สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนตะวันออกของ ‘นาโต’

AFP   สถานการณ์ที่ชายแดนระหว่างโปแลนด์และเบลารุสกำลังมาถึงจุดพีค กองทหารวากเนอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน เฮลิคอปเตอร์ของเบลารุส และผู้ลี้ภัยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น กำลังสร้างความตื่นตระหนกให้กับรัฐบาลในกรุงวอร์ซอ   เฮลิคอปเตอร์จากเบลารุสบินต่ำเกินไปที่ระบบเรดาร์จะตรวจจับได้ แต่ผู้คนในหมู่บ้านของโปแลนด์ที่อยู่บริเวณชายแดนสามารถได้ยินเสียงกระหึ่มดังของเฮลิคอปเตอร์เหล่านั้น วอร์ซอวิจารณ์ถึงสิ่งที่มินสค์ปฏิเสธ นั่นคือ น่านฟ้าของโปแลนด์กำลังถูกละเมิด ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ โปแลนด์ส่งกองกำลังไปที่ชายแดนมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกในฤดูร้อนนี้   นับตั้งแต่รู้ข่าวว่ากองทหารวากเนอร์เข้าไปแฝงตัวอยู่ในเบลารุส โปแลนด์ก็ระส่ำระสายแล้ว กระทรวงกลาโหมยืนยันว่าพวกเขากำลังฝึกซ้อมร่วมกับกองทัพของเบลารุส ยิ่งปรากฏมีภาพวิดีโอบันทึกการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย กับอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชงโกเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม แล้วกองทหารถามเขาว่าพวกเขาสามารถเคลื่อนไปทางตะวันตกได้หรือไม่ ยิ่งทำให้โปแลนด์เกิดความกังวลหนักขึ้นอีก   นอกจากนี้ในการสนทนากัน พวกเขายังกล่าวถึงโปแลนด์ ลูกาเชงโกให้คำมั่นกับปูตินว่าจะให้กองทหารประจำการที่เบลารุส-ตามที่ตกลงกันไว้ และในตอนท้ายของประโยคมีเสียงหัวเราะของลูกาเชงโกด้วย ดูเป็นการยั่วยุที่ไม่มีใครในโปแลนด์ขำตาม กองทหารวากเนอร์มีอยู่ราว 4,000 นายในเบลารุส แต่ไม่ใช่ว่ากองทหารวากเนอร์อยู่ในบริเวณใกล้ชายแดนเท่านั้นที่ทำให้เกิดความไม่สงบ รัฐบาลโปแลนด์ยังเกรงว่ากองทหารวากเนอร์อาจช่วยผู้อพยพข้ามพรมแดนไปฝั่งโปแลนด์ด้วย ทุกวันนี้จำนวนผู้อพยพที่พยายามข้ามพรมแดนสูงถึง 16,000 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนทั้งหมดในปี 2022   การอพยพผ่านเส้นทางที่เรียกว่า ‘Belarus Route’ ทำให้โปแลนด์ต้องหวนนึกถึงความหลังเมื่อปี 2021 ที่ผู้อพยพหลั่งไหลเข้าสหภาพยุโรปผ่านทางเบลารุส หลายคนต้องพักค้างอยู่ในป่าบริเวณชายแดนนานหลายสัปดาห์ จนกลายเป็นเหตุฉุกเฉินด้านมนุษยธรรม ตั้งแต่ครั้งนั้นแล้วที่เบลารุสตกเป็นเป้าสงสัยว่าเป็นฝ่ายช่วยลักลอบพาผู้อพยพข้ามพรมแดน วันนี้บริเวณเส้นพรมแดนปรากฏรั้วยาว…

ประชุมผู้นำนาโต ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในลิทัวเนียเข้ม

  “นาโต” ยกระดับการรักษาความปลอดภัยประชุมผู้นำ 31 ชาติ ในลิทัวเนียเข้ม ท่ามกลางสงครามรัสเซียยูเครน ทำให้การเตรียมการเพื่อรักษาความปลอดภัยเข้มงวด   วันที่ 11 กรกฎาคมนี้ องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต) จะมีการประชุมสุดยอดหรือการประชุมระดับผู้นำของชาติสมาชิก 31 ชาติที่กรุงวิลนิอุส เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย การประชุมที่เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามในยูเครนที่ยังดุเดือดทำให้การเตรียมการเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้นำชาตินาโตมีความเข้มงวดและหนาแน่นมากกว่าปกติที่เคยทำมา   โดยนาโตได้ติดตั้งระบบป้องการภัยทางอากาศแพทริออตจำนวน 8 ชุด รอบบริเวณสนามบินวิลนิอุส โดยหันลำกล้องไปทางเบลารุส และคาลินินกราด ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา     สะท้อนว่านาโตเตรียมพร้อมสำหรับการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นแล้ว เพื่อรับผู้นำประเทศสมาชิกนาโตที่จะมาเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-12 กรกฎาคมนี้ เหตุผลที่นาโตยกระดับการรักษาความปลอดภัยขึ้นสูงสุดเนื่องจากกรุงวิลนิอุส เมืองหลวงของลิทัวเนียซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมอยู่ห่างจากชายแดนของประเทศเบลารุสเพียง 20 ไมล์หรือ 32 กิโลเมตรเท่านั้น เบลารุสคือพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของรัสเซียและเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญของสงครามยูเครน เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียและประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ของเบลารุส ที่นี่ถูกใช้เป็นหนึ่งในจุดที่รัสเซียยกทัพเข้าบุกยูเครนทางทิศเหนือเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022   ชาติในยุโรปโดยเฉพาะประเทศที่มีชายแดนติดกันจึงไม่วางใจเบลารุส เหตุการณ์ล่าสุดที่ยิ่งทำให้บรรดาชาติยุโรปหวาดระแวงเบลารุสคือ การเชิญทหารรับจ้างของรัสเซียอย่างกลุ่มแวกเนอร์ให้เข้ามาตั้งฐานที่มั่นในเบลารุสหลังจากกลุ่มแวกเนอร์หลังก่อกบฎในรัสเซียไม่สำเร็จ   โดยปรากฎภาพค่ายที่เตรียมไว้ให้กับกองกำลังแวกเนอร์ในหมู่บ้านทเซล ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมินสก์ เมืองหลวงของประเทศประมาณ…

แฮ็กเกอร์รัสเซียยันเดินหน้าโจมตีลิทัวเนีย ตอบโต้ปิดล้อมคาลินินกราด

  Killnet ซึ่งเป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์ของรัสเซีย ยีนยันว่าทางกลุ่มจะยังคงเดินหน้าโจมตีทางไซเบอร์ต่อลิทัวเนียเป็นวันที่ 2 เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัฐบาลลิทัวเนียทำการสกัดกั้นการขนส่งสินค้าเข้าไปยังคาลินินกราด   “เราจะโจมตีจนกว่าลิทัวเนียจะยกเลิกการปิดล้อมคาลินินกราด” โฆษกของ Killnet กล่าวต่อสำนักข่าวรอยเตอร์   ทั้งนี้ คาลินินกราดเป็นดินแดนของรัสเซียซึ่งถูกล้อมรอบด้วยลิทัวเทียและโปแลนด์ ขณะที่รัฐบาลลิทัวเนียมีคำสั่งห้ามขนส่งสินค้าที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหภาพยุโรป (EU) ผ่านเขตแดนลิทัวเนีย ส่งผลคาลินินกราดถูกปิดล้อม โดยไม่สามารถขนส่งสินค้าทางรถไฟเชื่อมดินแดนดังกล่าวกับพื้นที่ส่วนที่เหลือของรัสเซีย   ด้านศูนย์ความมั่นคงด้านไซเบอร์แห่งชาติลิทัวเนีย (NCSC) ออกแถลงการณ์วานนี้ระบุว่า หน่วยงานของรัฐบาลรวมทั้งสถาบันของภาคเอกชนหลายแห่งถูกโจมตีทางไซเบอร์   “มีแนวโน้มว่าการโจมตีดังกล่าวจะมีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายวันข้างหน้า โดยเฉพาะในภาคการขนส่ง พลังงาน และภาคการเงิน” NCSC ระบุ   ทั้งนี้ แฮ็กเกอร์ได้ทำการโจมตีที่เรียกว่า Denial of Service หรือ DoS โดยการส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลไปยังเป้าหมายเพื่อทำให้การรับ-ส่งข้อมูลเกิดภาวะคอขวดจนไม่สามารถให้บริการต่อผู้ใช้งานได้     โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ       ———————————————————————————————————————————————————————————– ที่มา :    สำนักข่าวอินโฟเควสท์     …

เยอรมนีเข้าสืบสวนมือถือจีนในด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

  โฆษกสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศของรัฐบาลกลาง (Federal Office for Information Security – BSI) ในสังกัดกระทรวงกิจการภายในของเยอรมนียืนยันว่าได้มีการเริ่มสืบสวนมือถือจีนหลายแบรนด์เกี่ยวกับปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การสืบสวนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กระทรวงกลาโหมของลิทัวเนียได้เผยผลการศึกษาที่พบเครื่องมือกรองและปิดกั้นคำที่เกี่ยวกับการเมืองจีนในมือถือ Xiaomi และยังได้แนะนำให้ประชาชนโยนมือถือจีนทิ้งไปทั้งหมด ซึ่งล่าสุดทาง Xiaomi ได้ออกมาปฏิเสธแล้ว ที่มา POLITICO   —————————————————————————————————————————————— ที่มา : Beartai      / วันที่เผยแพร่   26 ก.ย.2564 Link : https://www.beartai.com/news/itnews/793386

กลาโหมลิทัวเนียเตือน ทิ้งมือถือจีน และอย่าซื้อ หลังพบระบบเซ็นเซอร์ในตัว

  กลาโหมลิทัวเนียเตือน – วันที่ 22 ก.ย. บีบีซี รายงานว่า นายมาร์กีริส อาบูเควีซีอุส รัฐมนตรีกลาโหมของลิทัวเนีย ประเทศในยุโรปตะวันออก เตือนประชาชนควรทิ้งโทรศัพท์มือถือของจีนที่ใช้อยู่โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และอย่าซื้อมือถือเครื่องใหม่ที่เป็นของจีน     หลังรายงานโดยคณะนักวิจัยจากศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติลิทัวเนียที่ทดสอบบรรดาโทรศัพท์มือถือ 5G จากผู้ผลิตในจีน พบว่า โทรศัพท์มือถือยี่ห้อเสี่ยวมี่ (Xiaomi) Mi 10T 5G ซึ่งเป็นรุ่นเรือธง มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่สามารถตรวจจับและเซ็นเซอร์คำต่างๆ รวมถึงคำว่า “Free Tibet” (ปล่อยทิเบต) “Long live Taiwan independence” (อิสรภาพไต้หวันจงเจริญ) หรือ “democracy movement” (ขบวนการประชาธิปไตย) รายงานเน้นว่า จำนวนคำมากกว่า 449 คำ สามารถถูกระบบโทรศัพท์ของเสี่ยวมี่ รวมถึงบราวเซอร์อินเตอร์เน็ตเริ่มต้น เซ็นเซอร์ได้ ทั้งที่ โทรศัพท์รุ่นเหล่านี้ที่วางจำหน่ายในยุโรปจะปิดการทำงานความสามารถดังกล่าวออกไปแล้ว แต่รายงานแย้งว่า สามารถเปิดใช้งานจากระยะไกลได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ Mi 10T 5G…

เบื้องหลังปฏิบัติการอุกอาจ เบลารุสจี้เครื่องบินจับฝ่ายต้านรัฐบาล

  เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญของการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเบลารุสกับชาติตะวันตกที่กระท่อนกระแท่นอยู่แล้ว ขณะนี้เบลารุสกำลังถูกชาติตะวันตกรุมประณามและคว่ำบาตร รวมทั้งไม่บินเข้าน่านฟ้าหลังจากส่งเครื่องบินเจ็ตขึ้นประกบเครื่องบินโดยสารของสายการบิน Ryanair แล้วบีบบังคับให้ลงจอดที่สนามบินในกรุงมิตสก์ของเบลารุส เพื่อจับกุมตัวนักข่าวและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล   1.เครื่องบินของสายการบิน Ryanair เที่ยวบิน FR4978 อยู่ระหว่างการเดินทางจากกรุงเอเธนส์ของกรีซไปยังกรุงวิลนีอุสของลิทัวเนียตามปกติ แต่แล้วขณะอยู่เหนือน่านฟ้าของเบลารุส 2 นาทีก่อนที่เครื่องกำลังจะเข้าสู่น่านฟ้าของลิทัวเนีย ก็ได้รับแจ้งจากหอควบคุมการบินของเบลารุสให้เปลี่ยนเส้นทางกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในกรุงมินสก์ของเบลารุส โดยอ้างว่าบนเครื่องบินลำดังกล่าวมีระเบิด พร้อมกับส่งเครื่องบินขับไล่ Mig-29 ของกองทัพเบลารุส 4 ลำบินประกบ   2.หลังเครื่องลงจอดเจ้าหน้าที่เบลารุสส่งสุนัขดมกลิ่นมาตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารทั้งหมด แต่ไม่พบระเบิดตามที่กล่าวอ้าง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเบลารุสได้เข้าไปจับกุมตัว รามัน พราทาเซวิช (Roman Protasevich) นักข่าวและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเบลารุสวัย 26 ปีพร้อมกับ โซเฟีย ซาเพกา แฟนสาวชาวรัสเซีย และพาตัวทั้งคู่ออกไป ส่วนเครื่องบินของ Ryanair หลังจอดชั่วคราว 7 ชั่วโมงก็กับขึ้นบินไปยังจุดหมายปลายทางอีกครั้ง   3.การไม่พบระเบิดนำมาสู่ข้องสังเกตว่า ทางการเบลารุสใช้ระเบิดเป็นอุบายให้เครื่องบินลงจอดเพื่อจับกุมตัวพราทาเซวิช ส่วนสำนักข่าว BelTA ของเบลารุสรายงานว่า ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชงโก เป็นคนสั่งให้เครื่องบินเจ็ตขึ้นบินประกบเครื่องบินของ Ryanair…