![]()

ภาพจำลองดาวเทียม Sentinel-1A และเรดาร์รับสัญญาณ SAR ที่เป็นพระเอกหลักของการตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วม ภาพ – ESA
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลาและหลายพื้นที่ของภาคใต้ในขณะนี้ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนของ GISTDA ซึ่งต้องพึ่งภาพจาก Sentinel-1A, Sentinel-1C และ Radarsat-2 เพื่อประเมินขนาดและพฤติกรรมของมวลน้ำอย่างแม่นยำในสภาพอากาศที่ท้องฟ้าปิดต่อเนื่องหลายวัน
การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเหล่านี้สะท้อนความจริงสำคัญว่าในงานรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดระหว่างฝนหนักและเมฆหนาทึบ ระบบที่สำคัญที่สุดไม่ใช่กล้องถ่ายภาพแบบ Optical แต่คือระบบเรดาร์กำลังสูงที่สามารถมองทะลุชั้นบรรยากาศไปยังพื้นโลกได้โดยไม่ถูกรบกวนจากสภาพอากาศ และในบรรดาระบบเหล่านี้ Sentinel-1 ได้กลายเป็นมาตรฐานกลางที่หน่วยงานด้านภูมิสารสนเทศทั่วโลกเลือกใช้
ความสำคัญของ Sentinel-1 เกิดจากหัวใจของเทคโนโลยีที่ติดตั้งบนดาวเทียมดวงนี้ นั่นคือ Synthetic Aperture Radar หรือ SAR ซึ่งเป็นเซนเซอร์ที่ทำงานต่างจากกล้องถ่ายภาพโดยสิ้นเชิง SAR ไม่ได้รอให้แสงอาทิตย์ตกกระทบพื้นดินแล้วสะท้อนกลับขึ้นมาเป็นภาพ แต่เป็นระบบ Active Sensor ที่ยิงคลื่นไมโครเวฟพลังงานสูงลงไปยังพื้นผิวโลกและวัดสัญญาณที่สะท้อนกลับขึ้นมา ซึ่งทำให้มันสามารถเก็บข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ขึ้นกับแสงและไม่ถูกรบกวนจากเมฆ ฝน ควัน หรือสภาพอากาศใด ๆ
คลื่นไมโครเวฟมีคุณสมบัติทะลุผ่านอนุภาคน้ำในเมฆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพ SAR ยังคงคุณภาพแม้ในวันที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็นพื้นดินเลย ดังนั้นในสถานการณ์น้ำท่วมที่มักเกิดควบคู่กับสภาพอากาศเลวร้าย SAR จึงเป็นเครื่องมือที่ยืนหยัดทำงานได้ ในขณะที่เซนเซอร์ Optical ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ใช้ประเมินพื้นที่จริงได้
หลักการที่ทำให้ SAR สามารถตรวจพบน้ำท่วมได้คือกระบวนการที่เรียกว่า Backscatter หรือระดับพลังงานที่สะท้อนกลับมายังดาวเทียม เมื่อคลื่นไมโครเวฟตกกระทบพื้นผิวที่เรียบ เช่น ผิวน้ำที่สงบนิ่ง พลังงานจะสะท้อนออกไปด้านข้างแทนที่จะสะท้อนกลับขึ้นสู่ตัวรับสัญญาณ ทำให้พื้นที่น้ำปรากฏเป็น “บริเวณมืด” ในภาพ SAR แต่เมื่อคลื่นตกกระทบพื้นดิน อาคาร หรือพืชพรรณ พื้นผิวที่ขรุขระเหล่านี้จะกระจายพลังงานกลับขึ้นไปยังดาวเทียมมากกว่า ส่งผลให้พื้นที่บนบกแสดงผลเป็นบริเวณ “สว่าง” ความต่างระดับสัญญาณเช่นนี้ทำให้การแยกพื้นที่น้ำท่วมออกจากพื้นที่ปกติเป็นไปได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อใช้วิธีเปรียบเทียบภาพก่อน–หลังเหตุการณ์ซึ่งช่วยแยกแยะว่าพื้นที่มืดที่เห็นเกิดจากน้ำท่วมจริง หรือเป็นหนองน้ำอยู่ตั้งแต่เดิม
ความได้เปรียบของ Sentinel-1 ในการเป็นเครื่องมือหลักด้านน้ำท่วมมีความละเอียดเชิงระบบหลายประการ ทั้งการเปิดให้ใช้งานฟรีทั่วโลก ทำให้ข้อมูลมีความต่อเนื่องและเทียบเคียงกันได้ การใช้ C-band SAR ที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์น้ำท่วมในพื้นที่เกษตร เมือง และชุมชนแบบที่พบในภาคใต้ของไทย รวมถึงมาตรฐานการประมวลผลข้อมูลที่ทำให้ภาพสามารถนำเข้าสู่ระบบวิเคราะห์หรือโมเดลภูมิสารสนเทศได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับแก้มาก
ขณะเดียวกันการมาของ Sentinel-1C ซึ่งเข้ามาแทนที่ Sentinel-1B ที่หยุดทำงาน ทำให้เครือข่ายการสแกนโลกด้วย SAR เริ่มกลับมามี Revisit Time ใกล้เคียงช่วงที่มีทั้ง 1A และ 1B ส่งผลให้การติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำท่วมสามารถทำได้แทบวันต่อวัน แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่องหลายวันก็ตาม
การเสริมข้อมูลจาก Radarsat-2 ช่วยเพิ่มความละเอียดเชิงพื้นที่และทำให้ มองเห็นระดับชุมชนได้ละเอียดขึ้น ขณะที่ Sentinel-1 ให้ภาพรวมระดับจังหวัดที่ต่อเนื่องและคงเส้นคงวา การผสานข้อมูลจากหลายแหล่งจึงทำให้การประเมินสถานการณ์น้ำท่วมมีความแม่นยำสูงขึ้นและสามารถใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงพื้นที่ได้ดียิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องเร่งวางแผนการอพยพหรือประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน
ท้ายที่สุด เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าดาวเทียม SAR โดยเฉพาะ Sentinel-1 ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของประเทศในการรับมือภัยพิบัติ ขณะที่ภาพถ่ายแบบ Optical ให้ข้อมูลเชิงลักษณะพื้นผิวและสีที่มีคุณค่าสำหรับการสำรวจทั่วไป แต่มันเกือบจะไร้ประโยชน์ทันทีที่ท้องฟ้าปิดและฝนตกหนัก SAR ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในสภาวะที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ข้อมูลมีความสำคัญมากที่สุดต่อการตัดสินใจของหน่วยงานรัฐและชุมชนท้องถิ่น
การทำงานของ Sentinel-1 จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยีอวกาศ แต่เป็นระบบรับรู้สถานการณ์เชิงลึกที่ช่วยให้เรามองเห็นและเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นดินได้จริงในเวลาที่เราต้องการข้อมูลมากที่สุด เพื่อรักษาชีวิตของคนไว้

ข้อมูลจากการใช้ HAND Model หรือ Height Above Nearest Drainage ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1A ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ในการประเมินความลึกของน้ำ สำหรับข้อมูลแผนที่น้ำท่วมที่ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงได้จาก disaster.gistda.or.th/flood ภาพ – GISTDA
ที่มา Spaceth.co / วันที่เผยแพร่ 25 พฤศจิกายน 2568
Link https://www.facebook.com/share/p/1DQmyjTayv/






