รถไฟบรรทุกสารเคมีตกรางในออสเตรเลีย

     รถไฟบรรทุกกรดกำมะถันตกรางในรัฐควีนส์แลนด์ที่ออสเตรเลีย ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน-เขตหวงห้ามในรัศมี 2 กม.      วันนี้ (28 ธ.ค.58) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถไฟ 26 ตู้ บรรทุกกรดกำมะถันหรือซัลฟุริค แอซิด ปริมาณ 200,000 ลิตร ตกรางเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ห่างจากเมืองจูเลีย ครีก ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลในรัฐควีนส์แลนด์ไปทางทิศตะวันออก 20 กม. ส่งผลให้ต้องมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและให้บริเวณที่เกิดเหตุภายในรัศมี 2 กม.เป็นเขตหวงห้ามมีพนักงานรถไฟ 3 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว      โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐควีนส์แลนด์กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุอย่างแน่ชัดว่ามีการรั่วไหลของกรดกำมะถันหรือไม่ แต่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าพบการรั่วไหลของกรดกำมะถันและน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณเล็กน้อย อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ส่งผลทำให้การเข้าถึงจุดเกิดเหตุทำได้ลำบาก ที่มา : TNN24 วันที่ 28 ธ.ค. 58, เวลา 18.51 น. Link : http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=87185&t=news  

ญี่ปุ่นต้องการให้จีนอธิบายกรณีควบคุมชาวญี่ปุ่นข้อหาเป็นสายลับ

นายโยชิฮิเด ซุกะ หัวหน้าคณะโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อเช้าวันที่ 25 ธ.ค.58 ว่ารัฐบาลจีนต้องให้คำอธิบายถึงกรณีที่รัฐบาลจีนกล่าวหาและจับกุมชาวญี่ปุ่นว่าทำการจารกรรม กล่าวคือ ชายชาวญี่ปุ่น 2 คนถูกกักตัวที่มณฑลเจ้อเจียงและมณฑลเหลียวหนิง เมื่อ พ.ค.58 และประกาศทำการจับกุมเมื่อ ก.ย.58 ต่อมาเมื่อ มิ.ย.58 ได้กักตัวหญิงชาวญี่ปุ่น 1 คนที่เซียงไฮ้และประกาศทำการจับกุมเมื่อ พ.ย.58 หลังจากนั้น ได้กักตัวชายชาวญี่ปุ่นอีก 1 คนที่ปักกิ่งเมื่อ มิ.ย.58 และแถลงว่า ชายดังกล่าวต้องสงสัยกระทำอาชญากรรม ในเดือน ธ.ค.58 นี้ นายซุกะยืนยันว่า ญี่ปุ่นไม่เคยส่งสายลับไปยังประเทศอื่น และจะไม่วิจารณ์การจับกุมที่เกิดขึ้นของรัฐบาลจีน ที่มา : NHK WORLD News วันที่ 25 ธันวาคม 2558 Link : http://www3.nhk.or.jp/nhkworld/english/news/20151225_24.html

อาลีเปย์ใช้ระบบจดจำใบหน้าเข้ารหัสโอนเงินลูกค้า

     ไชน่าเดลี – อาลีเปย์ผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีนซึ่งดำเนินการโดยอาลีบาบา ยักษ์อีคอมเมิร์ซ เริ่มใช้ระบบใหม่ในการเข้ารหัสสำหรับลูกค้า ซึ่งอำนวยความสะดวก อีกทั้งมีความปลอดภัยด้วยระบบจดจำใบหน้า      รายงานข่าวกล่าว (21 ธ.ค.) ว่า ในช่วงทดลองใช้งานนี้เทคโนโลยีดังกล่าวที่ผ่านมา พบว่ามีความแม่นยำกว่าร้อยละ 90 แม้ว่าจะยังใช้ได้กลับระบบปฏิบัติการ IOS และสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ เพียงบางรุ่น      ผู้ร่วมงานออกแบบระบบคนหนึ่งบอกว่า บริษัทได้ร่วมกับ Ant Financial และผู้ดูแลบริการการเงิน พัฒนาเทคโนโลยีนี้เพื่อใช้กับอาลีเปย์ และอาลีเปย์ วอลเล็ต      เฉิน จื่อตงผู้เชี่ยวชาญข้อมูลระดับอาวุโส ซึ่งรับผิดชอบระบบฯ กล่าวว่า “นี่คือแนวโน้มใหม่ที่จะเข้ามาแทนระบบระบุตัวบุคคล ด้วยเทคโนโลยีไบโอเมตริก (Biometric) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชีวภาพ ผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีทางด้านชีวภาพและทางการแพทย์ กับเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2558 16:53 น. Link : http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9580000139721

ออสเตรเลียและอินโดนีเซีย เห็นชอบเพิ่มการแบ่งปันข่าวกรองระหว่างกัน เพื่อต่อสู้กับการก่อการร้าย

     ออสเตรเลียและอินโดนีเซีย เห็นชอบเพิ่มการแบ่งปันข่าวกรองระหว่างกัน เพื่อต่อสู้กับการก่อการร้าย หลังจากตำรวจอินโดนีเซียจับกุมเครือข่ายกลุ่มสุดโต่ง ที่วางแผนก่อเหตุระเบิดพลีชีพในกรุงจาการ์ตาได้เมื่อสองวันก่อน      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย “นางจูลี บิช็อป” กล่าวหลังประชุมทวิภาคีประจำปีกับรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย “นางเรตโน มาร์ซูดี” ที่นครซิดนีย์ว่า ออสเตรเลียและอินโดนีเซียกำลังร่วมมือกันใกล้ชิดอย่างยิ่ง ในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการรับมือการก่อการร้าย และจะแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองระหว่างกันต่อไป เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนและศาสนาที่เคารพรัก      (Ins: 7082) เมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา (18-19 ธ.ค.58) ตำรวจอินโดนีเซียได้บุกจู่โจมหลายเมืองทั่วเกาะชวา พร้อมจับกุมสมาชิกเครือข่ายกลุ่มสุดโต่งได้ 5 คน และยึดเคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ทดลอง และธงที่ได้รับแรงใจจากกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสได้ด้วย โดยมีรายงานว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับเบาะแสมาจากสำนักงานตำรวจกลางของออสเตรเลียและหน่วยสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐ หรือเอฟบีไอ      นางบิช็อป กล่าวว่า เธอไม่สามารถให้รายละเอียดเรื่องแผนการระเบิดพลีชีพในกรุงจาการ์ตาได้ แต่เห็นว่าการแบ่งปันข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งออสเตรเลียได้เตรียมความพร้อมในส่วนของตนไว้เสมอ และปฏิบัติการครั้งนี้ตำรวจอินโดนีเซียประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในการกวาดล้างความพยายามก่อการร้าย      ด้านนางมาร์ซูดี ไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องแผนการก่อการร้ายเช่นกัน กล่าวเพียงว่า การแบ่งปันข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างอินโดนีเซียกับออสเตรเลีย ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์วันที่ 21 ธันวาคม 2558, 19:00 น. Link : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/679418

จีนตั้งประธานต่อต้านก่อการร้ายคนแรก

       หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ ของทางการจีน รายงานว่า จีนแต่งตั้งประธานคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายคนแรก ซึ่งจะให้น้ำหนักกับการปราบปรามเหตุรุนแรงด้านเชื้อชาติที่เกี่ยวข้องกับเขตปกครองตนเองซินเจียงทางภาคตะวันตก      หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ รายงานเมื่อวานนี้ (21 ธ.ค.) ว่า นายหลิว ยู่จิน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้าย โดยก่อนหน้านี้เขาทำหน้าที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีความมั่นคงสาธารณะ และทำงานด้านปราบปรามยาเสพติดมาตั้งแต่ทศวรรษ 80      โดยในปี 2556 นายหลิวเคยกล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะ โกลบอล ไทม์สของจีนว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังพิจารณาใช้โดรนโจมตีเจ้าพ่อยาเสพติดในเมียนมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสังหารลูกเรือจีน 13 คน เมื่อปี 2554      ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขตปกครองตนเองซินเจียงของจีนซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมอุยกูร์ เกิดเหตุไม่สงบขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้รัฐบาลจีนต้องเร่งปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน ที่รัฐบาลระบุว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ยิ่งกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสเติบโตขึ้น รัฐบาลในกรุงปักกิ่งยิ่งเชื่อว่า เหตุร้ายที่เพิ่มมากขึ้นได้รับอิทธิพลจากต่างชาติ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า นั่นเป็นปฏิกิริยาตอบโต้การเลือกปฏิบัติ และการควบคุมวัฒนธรรมและศาสนาของชาวอุยกูร์มากกว่า ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 22 ธันวาคม 2558,…

จีนเรียกร้องนานาชาติเคารพอธิปไตยในโลกไซเบอร์ของแต่ละประเทศ

ที่งานประชุมอินเทอร์เน็ตโลก ซึ่งมีจีนเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่มณฑลเจ้อเจียง ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนกล่าวว่า แต่ละประเทศควรมีสิทธิ์ขาดในการพัฒนาและควบคุมระบบอินเทอร์เน็ตด้วยวิถีของ ตนเอง ไม่ควรมีประเทศใดมุ่งสร้างอิทธิพลครอบงำโลกไซเบอร์ หรือกระทำการบั่นทอนความมั่นคงของประเทศอื่น นายจอห์น ซัดเวิร์ธ ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่ได้เข้าร่วมการประชุมนี้ บอกว่าคำกล่าวของนายสีนั้นเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า มาตรการความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์และการควบคุมอินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็น ประเด็นสำคัญระดับชาติของจีน โดยนายสีกล่าวย้ำว่า จีนนั้นมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตถึง 650 ล้านคน จึงควรมีสิทธิ์มีเสียงในการร่างกฎระเบียบการใช้อินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการตัดสินใจว่าจะบล็อกหรือเซ็นเซอร์ข้อมูลประเภทใดบ้าง ด้วย นายสีระบุด้วยว่า เขาสนับสนุนระบบการจัดการทั่วโลกเพื่อรับมือกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใน ทางที่ผิด ต่อต้านการสอดแนมและการโจรกรรมข้อมูล และจะต่อสู้กับการโจมตีทางไซเบอร์ โดยการตัดสินใจในเรื่องนี้ไม่ควรเป็นอำนาจของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือเป็นการตัดสินใจของกลุ่มประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น ดูวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ ที่มา : Facebook บีบีซีไทย – BBC Thai