![]()
กลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้ก่อเรื่องอื้อฉาวโดยแอบเข้าสอบแทนนักศึกษาเพื่อปั๊มยอดคะแนน หวังรักษายอดผู้เรียน ป้องกันการถูกตัดงบประมาณ สุดท้ายกลับโดนนักศึกษาแบล็คเมล์ซ้ำ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 เกี่ยวกับกรณีทุจริตในวงการการศึกษา หลังจากอาจารย์ผู้สอนจำนวน 4 คนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ถูกสั่งปรับ เนื่องจากโดนจับได้ว่าเป็นผู้เข้าสอบแทนนักศึกษาเพื่อเพิ่มยอดคะแนนสอบ โดยเป็นความพยายามที่จะรักษาภาควิชาของพวกเขาไว้ ไม่ให้โดนสั่งปิด
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ศาลแขวงควังจูในเมืองควังจูทางตอนใต้ของประเทศ ได้สั่งปรับศาสตราจารย์ 3 คน และผู้ช่วยสอน 1 คน เป็นเงินระหว่าง 1.5 – 6 ล้านวอน (ประมาณ 32,430 – 130,000 บาท) ในข้อหา “ขัดขวางการดำเนินงานทางวิชาการ” ทั้งนี้ รายงานข่าวไม่ได้เปิดเผยชื่อมหาวิทยาลัยที่พวกเขาทำงานอยู่
ศาลได้รับฟังข้อเท็จจริงว่า ในยุคที่ประชากรของประเทศเข้าสู่สังคมสูงวัย ทางโรงเรียนจึงได้สั่งให้บุคลากรสายผู้สอนต้องรับสมัครและรักษาจำนวนนักศึกษาเอาไว้ให้ได้ หากทำไม่ได้ ภาควิชานั้นๆ ก็ต้องโดนตัดงบประมาณหรือโดนสิ่งปิด ด้วยเหตุนี้ จำเลยจึงได้จัดแจงเข้าสอบในวิชาสำคัญแทนนักศึกษาที่มีผลการเรียนไม่ดีซึ่งเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกจากสถานศึกษา นอกจากนี้กลุ่มอาจารย์ยังได้ปลอมแปลงผลการเรียนที่ได้คะแนนดีให้นักศึกษาด้วย ศาสตราจารย์ทั้ง 3 คนกระทำการละเมิดดังกล่าวในช่วงระหว่างปี 2565 – 2566 ส่วนผู้ช่วยสอนได้เข้าสอบแทนญาติของตนเอง พร้อมทั้งปลอมแปลงคะแนนและกรอกคะแนนลงในรายงานผลการเรียนของนักศึกษา ก่อนจะยื่นต่อสำนักงานวิชาการของมหาวิทยาลัย “พวกเราถูกบีบให้ทำอย่างนี้เพื่อที่ว่านักศึกษาที่เรานำเข้าสู่หลักสูตรจะไม่ถูกไล่ออก” กลุ่มศาสตราจารย์ให้การต่อศาล นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยคดีข่มขู่กรรโชกทรัพย์ในระหว่างการสืบสวนของตำรวจด้วย
จำเลยในกรณีนี้คือนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่สืบรู้การกระทำผิดของอาจารย์ แต่แทนที่เขาจะรายงานเรื่องนี้ต่อกระทรวงศึกษาธิการ เขากลับนำข้อมูลไปข่มขู่ศาสตราจารย์คนหนึ่งในกลุ่มและเรียกร้องขอคืนเงินค่าเล่าเรียนจำนวน 3.6 ล้านวอน (ประมาณ 77,800 บาท)
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วก็ไม่มีการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว ส่วนนักศึกษาคนนี้โดนศาลสั่งปรับเป็นเงินจำนวน 1.5 ล้านวอน (32,430 บาท) จากข้อหาพยายามข่มขู่
สำนักข่าวยอนฮัปแห่งเกาหลีใต้รายงานว่า จำนวนนักเรียนนักศึกษาในเกาหลีใต้ที่มีอายุระหว่าง 6 – 21 ปี ที่เคยมีจำนวน 9.18 ล้านคนในปี 2557 ได้ลดลงถึงร้อยละ 22 เหลือเพียง 7.09 ล้านคนในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าประชากรกลุ่มนี้จะลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือ 5.12 ล้านคนภายในปี 2577 ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ มหาวิทยาลัยหลายแห่งอาจโดนบีบให้ขายสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้สินของสถานศึกษา
ที่มา สำนักข่าวเดลินิวส์ / เผยแพร่ระหว่างวันที่ 6 ม.ค.69
Link https://www.dailynews.co.th/news/5473046/







