เสี่ยงถูกสวมรอย! นักวิชาการ มธ.แนะเร่งออกทางใหม่แทนสแกนม่านตา

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สั่งระงับการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบสแกนม่านตาเพื่อแลกคริปโตเคอเรนซี และให้ผู้ให้บริการด้านการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ (Proof of Human) ดังกล่าว ลบข้อมูลม่านตาและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องของประชาชนที่มีการดำเนินการไปแล้วจำนวน 1.2 ล้านคน เนื่องจากดำเนินการไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

สรุปเคส Worldcoin และคำสั่ง สคส. ลงดาบลบข้อมูลสแกนม่านตาในไทย

คำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) ที่ลงดาบ “Worldcoin” หรือ World ของ Sam Altman ผู้ก่อตั้ง OpenAI ให้ระงับการเก็บข้อมูลใหม่ทันที และลบข้อมูลไบโอเมตริกซ์ของผู้ใช้ในไทยกว่า 1.2 ล้านรายภายใน 7 วัน นั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและคริปโตเคอเรนซีในไทย ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการบังคับใช้กฎหมาย PDPA อย่างเข้มข้นต่อโครงการต่างชาติ

สคส. จี้บริษัทเคลียร์ให้ชัด แจงประชาชนระวัง “สแกนม่านตา” ย้อนกลับ ระบุตัวตนได้

ภายหลังการจัดให้มีการตรวจพิสูจน์หลักฐานการลบทำลายข้อมูลม่านตาในกรณีสแกนม่านตาแลกเหรียญ WorldID พบว่าผู้ที่สแกนม่านตาไปแล้วไม่สามารถสแกนซ้ำได้ จึงชัดเจนว่าการสแกนม่านตา นอกจากมีวัตถุประสงค์ในการยืนยันความเป็นมนุษย์แล้ว

สคส. ดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรณีสแกนม่านตาแลกเหรียญ

มาตรการการจัดเก็บข้อมูลหลังการสแกนม่านตา กระบวนการเก็บรวบรวม การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ โดยเมื่อสแกนม่านตาแล้วจะมีการแปลงเป็น iris code และลบทำลายข้อมูลหรือภาพหน้า หรือม่านตาภายใน 12 วินาที เพื่อความชัดเจนจึงเสนอจัดงานพิสูจน์การลบทำลายร่วมกันต่อสาธารณะ

“สแกนม่านตาแลกเงิน” ไม่ผิดกฎหมายไทย แต่มีอะไรควรกังวลบ้าง ?

ช่วงเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา คนไทยในหลายจังหวัดอาจพบกลุ่มบุคคลชักชวนให้สแกนม่านตาตามห้างสรรพสินค้า เพื่อแลกกับผลตอบแทนเป็นตัวเงินหรือเงินดิจิทัล แม้บางหน่วยงานของรัฐจะออกมาเตือนถึงความเสี่ยง แต่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วการมอบข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้แท้จริงแล้วมีความเสี่ยงอย่างไรกันแน่

สั่งเบรก สแกนม่านตาแลกเงิน800 หวั่นข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2568 เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดพัทลุง ร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ ลงพื้นที่ห้างสรรพสินค้า ต.เขาเจียก อ.เมือง จ.พัทลุง หลังได้รับข้อมูลว่ามีการตั้งจุดสแกนม่านตาประชาชน แลกเหรียญดิจิทัล ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ราว 800 บาท สร้างความสนใจและทำให้ชาวบ้านจำนวนมากเข้าร่วม