขับ” ที่ “สามารถฆ่าคนได้” มาใช้ในราชการ ยกระดับการรับมือสถานการณ์ร้ายแรง   มีรายงานว่า กรมตำรวจซานฟรานซิสโก (SFPD) ได้ยื่นเอกสารขออนุมัตินำ “หุ่นยนต์ไร้คนขับควบคุมระยะไกล” ที่มีความอันตราย “ระดับถึงตาย” มาใช้ในราชการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือสถานการณ์หรือคดีต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น   โดยทั่วไปแล้วหุ่นยนต์ควบคุมระยะไกลเหล่านี้จะใช้สำหรับการตรวจสอบพื้นที่และการกำจัดระเบิดเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการเพิ่มบทบาทของพวกมัน     พวกเขาต้องการนำพวกมันมาใช้ในภารกิจที่หลากหลายมากขึ้น ประกอบด้วย การฝึกอบรมและการจำลองสถานการณ์, การจับกุมผู้ก่อคดีอาญา, การรับมือเหตุการณ์รุนแรง, การรับมือสถานการณ์เร่งด่วน และการดำเนินการตามหมายจับหรือการประเมินวัตถุต้องสงสัย   หุ่นยนต์ดังกล่าวนี้มีทั้งหมด 7 รุ่น คือ REMOTEC F5A, REMOTEC F6A, REMOTEC RONS, QinetiQ TALON, QinetiQ DRAGON RUNNER, IRobot FirstLook และ Recon Robotics Recon Scout ThrowBot…

ผบ.ตร.แถลงปิดกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจร ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

  วันที่ 20 พ.ย.2565 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร./รอง ผอ.กอร. เปิดเผยว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการกองอำนวยการฯ มอบหมายให้ตนพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ และแถลงปิดกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคปี พ.ศ.2565 (14 – 20 พฤศจิกายน 2565)   เจ้าหน้าที่ทุกนาย ทุกฝ่ายและหน่วยร่วมปฏิบัติร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี และภาพรวมในการจัดการประชุมเอเปคเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ให้ความร่วมมือ ในด้านการปิดปรับเส้นทางการจราจรทั้งวันซ้อม และวันปฏิบัติจริง ตลอดจนงดการใช้สถานีรถไฟฟ้าศูนย์การประชุมฯ สวนเบญจกิติ และอื่น ๆ   พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่าการแถลงปิด กองอำนวยการร่วมฯ 14 – 20 พ.ย.65 โดยภาพรวมผลการปฏิบัติในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์การประชุมฯ เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ต่อประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยและการจราจร ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการประชุมฯ ครั้งนี้ อย่างไรก็ดี ยังคงมีภารกิจที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยยังคงเหลือเขตเศรษฐกิจเอเปค 4 เขตเศรษฐกิจพิเศษ (ปาปัวนิวกินี จีนไทเป…