สหรัฐแบน 3 บริษัทดาวเทียมจีน ฐานให้ข้อมูลทางทหารช่วยอิหร่าน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ ขึ้นบัญชีดำบริษัทให้บริการด้านภาพถ่ายดาวเทียมของจีน 3 แห่ง ได้แก่ “มิซาร์วิชัน” “ดิ เอิร์ธ อาย” และ “ฉางกวง” เนื่องจากรวบรวมข้อมูลความเคลื่อนไหวของกองทัพสหรัฐและพันธมิตรในตะวันออกกลาง แล้วส่งให้กับอิหร่าน

ปกปิดอะไร? ทำเนียบขาวสั่งเซ็นเซอร์ ‘ภาพถ่ายดาวเทียม’ ในสงครามอิหร่าน

Planet Labs ระบุว่าจะระงับการเผยแพร่ภาพดาวเทียมที่ถ่ายตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. เป็นต้นไปอย่างไม่มีกำหนด อย่างน้อยก็จนกว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะสิ้นสุดลง

หน่วยอารักขาประธานาธิบดีกำลังสืบสวนเกี่ยวกับเหตุลอบยิงนายโดนัล ทรัมป์

เว็บไซต์ AP News รายงานเมื่อ 15 ก.ค.67 ว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดีกำลังสืบสวนว่า เมื่อ 13 ก.ค.67 มือปืน สามารถเข้าถึงพื้นที่พร้อมอาวุธปืนไรเฟิล AR-15 ในระยะที่สามารถยิงนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้อย่างไร  ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรงของหน่วยงาน โดยมือปืนซุ่มยิงหลายนัดจากนอกเวทีก่อนถูกวิสามัญ และในวันต่อมาสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุ นาย Thomas Matthew Crooks อายุ 20 ปี จากเมือง Bethel Park รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯ 

สหรัฐเตือน จีนกำลังส่ง “ข่าวกรองด้านภูมิศาสตร์” ให้รัสเซีย

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่า สหรัฐระบุว่า ท่ามกลางสัญญาณของการรวมพลทหารอย่างต่อเนื่อง ระหว่างรัสเซียกับยูเครน จีนได้ส่งภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารให้แก่รัสเซีย รวมถึงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือกลสำหรับรถถัง ตลอดจนการสนับสนุนด้านทัศนศาสตร์, เชื้อเพลิงที่ใช้ในขีปนาวุธ และความร่วมมือด้านอวกาศที่เพิ่มขึ้น

สื่ออิสราเอลรายงานพบ “คนไทย” 14 คน ใกล้เขตกาซา

วันนี้ (11 ต.ค.2566) สถานการณ์ในอิสราเอลและเขตกาซายังไม่มีทีท่าจะทุเลาลง การโจมตียังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ความสูญเสียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในเขตกาซา จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล รวมถึงในฝั่งอิสราเอลที่ทหารทยอยพบผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของกลุ่มฮามาส ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา

“เทคโนโลยี” ที่ใช้ค้นหาแอตแลนติส และวัตถุโบราณใต้ทะเลทราย

  ในเทพนิยาย “หนึ่งพันหนึ่งราตรี” (One Thousand and One Nights) ซึ่งเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านของชาวอาหรับ และในคัมภีร์กุรอ่านของชาวมุสลิม ต่างก็กล่าวถึงเมือง Ubar ว่า เคยตั้งอยู่ในอาณาจักรอาหรับโบราณเมื่อ 5,000 ปีก่อน และเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาก เพราะเป็นศูนย์กลางการค้ากำยาน อันเป็นยางไม้ที่มีกลิ่นหอม จึงเป็นที่นิยมใช้ในพิธีบวงสรวงทางศาสนาและพิธีศพ ตลอดจนถึงการใช้เป็นยาอายุวัฒนะด้วย การมีสรรพประโยชน์เช่นนี้ จึงทำให้กำยานมีคุณค่ามากประดุจทองคำ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นต้นไม้ที่ชาวบ้านนิยมปลูกกันมากในบริเวณเทือกเขา Al Qarah ของ Saudi Arabia และแม้แต่คัมภีร์ไบเบิลก็ยังกล่าวถึงปราชญ์จากเมือง Ubar ว่า ได้นำกำยานไปถวายเป็นของขวัญแด่ทารกเยซู เมื่อพระองค์ทรงประสูติใหม่ ๆ     ประวัติศาสตร์อาหรับยังได้จารึกอีกว่า Ubar เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงทางการค้าของชนชาติต่าง ๆ ในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ประชากรแห่งเมือง Ubar จึงมีฐานะร่ำรวย แต่ในเวลาต่อมา พฤติกรรมของชาวเมืองตลอดจนถึงเจ้าเมืองได้เสื่อมลงมาก ความต่ำทรามของผู้คนในลักษณะนี้ได้ทำให้พระผู้เป็นเจ้าทรงพิโรธ จึงทรงบันดาลให้พายุทะเลทรายพัดถล่มเมือง จนหายสาบสูญไปอย่างที่ไม่มีใครได้พบเห็นเมืองอีกเลย     เรื่องเล่าขานนี้ได้จุดประกายให้บรรดานักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี และนักผจญภัยทั้งหลายพยายามค้นหานคร…