เหตุการณ์ประท้วงสายการบินฯ ท่าอากาศยานนานาชาติอิสลามาบัต เมื่อ 14 พ.ย.61

  กรุงอิสลามาบัต ปากีสถาน เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2561           กลุ่มผู้โดยสารสายการบินปากีสถานอินเตอร์เนชั่นแนลแอร์ไลน์ (Pakistan International Airlines : PIA) เที่ยวบิน PK-607 เส้นทาง อิสลามาบัต-กิลกิท ทำการสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานนานาชาติอิสลามาบัต ถึงสาเหตุที่เที่ยวบินดังกล่าวต้องเลื่อนการเดินทางออกไปอย่างไม่มีกำหนดเวลา โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลการเลื่อนกำหนดครั้งแรกว่ามาจากปัญหาทางเทคนิค และเหตุผลในการเลื่อนกำหนดครั้งที่ 2 มาจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย โดยระหว่างการสอบถามมีทหารประจำท่าอากาศยานเข้ามาร่วมการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ด้วย   ภาพ : บันทึกโดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์         แต่การชี้แจงของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นผล ผู้โดยสารเที่ยวบิน PK-607 บางส่วนยังคงไม่พอใจและแสดงท่าทีประท้วง เจ้าหน้าที่สนามบินจึงได้นำเครื่องดับเพลิงมาฉีดสลายการประท้วงดังกล่าว เพื่อยับยั้งไม่ให้สถานการณ์บานปลาย   ———————————————————————————————————-   จัดทำโดย : องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน

หุ่นยนต์ตำรวจสายตรวจ ดูแลความเรียบร้อย

เป็นที่สนอกสนใจของผู้คนที่พบเห็น หุ่นยนต์ตำรวจสายตรวจ (police robot patrols) เคลื่อนที่ตรวจตราอยู่ในศูนย์การประชุมและนิทรรศการซันเทค ซิตี้ ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหุ่นยนต์ดังกล่าวถูกนำมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสำรวจตรวจดูความสงบเรียบร้อยระหว่างที่มีการประชุมสุดยอดของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (ASEAN) —————————————————– ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ / 16 พ.ย. 2561 Link : https://www.thairath.co.th/content/1421510

จีนเข้ม!สั่งปิดบัญชีโซเชียลแพร่ข่าวเท็จ-โฆษณาผิดกฎหมาย

สำนักงานควบคุมไซเบอร์ของจีนสั่งผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียปิดบัญชีที่มีการเผยแพร่ข่าวเท็จ-ลามก-โฆษณาผิดกฎหมาย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานควบคุมไซเบอร์ของจีน (CAC) ได้เรียกร้องให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทำการลบบัญชีผู้ใช้งานที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายทั้งหมด หลังจากทางการจีนออกมาตรการต่อต้านกิจกรรมทางโซเชียลมีเดียที่ผิดกฎหมายในเดือนตุลาคม รายงานข่าวระบุว่า มีบัญชีผู้ใช้งานกว่า 9,800 ราย ซึ่งลงทะเบียนบนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง WeChat, Weibo และแพลตฟอร์มข่าวสารอย่าง Toutiao ได้ถูกทางการจีนลงโทษ สำนักงานควบคุมไซเบอร์ของจีน ได้สั่งการให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 10 ราย ซึ่งรวมถึง Baidu, Tencent และ Sina ปิดบัญชีที่มีข้อมูล ภาพ หรือข่าวเท็จเชิงลามกอนาจาร รวมทั้ง โฆษณาที่มีการเผยแพร่อย่างผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ ของ CAC กล่าวว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไม่ควรอนุญาตให้เจ้าของบัญชีที่ถูกลงโทษ กลับมาเปิดบัญชีใหม่เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ CACจะประสานงานร่วมกับฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลเฝ้าระวังเกี่ยวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างใกล้ชิด และจะลงโทษอย่างหนักต่อผู้ที่ละเมิดกฎระเบียบ —————————————————— ที่มา : โพสต์ทูเดย์ / วันที่ 19 พ.ย. 2561 Link : https://www.posttoday.com/world/571316

โรคซึมเศร้ากับงานการรักษาความปลอดภัย

สังคมแต่ละแห่งในปัจจุบันมักปรากฎอาการโรคประจำสังคมที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นผลกระทบเนื่องมาจากการดำรงชีพหรือวิถีชีวิตของผู้ที่อยู่อาศัยในสังคมนั้นๆ อย่างเช่น การเผชิญกับการก่อเหตุร้ายตามพื้นที่สาธารณะของประเทศต่างๆ ในยุโรปหรือในสหรัฐฯ จนส่งผลให้ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐเกิดอาการวิตกกังวล หวาดกลัวกับเหตุร้าย จนกลายสู่อาการของโรคชนิดหนึ่ง เรียกง่ายๆ ว่า แพนิค (panic) โดยมักมีอาการตกใจกลัวอย่างรุนแรง จนกลายเป็นสาเหตุให้เกิดพฤติกรรมระแวงภัยจนถึงกระทำการเพื่อปกป้องตนเองอย่างขาดสำนึกใคร่ครวญ อย่างเช่น กรณีเมื่อเดือนธันวาคม 2554 นายเจสัน สตอกลีย์ อดีตตำรวจเมืองเซนต์หลุยส์ สหรัฐฯ สังหารนายแอนโธนี ลามาร์ สมิธ ชายผิวดำด้วยความหวาดกลัวว่า เป็นคนร้ายที่ร่วมการค้ายาเสพติด ทั้งที่นายสมิธเป็นเพียงประชาชนธรรมดาและยินยอมให้ทำการจับกุม คดีนายสตอกลีย์สังหารนายสมิธนี้ยังเป็นสาเหตุให้ประชาชนในเมืองเซนต์หลุยส์ ทำการประท้วงทางการจนลุกลามกลายเป็นการจลาจล เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม สำหรับสังคมสุทัศนีย์อย่างประเทศไทยแตกต่างกว่า จากที่สังเกตเห็นและนิยมที่จะกล่าวอ้าง กลับกลายเป็นอาการซึมเศร้า(Depression) ซึ่งส่งผลกระทบเท่าหรือยิ่งกว่าอาการแพนิค เมื่อทำความรู้จักกับอาการซึมเศร้าจึงทราบว่า เป็นโรคทางจิตเวช เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ทั้งแสดงอาการใกล้เคียงกับผู้ที่มีอาการเศร้าโศกหรือเสียใจทั่วไป  โดยผู้ป่วยโรคนี้มักจะไม่รู้ตัวว่าป่วยหรืออาจรู้ตัวขณะที่พัฒนาอาการไปสู่ขั้นรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและสังคมโดยรอบไปแล้ว  ถึงแม้จะรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาและการทำจิตบำบัด แต่ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ ทั้งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการให้ความร่วมมือในการรักษาจากผู้ป่วยและญาติ  สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้ามาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่กรรมพันธุ์ การพัฒนาของจิตใจ สิ่งแวดล้อมที่ต้องเผชิญ รวมทั้งจากกรณีที่สาร Serotonin (เป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทภายในสมอง มีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์) และสาร norepinephrine (เป็นสารสื่อประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง มีส่วนเกี่ยวข้องกับอารมณ์และความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การที่มีระดับ norepinephrine ลดลง…

เคล็ดลับ การแฮ็กปล้นเงินจากตู้เอทีเอ็มเกือบทุกตู้ทั่วโลกภายใน 20 นาที

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของระบบธนาคารจาก Positive Technologies เผยรายงานผลการทดสอบล่าสุดว่า ตู้เอทีเอ็มเกือบทุกตู้สามารถโดนแฮ็กได้ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที ไม่ว่าจะเป็นของค่าย NCR, Diebold Nixdorf, หรือ GRGBanking ที่มีใช้งานอยู่ทั่วโลก สำหรับเทคนิคการโจมตีที่ใช้ในการทดสอบนี้เป็นวิธีต่างๆ ที่มีประวัติพบการใช้โดยอาชญากรไซเบอร์ทั้งการปล้นเงินสดออกจากตู้โดยตรง และการคัดลอกข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มหรือที่เรียกว่าสกิมมิ่ง โดยพบว่ากว่า 85 เปอร์เซ็นต์ของตู้เอทีเอ็มที่ทดสอบนั้นตกเป็นเหยื่อการโจมตีโดยสมบูรณ์ไม่ว่าจะจากการเข้าถึงระบบทั้งการเสียบสายแลนเข้าตู้โดยตรง หรือการแฮ็กผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ตู้ใช้อยู่ นอกจากนี้ยังพบว่า 27 เปอร์เซ็นต์มีช่องโหว่ที่เปิดให้ดูดและแก้ไขข้อมูลที่สื่อสารกับธนาคารได้ รวมทั้งตู้เอทีเอ็มกว่า 58 เปอร์เซ็นต์มีช่องโหว่ที่ทำให้เข้าควบคุมการทำงานของตู้ได้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้ง 23 เปอร์เซ็นต์สามารถโดนแฮ็กผ่านการเข้าถึงจากอุปกรณ์เครือข่ายอื่นที่เชื่อมต่อกับตู้เอทีเอ็มอีกที เช่นโมเด็ม GSM หรือเราท์เตอร์ การแฮ็กระบบตู้เอทีเอ็มนี้ทำได้ตั้งแต่การสั่งปิดกลไกการรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงควบคุมการปล่อยธนบัตรออกมาจากตู้ โดยการโจมตีที่แฮ็กผ่านเครือข่ายนั้นใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที หรือถ้าต้องการให้เร็วกว่านั้น แฮ็กเกอร์ก็สามารถแฮ็กโดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่ากล่องดำหรือ Black Box เพื่อเสียบเข้าเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือตัวกล่องเก็บธนบัตรเพื่อสั่งให้คายแบงค์ออกมาได้เท่าที่ต้องการภายในเวลาไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น ทางทีมวิจัยกล่าวว่า ตู้เอทีเอ็มกว่า 69 เปอร์เซ็นต์มีช่องโหว่ที่เปิดให้โจมตีผ่าน Black Box ได้ และน่าตกใจมากที่กว่า 19 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีระบบการป้องกันการโจมตีลักษณะนี้เลย อีกเทคนิคที่ประสบความสำเร็จคือ การพยายามออกจากโหมดการให้บริการลูกค้าปกติหรือโหมด Kiosk…

รัฐบาลญี่ปุ่นออกกฎห้ามพกมีดขึ้นรถไฟ

จากที่เคยมีข่าวผู้โดยสารถูงแทงบนรถไฟชินคันเซ็น เป็นที่มาของการออกกฎห้ามพกมีดขึ้นรถไฟ เพื่อป้องการไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม โดยจะเริ่มออกใช้กฎนี้ในเดือนเมษายนปีหน้า หมดยุคพกมีดขึ้นรถไฟไปพร้อมกับยุคเฮอัน ฤดูใบไม้ผลิหน้านอกจากญี่ปุ่นจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์หน้าใหม่เพราะจักรพรรดิอะกิฮิโตะของญี่ปุ่นประกาศสละราชบัลลังก์แล้ว ยังหมดยุคการพกมีดขึ้นรถไฟอีกด้วย กฎหมายนี้ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่น งดพกของมีคมขึ้นรถไฟ ที่มาของการประกาศห้าม เหตุเกิดมาจากเมื่อเหตุการณ์วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ระหว่างที่รถไฟชินคันเซ็นกำลังวิ่งจากกรุงโตเกียวไปยังจังหวัดโอซาก้า นายอิจิโร่ โคมาจิ อายุ 22 ปี ชักมีดออกจากกระเป๋าเป้ พุ่งเข้าแทงผู้หญิง 2 คน วัย 20 ปี ซึ่งนั่งใกล้กันกับนายโคทาโร่ อุเมดะ นักธุรกิจชายวัย 38 ปี นายโคทาโร่รีบเข้ามาช่วยผู้หญิงสองคนที่ถูกทำร้ายด้วยความกล้าหาญ ทำให้ชายคนดังกล่าวเสียชีวิต สถานการณ์ในปัจจุบัน การพกมีดซึ่งมีความยาวน้อยกว่า 6 เซนติเมตรในที่สาธารณะยังสามารถกระทำได้ แต่ในอนาคตทางรัฐบาลรบกวนให้ผู้ที่พกมีดขนาดยาวน้อยกว่า 6 เซนติเมตรจำเป็นต้องห่อมีดด้วยพลาสติกหรือกระดาษแข็ง และเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างมิดชิดระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟ นอกจากมีดแล้ว ของมีคมอย่างอื่นก็ถูกห้ามเช่นกัน นอกจากมีดพกหรือมีดสำหรับทำครัวแล้ว ยังห้ามพกกรรไกรหรือขวานเช่นกัน โดยกฎดังจะประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป สำหรับใครที่เดินทางด้วยรถไฟ ทางที่ดีก็อย่าพกของมีคมติดตัวไปด้วยเลยกว่าเนอะ เพื่อให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลญี่ปุ่นและเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ตามมาด้วย…