ญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการคุมเข้มรับพระราชพิธีเปลี่ยนรัชกาล

         ทางการญี่ปุ่นจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาที่พระราชวังอิมพีเรียล เตรียมพร้อมรับพิธีสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะในวันอังคารและการเริ่มต้นรัชสมัยใหม่ “เรวะ” ในวันถัดไป        ญี่ปุ่นจะเข้าสู่รัชสมัยเรวะในวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2562 เมื่อเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นครองราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศภายหลังสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระราชบิดา สละราชสมบัติและยุติรัชสมัยเฮเซของพระองค์ที่มีอายุยาวนาน 31 ปี ในวันอังคารที่ 30 เมษายน        ข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ตำรวจได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยที่พระราชวังอิมพีเรียล ที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี ซึ่งมีพื้นที่ 710 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมสุนัขดมกลิ่นเข้าตรวจสอบพื้นที่แทบทุกตารางนิ้ว สำรวจตามพุ่มไม้ไม่ให้มีวัตถุใดซุกซ่อนอยู่ ตามคูน้ำ 12 คูโดยรอบพระราชวัง นักดำน้ำดำลงไปตรวจใต้น้ำที่ขุ่นโคลน        เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในลานกว้างด้านนอกพระราชวังแห่งนี้ระหว่างพิธีสละราชสมบัติและพิธีขึ้นครองราชย์        ตำรวจนายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์โดยขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้ข่าวต่อสื่อว่า ที่พระตำหนักอากาซากะ ที่ประทับของเจ้าชายนารุฮิโตะ ก็มีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาขึ้น เพื่อป้องกันพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการก่อการร้าย ไม่ให้เกิดขึ้นใกล้กับพระราชวังและพระตำหนักแห่งนี้…

ศรีลังกายังเฝ้าระวังก่อการร้าย ออกกฎห้ามสวมชุดคลุมหน้า

          ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ออกคำสั่งห้ามสวมเครื่องแต่งกายปิดบังหน้าตา เริ่มมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงภายหลังกลุ่มอิสลามิสต์ระเบิดโจมตีวันอีสเตอร์ฆ่าเหยื่อ 253 คน ขณะเจ้าหน้าที่เตือนสมาชิกเครือข่ายนี้ยังมีแผนก่อเหตุซ้ำ และอาจปลอมตัวเป็นทหาร         ข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายน 2562 ว่าประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาขอใช้อำนาจภายใต้คำประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามการแต่งกายทุกชนิดที่ปิดบังใบหน้าเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ คำสั่งห้ามนี้เริ่มมีผลทันทีในวันจันทร์         “การห้ามนี้ก็เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าใครก็ไม่ควรปิดบังใบหน้าที่ทำให้ยากต่อการแสดงตัวตนของบุคคลนั้น” คำแถลงกล่าว โดยไม่ได้ระบุโดยตรงถึงเครื่องแต่งกายของสตรีมุสลิม ทั้งชุดนิกอบที่เปิดเผยแค่ดวงตา และบุรกาที่คลุมศีรษะอย่างมิดชิด แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีความหมายเป็นนัยถึงเครื่องแต่งกายดังกล่าวก็ตาม         ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ องค์กรครูสอนศาสนาอิสลามในศรีลังกาได้ออกมาเรียกร้องสตรีมุสลิมหลีกเลี่ยงการคลุมหน้าในสถานที่สาธารณะ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่นักรบอิสลามิสต์ซึ่งประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโรงแรมหรู 3 แห่งในเมืองหลวง และโบสถ์คริสต์อีก 3 แห่งระหว่างการประกอบพิธีมิสซาเนื่องในวันอีสเตอร์ ทำให้มีคนเสียชีวิตรวม 253…

มือปืนบุกกราดยิงโบสถ์ยิวในอเมริกา เลียนแบบเหตุโจมตีมัสยิดไครสเชิร์ช

คนจำนวนมากพากันจุดเทียนไว้อาลัยให้แก่เหยื่อของเหตุกราดยิงโบสถ์ยิวในซานดิเอโกเมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) ระหว่างที่มีผู้ร่วมทำพิธีทางศาสนานับร้อยคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน เอเจนซีส์ – มือปืนบุกเดี่ยวกราดยิงโบสถ์ยิวในซานดิเอโกเมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) ระหว่างที่มีผู้ร่วมทำพิธีทางศาสนานับร้อยคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน โดยหลังจากที่ยอมมอบตัว ผู้ก่อเหตุรายนี้สารภาพว่า ได้แรงบันดาลใจจากเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่งในนิวซีแลนด์กลางเดือนที่แล้ว ที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 50 คน ผู้ต้องสงสัยรายนี้คือ จอห์น เออร์เนสต์ วัย 19 ปี ซึ่งเป็นชาวซานดิเอโก มีแนวโน้มเป็นผู้เขียนแถลงการณ์ที่อ้างตัวว่า จุดไฟเผามัสยิดในละแวกใกล้เคียงกันเมื่อเดือนที่แล้ว บิลล์ กอร์ พนักงานฝ่ายปกครองของเทศมณฑลซานดิเอโกเผยว่า ตำรวจและสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังสอบสวนความเป็นไปได้ที่เออร์เนสต์อาจเกี่ยวข้องกับการลอบวางเพลิงศูนย์อิสลามเอสคอนดิโดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ซึ่งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและยังจับกุมผู้ก่อเหตุไม่ได้ และเสริมว่า เออร์เนสต์ที่ปืนขัดข้องหลังจากสาดกระสุนชุดแรกกว่าสิบนัด ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน เหตุกราดยิงล่าสุดที่โบสถ์ชาบัดของชุมชนชาวยิวในเมืองโพเวย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ห่างจากตัวเมืองซานดิเอโกทางเหนือประมาณ 37…

อย่าโหลดแอปเหล่านี้!!! ถ้าไม่อยากโดนขโมยข้อมูลส่งไปจีน

BuzzFeed analysis ค้นพบว่ามีหลายแอปบน Android ใน Play Store ได้เก็บข้อมูลผู้ใช้และแชร์กับรัฐบาลจีน ซึ่งบางแอปมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง หลายแอปเหล่านี้เรียกว่าถูกรายงานว่าละเมิดผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งแอปส่วนนึงที่เป็นปัญหานั้นมีรายชื่อดังนี้ Total Cleaner Smart Cooler Selfie Camera WaWaYaYa AIO Flashlight Samsung TV Remote Control ปัญหาของแอปเหล่านี้ก็คือ ทางผู้พัฒนาได้ละเมิดกฎของ Play Store ด้วยการไม่เปิดเผยตัวว่าเป็นใคร รวมถึงละเมิดสิทธิ์ผู้ใช้ด้วยการเข้าถึง permissions และส่งโฆษณามาให้ผู้ใช้ดู แอปอย่าง Samsung TV Remote Control จะมีการเข้าถึงไมโครโฟนเพื่อบันทึกเสียงขณะที่เราดูทีวี จากนั้นก็จะส่งข้อมูลกลับไปยังประเทศจีน, แอปไฟฉายนั้นก็จะมีขออนุณาตเข้าถึง permissions ต่างๆ ทาง Lifehacker ได้สืบสวนต่อจากข้อมูลของ BuzzFeed พบว่าแอปที่มีปัญหาทั้งหมดนั้นมียอดดาวน์โหลดรวมกันเกือบ 100 ล้านครั้ง โดยทางผู้พัฒนาได้ซ่อนข้อมูลไม่ให้รู้ว่าเป็นผู้พัฒนาจากประเทศไหนและใครเป็นเจ้าของแอป สิ่งนึงที่แอปนี้มีความคล้ายกันก็คือ เมื่อติดตั้งลงเครื่องแล้วจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลพิกัด, เซ็นเซอร์ต่างๆของมือถือ รวมถึงข้อมูลรายชื่อติดต่อ ลองมาดู Selfie Camera หนึ่งในแอปที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง…

สื่อสังคมออนไลน์ร่วมปราบปรามข่าวปลอม

An Indian man browses through the twitter account of Alt News, a fact-checking website, in New Delhi, India, April 2, 2019. สื่อสังคมออนไลน์หลายแห่ง ออกมาตรการต่อสู้กับข่าวปลอมที่แพร่สะพัดในทุกแพลตฟอร์ม ที่มีจุดประสงค์ในการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อจุดประสงค์กับผู้รับสารบางกลุ่ม สื่อสังคมออนไลน์ เฟสบุ๊ก เคลื่อนไหวในการจัดการกับข่าวปลอม ด้วยการใช้เทคโนโลยีและทีมงานหลายพันคนช่วยกันสอดส่องตรวจจับข่าวปลอมที่มีเป้าประสงค์นำเสนอข่าวไปยังบุคคลเฉพาะกลุ่มบนเฟสบุ๊ก ส่วนทวิตเตอร์ เข้าจัดการบ็อท หรือบัญชีปลอมที่ใช้นำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และ Youtube ของบริษัทกูเกิล ได้วางระบบอัลกอริทึ่มสำหรับตรวจจับเนื้อหาวิดีโอที่เข้าข่าย นอกจากนี้ เฟสบุ๊ก ยังร่วมมือกับ FactCheck.org ในการตรวจสอบข้อมูลที่บิดเบือนในเฟสบุ๊กและเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ โดยจะมีนักข่าวจากทางหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ก่อนจะรายงานบนเว็บไซต์ FactCheck.org ว่าเนื้อหาเหล่านั้นถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งนำเสนอข้อมูลการตรวจสอบดังกล่าวกับทางเฟสบุ๊กอีกทางหนึ่ง เพื่อให้เฟสบุ๊กใช้มาตรการกดดันกลุ่มที่นำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงต่อไป FILE – An activist wearing a Facebook CEO Mark…