![]()
ClickFix กลายเป็นหนึ่งในเทคนิคโจมตีแบบ Social Engineering ที่น่ากังวลที่สุดในช่วงปลายปีนี้ โดยมุ่งหลอกให้เหยื่อกดคีย์ลัดและวางคำสั่งลงใน Command Prompt เพื่อรันโค้ดอันตรายด้วยตัวเอง ล่าสุดแฮกเกอร์พัฒนาเวอร์ชันใหม่ที่ “แนบเนียนกว่าเดิม” ด้วยหน้า Windows Update ปลอมแบบเต็มจอ และใช้ภาพ PNG ซ่อน Payload มัลแวร์ ทำให้ตรวจจับได้ยากขึ้นอย่างมาก
นักวิจัยจาก Huntress ระบุว่าการโจมตีแบบ ClickFix รุ่นล่าสุดสามารถติดตั้งมัลแวร์สายขโมยข้อมูลอย่าง LummaC2 และ Rhadamanthys ผ่านการใช้โค้ดที่ซ่อนอยู่ในภาพ PNG ซึ่งเป็นเทคนิค steganography ระดับสูงที่ไม่ใช่แค่แอบแปะข้อมูลท้ายไฟล์ แต่ “ซ่อนอยู่ใน pixel data โดยตรง”
ClickFix คืออะไร และทำงานอย่างไร
ClickFix เป็นการโจมตีที่ใช้หลักการ “หลอกให้ผู้ใช้ทำเอง” โดยให้เหยื่อคัดลอกโค้ดลงคลิปบอร์ดอัตโนมัติผ่าน JavaScript แล้วกดชุดปุ่มที่กำหนด เช่น Ctrl + V → Enter เพื่อรันคำสั่งอันตรายในเครื่องตัวเอง
รูปแบบที่พบล่าสุดมี 2 แบบหลัก:
• แบบหน้า Windows Update ปลอม
เว็บไซต์จะแสดงแอนิเมชัน “กำลังติดตั้งอัปเดต Windows” แบบเต็มจอเหมือนของจริง
แล้วขึ้นคำสั่งว่า “กดปุ่มตามนี้เพื่อแก้ไขปัญหาอัปเดต” ซึ่งแท้จริงคือการรันมัลแวร์
• แบบ Human Verification ปลอม
ลักษณะเหมือนระบบเช็คบอท แต่ใช้การกดคำสั่งใน Run box แทน
ทั้งสองรูปแบบเน้นหลอกให้เหยื่อทำการรันคำสั่งด้วยตัวเอง จึงเลี่ยง antivirus ได้ง่าย
Payload ถูกซ่อนในภาพ PNG แบบ Steganography
จุดที่น่าเป็นห่วงคือ แฮกเกอร์ซ่อน Payload ไว้ในภาพ PNG โดยเข้ารหัสในช่องสีของ pixel
กระบวนการทั้งหมดประกอบด้วยหลายขั้นตอน เช่น:
ใช้ mshta.exe เพื่อรัน JavaScript อันตราย
โหลด PowerShell และ .NET Assembly (เรียกว่า Stego Loader)
ถอดรหัส AES จาก resource เพื่อดึงไฟล์ PNG ที่มี shellcode ซ่อนอยู่
ใช้เครื่องมือ Donut เพื่อรัน payload ในหน่วยความจำโดยไม่แตะไฟล์จริงในดิสก์
นักวิจัยพบว่า shellcode ถูกป้องกันด้วยเทคนิค “ctrampoline” ซึ่งเรียกฟังก์ชันว่างกว่า 10,000 ครั้ง เพื่อลดการตรวจจับจากระบบป้องกัน
มัลแวร์ที่ใช้ในแคมเปญครั้งนี้
● LummaC2
เป็นข้อมูลขโมยข้อมูล (infostealer) ที่นิยมในตลาดมืด
สามารถดึง browser cookies, รหัสผ่าน, crypto wallet และข้อมูลระบบ
● Rhadamanthys
อีกตัวหนึ่งที่มีความสามารถคล้ายกัน แต่มีระบบ obfuscation หนาแน่นกว่า
เคยพบครั้งแรกใน ClickFix เวอร์ชัน “Windows Update ปลอม” เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
หลังจากปฏิบัติการ Operation Endgame เมื่อ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
โครงสร้างบางส่วนของ Rhadamanthys ถูกปิด แต่โดเมนปลอมยังออนไลน์อยู่แม้ไม่ปล่อย payload แล้ว

ทำไม ClickFix ถึงอันตรายกว่าที่คิด
เหยื่อเป็นคนรันคำสั่งเอง → antivirus ตรวจจับยาก
payload อยู่ในภาพ PNG → ไม่ใช่ไฟล์ .exe ที่ถูกจับง่าย
รันมัลแวร์ในหน่วยความจำ → ไม่มีไฟล์ให้สแกน
เว็บไซต์ปลอมเต็มจอเหมือน Windows Update → หลอกคนทั่วไปได้ง่ายมาก
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ ClickFix ถูก cybercriminal นำไปใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งมือใหม่และมือเก๋า
วิธีป้องกันที่ผู้ใช้ควรรู้
Huntress แนะนำให้ผู้ใช้และองค์กรทำดังนี้:
● ปิดการใช้งาน Windows Run box (ถ้าไม่จำเป็น)
เพราะ ClickFix หลายแบบใช้ช่อง Run เป็นตัวรันคำสั่ง
● ตรวจสอบ Process chain ผิดปกติ เช่น
explorer.exe → mshta.exe
mshta.exe → powershell.exe
ลำดับนี้ถือว่าผิดปกติในระบบที่ปลอดภัย
● ตรวจสอบ Registry Key “RunMRU”
ใช้ดูย้อนหลังว่าเครื่องมีการพิมพ์คำสั่งต้องสงสัยใน Run box หรือไม่
● อย่าเชื่อหน้า Windows Update ในเว็บเบราว์เซอร์
Windows ไม่เคยอัปเดตผ่านเว็บเบราว์เซอร์
ถ้าเห็นหน้าเต็มจอ — ปิดทันที
สรุป
การโจมตีแบบ ClickFix ยกระดับความเนียนขึ้นเรื่อย ๆ และรุ่นใหม่ล่าสุดใช้ภาพ PNG ซ่อนมัลแวร์ พร้อมล่อให้เหยื่อกดคีย์เพื่อรันโค้ดด้วยตัวเอง ทำให้หลีกเลี่ยงระบบป้องกันแบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้ง LummaC2 และ Rhadamanthys ยังคงเป็นภัยใหญ่สำหรับคนทั่วไปและองค์กร ดังนั้นการรู้ทันรูปแบบการโจมตีและตรวจสอบพฤติกรรมโปรเซสที่ผิดปกติคือสิ่งสำคัญที่สุด
หากพบหน้า Windows Update ในเบราว์เซอร์ — ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการหลอกลวงจาก ClickFix
ที่มา: bleepingcomputer
ที่มา notebookspec.com / วันที่เผยแพร่ 25 พฤศจิกายน 2568
Link https:// www.notebookspec.com/web/844392-clickfix-attack-windows-update-malware









