บลูมเบิร์กเผยจีนใช้อุปกรณ์หัวเว่ยสอดแนมระบบสื่อสารออสเตรเลีย

  สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานการพบหลักฐานครั้งใหม่ที่บ่งชี้ว่า สายลับของจีนได้ใช้เทคโนโลยีของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีเพื่อแฮกข้อมูลลับด้านการสื่อสารของออสเตรเลีย รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของออสเตรเลียได้แจ้งให้หน่วยข่าวของสหรัฐฯ ทราบในปี 2555 ว่า ออสเตรเลียได้ตรวจพบการใช้เทคโนโลยีที่สามารถบุกรุกเข้าไปในระบบการสื่อสารของออสเตรเลีย โดยในเบื้องต้นตรวจพบการอัพเดตซอฟต์แวร์จากหัวเว่ยที่ถูกดาวน์โหลดด้วยรหัสที่น่าสงสัย และน่าจะมีเจตนาร้าย การบุกรุกเพื่อแฮกข้อมูลข่าวกรองและนำไปแชร์ต่อนั้น ได้รับการยืนยันโดยอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของออสเตรเลียกว่า 20 คน ซึ่งได้รับข้อมูลดังกล่าวจากทั้งหน่วยงานของออสเตรเลียและสหรัฐฯ ระหว่างปี 2555 – 2562 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ออสเตรเลีย และสหรัฐฯ ตั้งข้อสงสัยว่า จีนได้ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยเป็นช่องทางในการจารกรรมข้อมูล แต่ก็ไม่เคยมีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการบุกรุกดังกล่าว รายงานข่าวได้ช่วยคลายความสงสัยว่าเพราะเหตุใดบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง จึงช่วงชิงการเป็นผู้นำในการสร้างโครงข่าย 5G ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับประชาชนทั่วโลก ขณะที่ข้อมูลระบุว่า บริษัทหัวเว่ยครองมูลค่าตลาดอุปกรณ์ด้านการสื่อสารทั่วโลกเป็นวงเงินสูงกว่า 9 หมื่นล้านดอลลาร์ และพยายามแข่งขันกับบริษัทอีริคสันของสวีเดน และบริษัทโนเกียของฟินแลนด์ อย่างไรก็ดี สหรัฐ , ออสเตรเลีย , สวีเดน และสหราชอาณาจักร ต่างก็พากันแบนหัวเว่ยไม่ให้มีส่วนร่วมในโครงข่าย 5จี ขณะที่กว่า 60 ประเทศทั่วโลกได้ลงนามในโครงการของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โดยให้คำมั่นว่าจะหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ของจีนในระบบการสื่อสารของประเทศ ซึ่งความพยายามดังกล่าวซึ่งรวมถึงการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อหัวเว่ยนั้น ส่งผลให้การเติบโตของหัวเว่ยชะลอลง และทำให้ความสัมพันธ์กับจีนมีความตึงเครียดมากขึ้น “ไมค์…

รัสเซียพัฒนา “หินสายลับ” อุปกรณ์ดักฟัง อังกฤษเคยใช้สอดแนมมอสโก

  รัสเซียพัฒนา – มิร์เรอร์ รายงานวันที่ 28 พ.ย. ว่า สถานีโทรทัศน์รัสเซียนำเสนอ “หินหุ่นยนต์” ที่สามารถควบคุมได้ด้วยสัญญาณวิทยุจากผู้ควบคุมที่อยู่ห่างออกไปมากกว่า 1 ไมล์ และสามารถเคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งได้ เมื่อศัตรูไม่ได้ทันดู รัสเซียกำลังดำเนินการทดลองกับ “หินสอดแนม” ที่แปลกประหลาด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ดักฟังที่ครั้งหนึ่งหน่วยข่าวกรองอังกฤษเคยใช้ในกรุงมอสโก     สถานีโทรทัศน์สเวียซดา กระทรวงกลาโหมรัสเซีย แพร่ภาพหินปลอมที่ออกแบบโดยนักวิจัยทางทหารของกรุงมอสโกเพื่อใช้กับศัตรูของชาติ. “เนื่องจากการปลอมตัวและความสามารถที่จะเปลี่ยนตำแหน่ง หินจึงมีประโยชน์มนสงครามสนามเพลาะ” หินหุ่นยนต์สามารถควบคุมได้จากสัญญาณวิทยุจากผู้ควบคุมที่อยู่ห่างออกไปมากกว่าหนึ่งไมล์ และเคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งเมื่อศัตรูไม่ได้เฝ้าดู     นักออกแบบหินสอดแนม ที่สถาบันกองทัพอากาศจากเมืองโวโรเนจ ภายใต้การการแนะนำของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งกองบัญชาการหลักการฝึกรบของกองทัพบกรัสเซีย ระบุว่า หินสอดแนมมีกล้องและความสามารถในการดักฟัง หินดังกล่าวเป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการว่า “ศูนย์สังเกตการณ์” ด้วยดวงตาอิเล็กทรอนิกส์ที่ยกขึ้นเหมือนกล้องปริทรรศน์ ส่วนสถานีโทรทัศน์ทหารรัสเซียขนานนามว่า “สายลับหิน” และในปัจจุบันไม่มีอุปกรณ์ใกล้เคียงกันที่กองทัพรัสเซียใช้ นีโคไล เยเมตส์ นักออกแบบคนหนึ่ง สาธิตหินหุ่นยนต์ทางโทรทัศน์ ซึ่งอธิบายว่า “ปัญหาหลักคือการนำอุปกรณ์ทั้งหมดที่เราต้องการมาทำเป็นหินก้อนเล็กๆ” ไอเดียดังกล่าวน่าจะนำมาจากหินสอดแนมซับซ้อนสัญชาติอังกฤษ ซึ่งเคยถูกหน่วยข่าวกรองลับรัสเซียพบในสวนสาธารณะกรุงมอสโก และพบคนรัสเซียที่เป็นกบฏคนหนึ่งเดินใกล้หินก้อนดังกล่าว และต่อมาถูกกล่าวหาว่าส่งข้อมูลที่เป็นความลับแก่หินสอดแนมก้อนนี้ ถูกพบว่าหน่วยข่าวกรองลับอังกฤษ (เอ็มไอ 6) เป็นคนฝังดิน…

จับลูกจ้างบ้าน รมว.กลาโหมอิสราเอล สปายให้อิหร่าน

แฟ้มภาพ เบนนี แกนต์ซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล (Getty Images)   ทางการอิสราเอลจับกุมคนทำความสะอาดบ้านของรัฐมนตรีกลาโหม เบนนี แกนต์ซ โดยตั้งข้อหาว่าเขาพยายามขายความลับให้กลุ่มแฮ็กเกอร์ “แบล็กแชโดว์” ที่เชื่อว่าเกี่ยวโยงกับทางการอิหร่าน รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2564 กล่าวว่า ออมรี โกเรน โกโรชอฟสกี ชายวัย 37 ปีจากเมืองล็อด ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยคำฟ้องที่กระทรวงยุติธรรมของอิสราเอลเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า เขาและภรรยาทำงานเป็นคนทำความสะอาดบ้านของรัฐมนตรีกลาโหมผู้นี้ ซึ่งอยู่ในเมืองรอชฮาเอน นอกกรุงเทลอาวีฟ เอกสารคำฟ้องกล่าวว่า โกโรชอฟสกีติดต่อไปยังกลุ่มแฮ็กเกอร์แบล็กแชโดว์ผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมเมื่อประมาณวันที่ 31 ตุลาคม หลังจากกลุ่มนี้อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีไซเบอร์ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอิสราเอลเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเสนอจะขายข้อมูลที่ได้จากบ้านของแกนต์ซ คำฟ้องระบุว่า แบล็กแชโดว์มีความเกี่ยวข้องกับอิหร่าน โกโรชอฟสกีใช้ชื่อปลอมในการติดต่อกับแฮ็กเกอร์ โดยบอกแค่ว่า เขาเป็นคนทำงานในบ้านของรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล และคุยว่าเขาสามารถช่วยเหลือแฮ็กเกอร์กลุ่มนี้ด้วยวิธีต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เขาได้ส่งภาพถ่ายสิ่งของหลายอย่างในบ้านของแกนต์ซ รวมถึงภาพโต๊ะทำงาน, ห่อที่มีสติ๊กเกอร์ไอพีแอดเดรสติดไว้, บันทึกการทำหน้าที่เสนาธิการกองทัพของแกนต์ซ และภาพถ่ายครอบครัว สำนักงานความมั่นคงภายใน ชินเบ็ต ของอิสราเอลกล่าวว่า ความพยายามสอดแนมของผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกขัดขวางไว้ได้อย่างรวดเร็ว และเขาถูกจับกุมภายในไม่กี่วันหลังจากติดต่อกับแฮ็กเกอร์กลุ่มนี้ พร้อมกับยืนยันด้วยว่า…

อดีตประธานาธิบดีอาร์เจนตินาขึ้นศาล แก้ต่างสั่งสอดแนม

  การไต่สวนอดีตประธานาธิบดีมอริโก ถูกเลื่อนในนาทีสุดท้าย โดยทนายอ้างว่า ศาลไม่มีอำนาจที่จะยกเลิกข้อกำหนดความเป็นส่วนตัวว่าด้วยการข่าวกรองของรัฐ มาใช้บังคับให้อดีตประธานาธิบดีเข้าให้ปากคำ แต่ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน อัลแบร์โต เฟอร์นานเดซ ได้ลงนามในกฤษฏีกาก่อนเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอด G20 ที่กรุงโรม ให้ยกเลิกข้อกำหนดความเป็นส่วนตัว เพื่อให้ศาลไต่สวนอดีตประธานาธิบดีได้ เรือดำน้ำของกองทัพเรือ ARA ซานฆวน หายจากจอเรดาร์ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 และ ตรวจพบในอีกหนึ่งปีถัดมาที่ก้อนทะเลลึกมากกว่า 900 เมตร ในเซาท์แอตแลนติก นอกชายฝังอาร์เจนติดนา 400 กิโลเมตร ซึ่งพบสาเหตุการจมด้วยว่า เกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิก ครอบครัวของลูกเรือ 44 คน อ้างว่า ถูกคนของรัฐติดตาม ดักฟัง ถ่ายภาพ และ คุกคาม เพื่อไม่ให้ร้องเรียนต่อเหตุการณ์นี้ โดยอดีตประธานาธิบดีมาครี ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้สั่งให้สอดแนมญาติของลูกเรือที่เสียชีวิตนี้   —————————————————————————————————- ที่มา : AFP cover by Linetoday      / วันที่เผยแพร่ 30…

สหรัฐยื่นอุทธรณ์ศาลอังกฤษ ขอตัวผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์ไปดำเนินคดีในศาลสหรัฐ

  ทนายสหรัฐยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลอังกฤษ เรียกร้องให้มีคำสั่งส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัว จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ข่าววิกิลีกส์ไปดำเนินคดีที่สหรัฐ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนอัสซานจ์ออกโรงประท้วงกลางกรุงลอนดอน   ทนายความตัวแทนของสหรัฐ ส่งคำร้องเมื่อวานนี้ (27 ต.ค.) ให้อังกฤษส่งตัว จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์ (Wikileaks) เว็บไซต์ข่าวเอกชนที่แฉข้อมูลลับทางการทหารและข้อมูลเรื่องการทุจริตในหลายประเทศ ไปยังสหรัฐเพื่อรับการดำเนินคดี หลังจากที่ศาลชั้นต้นของอังกฤษไม่อนุญาต จูเลียน อัสซานจ์ ในวัย 50 ปี เป็นที่ต้องการตัวในสหรัฐอเมริกาในข้อหาทางอาญา 18 คดี ซึ่งรวมถึงการละเมิดกฎหมายการสอดแนม หลังจากที่ทีมงานของเขาเผยแพร่เอกสารลับและบันทึกลับของบุคลากรทางการทูตเป็นจำนวนมากในปี 2553   ทนายความเจมส์ ลูอิส ซึ่งทำหน้าที่แทนรัฐบาลสหรัฐ แถลงต่อศาลอุทธรณ์ในลอนดอน ว่าผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นของอังกฤษพลาดที่ตัดสินว่า ไม่สามารถส่งตัวอัสซานจ์ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนได้ เนื่องจากมีแนวโน้มที่เขาจะฆ่าตัวตายในเรือนจำของสหรัฐ ลูอิส โต้แย้งว่า ไม่ควรนำความวิตกเกี่ยวกับสุขภาพจิตของผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์มาเป็นข้ออ้างในการละเว้นการส่งตัว ในเอกสารสรุปข้อโต้แย้งของลูอิส ซึ่งนำเสนอต่อศาลและเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน ระบุว่า สหรัฐได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสิ่งที่เป็นข้อกังวลของศาลอังกฤษ และให้การรับรองด้วยว่า สหรัฐจะยินยอมให้อัสซานจ์ย้ายไปรับโทษจำคุกที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของเขา   อัสซานจ์ซึ่งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ถูกคุมขังที่เรือนจำบัลมาร์ชในลอนดอน แต่เดิมเขาแจ้งต่อศาลว่าป่วยจนให้การไม่ไหว แต่ก็กลับมาให้การผ่านระบบวิดีโอคอลได้ในภายหลัง…

วิธีหากล้องสอดแนม ซ่อนอยู่ในที่พัก Airbnb

  ทุกวันนี้ภัยคุกคามนั้นเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นทั้งสตอล์กเกอร์แวร์ สปายแวร์ และกล้องที่ซ่อนอยู่ในที่พักต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และกำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ตั้งแต่ปี 2017 Airbnb ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์หลังจากลูกค้าหลายรายว่าพวกเขาพบกล้องที่ซ่อนอยู่ในสถานที่เช่าของพวกเขา และอีกครั้งในปี 2019 และก็มีเคสต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้หลายคนจึงตั้งคำถามว่า Airbnb มีการดำเนินการใดๆ ที่จะปกป้องแขกได้หรือไม่ แต่หากไม่ สิ่งสำคัญก็คือ เราจะต้องเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองเพื่อที่จะได้ไม่ถูกสอดแนมอย่างลับ ๆ และข้อมูลของเราจะไม่ถูกขโมยไปแบบง่าย ๆ ทั้งรูปภาพ ตำแหน่งที่อยู่แบบเรียลไทม์ ข้อความ และการสนทนาทางโทรศัพท์ครับ โดยล่าสุดอดีตแฮกเกอร์ชาวอังกฤษได้เผยคลิปวิธีสำรวจกล้องที่ซ่อนอยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราสามารถค้นหาตรวจจับกล้องที่ซ่อนอยู่ โดยเขาได้โพสลงใน TikTok ชื่อว่า Malwaretech ในวีดีโอ เขาได้จัดฉากห้องปกติที่เราจะได้เห็นเวลาที่ไปพักโรงแรมหรือ Airbnb ซึ่งจะพบกล้องที่ซ่อนอยู่ที่ใดบ้าง เช่น นาฬิกาปลุก เครื่องตรวจจับควันไฟ หรือปลั๊กติดผนัง วิธีหนึ่งในการตรวจสอบว่ามีกล้องซ่อนอยู่ในนั้นหรือไม่ คือการฉายแสงไฟฉาย (หากไม่มีไฟฉาย ก็ใช้ไฟฉายจากมือถือ) ถ้าไปโดนเลนส์กล้องมันจะสะท้อนแสงออกมาเป็นสีน้ำเงินซึ่งสามารถลองทดสอบเอาไฟฉายส่องกับกล่องมือถือตัวเองก็ได้ครับ ส่วนกล้องที่ใช้ส่องกลางคืน…