วิเคราะห์ข้อจำกัดการปราบ “การก่อการร้ายในประเทศ” ของสหรัฐฯ

Flags fly over crosses at a makeshift memorial near the scene of a mass shooting, Aug. 4, 2019, at a shopping complex, Aug. 6, 2019, in El Paso, Texas. หลังเหตุการณ์ยิงกราดสังหารเหยื่อรวมกว่า 30 รายช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในรัฐโอไฮโอและเท็กซัส เกิดการอภิปรายอย่างกว้างขวางต่อปัญหาความรุนแรงในอเมริกา และเนื่องจาก การยิงที่เมืองเอล ปาโซรัฐเท็กซัส ถูกระบุว่าเป็น การก่อการร้ายในประเทศ หรือ ‘domestic terrorism’ เจ้าหน้าที่รัฐและผู้เชี่ยวชาญจึงมุ่งความพยายามในการป้องกันและจัดการกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คำว่า ‘domestic terrorism’ ถูกตีความโดยสรุป ในกฎหมายอเมริกัน ว่าเป็น “การกระทำที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินสหรัฐฯ ที่ประกอบด้วยการกระทำที่เป็นภัยต่อชีวิตมนุษย์ และเเสดงให้เห็นว่าอาจข่มขู่ หรือกดขี่บังคับกลุ่มประชากรพลเรือน เพื่อหวังผลทางนโยบาย และอาจรวมถึงการลอบสังหาร และการลักพาตัว” คำนิยามข้างต้นนี้อยู่ในกฎหมาย Patriot…

ตำรวจเบลเยี่ยมรวบชายต้องสงสัยวางแผนโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ

เอเอฟพี – ตำรวจต่อต้านก่อการร้ายเบลเยียมทำการจับกุมชายคนหนึ่งฐานต้องสงสัยวางแผนโจมตีสถานทูตสหรัฐฯในบรัสเซลส์ ตามการเปิดเผยของอัยการกลางในวันจันทร์ (24 มิ.ย.) สำนักงานอัยการเปิดเผยว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 มิ.ย.) กองกำลังด้านความมั่นคงได้จับกุมชายคนหนึ่ง หลังสัญญาณต่างๆที่มาบรรจบกันเพิ่มความกังวลว่าอาจมีเหตุโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ “ผู้ต้องสงสัยถูกจับตามคำกล่าวหาพยายามโจมตีภายในบริบทของการก่อการร้ายและเตรียมกระทำผิดฐานก่อการร้าย” สำนักงานอัยการระบุในถ้อยแถลง ถ้อยแถลงบอกต่อว่าผู้ต้องสงสัยนามว่า M.G. ถูกนำตัวไปปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาสืบสวนท่านหนึ่งในตอนเช้าวันจันทร์ (24 มิ.ย.) และทางผู้พิพากษามีคำสั่งควบคุมตัวเขาในคดีนี้ ในขณะที่ผู้ต้องสงสัยปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับแผนการที่ถูกกล่าวหา แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการสืบสวนบอกกับเอเอฟพีว่าผู้ต้องสงสัยเป็นชาวเบลเยีบมอายุประมาณ 40 ปี และเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยสืบเนื่องจากพฤติกรรมที่มีพิรุธของเขา โดยแหล่งข่าวเผยว่าชายรายนี้กำลังทำการสอดส่องพื้นที่สถานทูตก่อนถูกจับกุม พวกนักรบญิฮาดเคยลงมือโจมตีในบรัสเซลส์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ในขณะที่เมืองหลวงของเบลเยียมแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรปและนาโต้ เหตุโจมตีครั้งเลวร้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2016 โดยมือระเบิดฆ่าตัวตายเข่นฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไป 32 คนและอีกหลายร้อยคนได้รับบาดเจ็บ ณ สนามบินบรัสเซลส์และสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งใกล้อาคารของอียู ก่อนต่อมาพวกกลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส) ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบในทั้งสองเหตุการณ์ ———————————————————- ที่มา : MGR Online / 24 มิถุนายน 2562 Link : https://mgronline.com/around/detail/9620000060138

สงครามไซเบอร์มาแล้ว กองทัพสหรัฐเตรียมโจมตีระบบเครือข่ายส่งไฟฟ้ารัสเซีย

หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานข่าววงในว่ารัฐบาลสหรัฐ เตรียมโจมตีระบบโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐบาลรัสเซีย เพื่อตอบโต้การแทรกแซงการเลือกตั้งของหน่วยข่าวกรองรัสเซียตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาเพิ่งยกระดับกองบัญชาการไซเบอร์ (US Cyber Command) เป็นกองบัญชาการรบเต็มขั้น เมื่อปี 2018 และมีอำนาจเพิ่มขึ้นในการปฏิบัติการทางไซเบอร์ ตามข่าวบอกว่า US Cyber Command ได้แทรกซึมเข้าไปยังระบบคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมระบบโครงข่ายไฟฟ้า (กริด) ของรัสเซียแล้ว แต่ก็ไม่มีข้อมูลเชิงลึกว่าเข้าได้มากแค่ไหน และยังไม่มีรายงานว่าสหรัฐเคยเข้าไปปิดระบบไฟฟ้าของรัสเซีย ที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐมักเล่นบทบาทในเชิงป้องกัน มากกว่าโจมตี แต่ช่วงหลังก็มีเสียงเรียกร้องให้สหรัฐมีท่าทีเชิงรุกมากขึ้น John R. Bolton ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Advisor) ของประธานาธิบดี Donald Trump เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐสามารถแสดงให้รัสเซียหรือประเทศใดๆ ก็ตามเห็นว่า หากเข้ามาปฏิบัติการไซเบอร์ต่อสหรัฐ ก็ย่อมต้องมีสิ่งที่ต้องจ่ายออกไป ——————————————————————– ที่มา : Blognone / 16 June 2019 Link : https://www.blognone.com/node/110367

มีผลแล้ว! ขอวีซ่าอเมริกาต้องแจงบัญชีโซเชียลมีเดียด้วย

ใบสมัครยื่นขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริการูปแบบใหม่ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้ที่จะขอวีซ่าเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาเกือบทุกคนต้องแสดงบัญชีโซเชียลมีเดีย อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ที่ตนเองใช้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีเพียงผู้ถือพาสปอร์ตทูตและข้าราชการได้รับการยกเว้นจากมาตรการใหม่นี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2018 รัฐบาลของทรัมป์เสนอกฎนี้ ตอนนั้น สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (ACLU) โต้ว่าไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการติดตามโซเชียลมีเดียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นธรรม และจะทำให้ประชาชนเซ็นเซอร์ตัวเองได้ ก่อนหน้านี้ ผู้ที่ต้องแสดงหลักฐานดังกล่าวมีเพียงผู้ยื่นขอวีซ่าที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น บุคคลที่มาจากประเทศในกลุ่มที่มีผู้ก่อการร้ายควบคุมอยู่ แต่ละปีมีประมาณ 65,000 คน หากใครให้ข้อมูลเท็จ ทางการบอกว่า อาจจะต้องเจอกับบทลงโทษที่ร้ายแรง ทั้งนี้ ข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดียที่ต้องแสดง เช่น อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ แต่หากผู้ยื่นขอวีซ่าต้องการแจ้งข้อมูลของแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน “สำหรับการยื่นขอวีซ่า ต้องถือว่าความมั่นคงของประเทศมีความสำคัญที่สุด ผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาทุกคนต้องผ่านกระบวนการคัดกรองด้านความปลอดภัย เรากำลังหากลไกเพื่อพัฒนากระบวนการคัดกรองคนเพื่อปกป้องพลเมืองอเมริกัน ขณะเดียวกันก็สนับสนุนการเดินทางเข้าสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย” กระทรวงการต่างประเทศระบุ มาตรการใหม่นี้จะกระทบกับผู้ยื่นขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาที่มีประมาณ 14.7 ล้านคนต่อปี รวมทั้งผู้ที่เดินทางไปทำงานหรือศึกษาที่สหรัฐอเมริกาด้วย ———————————————- ที่มา : The Momentum / 2 มิถุนายน 2562…

มือปืนบุกกราดยิงโบสถ์ยิวในอเมริกา เลียนแบบเหตุโจมตีมัสยิดไครสเชิร์ช

คนจำนวนมากพากันจุดเทียนไว้อาลัยให้แก่เหยื่อของเหตุกราดยิงโบสถ์ยิวในซานดิเอโกเมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) ระหว่างที่มีผู้ร่วมทำพิธีทางศาสนานับร้อยคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน เอเจนซีส์ – มือปืนบุกเดี่ยวกราดยิงโบสถ์ยิวในซานดิเอโกเมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) ระหว่างที่มีผู้ร่วมทำพิธีทางศาสนานับร้อยคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน โดยหลังจากที่ยอมมอบตัว ผู้ก่อเหตุรายนี้สารภาพว่า ได้แรงบันดาลใจจากเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่งในนิวซีแลนด์กลางเดือนที่แล้ว ที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 50 คน ผู้ต้องสงสัยรายนี้คือ จอห์น เออร์เนสต์ วัย 19 ปี ซึ่งเป็นชาวซานดิเอโก มีแนวโน้มเป็นผู้เขียนแถลงการณ์ที่อ้างตัวว่า จุดไฟเผามัสยิดในละแวกใกล้เคียงกันเมื่อเดือนที่แล้ว บิลล์ กอร์ พนักงานฝ่ายปกครองของเทศมณฑลซานดิเอโกเผยว่า ตำรวจและสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังสอบสวนความเป็นไปได้ที่เออร์เนสต์อาจเกี่ยวข้องกับการลอบวางเพลิงศูนย์อิสลามเอสคอนดิโดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ซึ่งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและยังจับกุมผู้ก่อเหตุไม่ได้ และเสริมว่า เออร์เนสต์ที่ปืนขัดข้องหลังจากสาดกระสุนชุดแรกกว่าสิบนัด ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน เหตุกราดยิงล่าสุดที่โบสถ์ชาบัดของชุมชนชาวยิวในเมืองโพเวย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ห่างจากตัวเมืองซานดิเอโกทางเหนือประมาณ 37…

ทำเนียบขาวแถลงปกป้อง ‘ทรัมป์’ หลังประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ

Trump Border Security WASHINGTON — เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาว กล่าวปกป้องการตัดสินใจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อดึงงบประมาณด้านการทหารนำมาใช้สร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐฯ – เม็กซิโก นายสตีเฟ่น มิลเลอร์ ที่ปรึกษาของ ปธน.ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับรายการ Fox News Sunday ในวันอาทิตย์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถเลือกที่จะไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินก็ได้ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ต้องการทำเช่นนั้น เพราะทราบดีว่าปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายคือภัยคุกคามประเทศ และว่า อเมริกาจะไม่สามารถเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ได้หากไม่มีความปลอดภัยตามแนวพรมแดน นายมิลเลอร์ ระบุว่า คำประกาศของ ปธน.ทรัมป์ เป็นไปตามกฎหมายปี ค.ศ. 1976 ที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถประกาศภาวะฉุกเฉินได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเคยมีการประกาศฉุกเฉินแห่งชาติโดยประธานาธิบดีแล้ว 59 ครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ผู้นำสหรัฐฯ พยายามหาทางเลี่ยงการอนุมัติงบประมาณของรัฐสภาสหรัฐฯ สำหรับโครงการใดโครงการหนึ่งเหมือนในครั้งนี้ Border Patrol agent Vincent Pirro looks on near a border wall that…