ควบคุม ‘NGO ต่างชาติ’ อินโดฯ ออกกฎหมายจัดระเบียบ เหตุหวั่นถูกแทรกแซงกิจการภายใน

  รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังถูกบีบให้ยกระดับกฎหมายจัดระเบียบองค์กร NGO ต่างชาติที่ดำเนินงานในประเทศให้มีความเข้มงวดมากขึ้น   มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซีย เริ่มตรวจสอบกิจกรรมขององค์กร NGO ต่างชาติเพื่อให้แน่ใจว่าปฏิบัติตามกฎหมาย จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมขององค์กรเหล่านั้น และการแทรกแซงเรื่องความขัดแย้งในปาปัว กรณีการสร้างเขตปกครองตนเองใหม่ โดยการให้เงินทุนและการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์   กลุ่มผู้เรียกร้องให้เหตุผลว่า กฎหมายจัดระเบียบองค์กร NGO ต่างชาติผิดกฎหมายของภาครัฐนั้นอ่อนเกินไป เนื่องจากไม่สามารถจัดการกับการแทรกแซงกิจการภายใน รวมถึงโฆษณาชวนเชื่อเชิงลบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในประเทศ   ครั้งนี้รัฐบาลจะต้องเข้มงวดและมีความเป็นอิสระมากขึ้นในการกำหนดกฎหมายจัดระเบียบ NGO โดยอย่าได้ถูกยั่วยุ จนหลงกลติดกับดักที่ NGO ต่างชาติผิดกฎหมายได้วางไว้” Sofjan Wanandi ประธานของ คณะกรรมการที่ปรึกษาสมาคมนายจ้างชาวอินโดนีเซีย (Apindo) กล่าว   ทั้งนี้ ส.ส. Firman Subagyo ได้เรียกร้องให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติอินโดนีเซีย (BIN) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สอบสวนกิจกรรมขององค์กร NGO ต่างชาติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้ หากมีกิจกรรม NGO ใด ๆ ที่เป็นภัยต่อเสถียรภาพทางการเมืองของชาติ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการทางกฎหมายทันที     อ้างอิง :…

เงินต่างชาติกับเอ็นจีโอ

  โดย…ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ รัฐบาลเพิ่งเห็นชอบในหลักการออกกฎหมายกำกับเส้นทางการเงินของ เอ็น.จี.โอ. ที่รับเงินจากต่างประเทศ หลังจากที่ได้รับคำร้องเรียนจากฝ่ายมั่นคงมาหลายสิบปีต่อรัฐบาลที่ผ่านมา ให้ทำอะไรสักอย่างที่จะควบคุมเงินต่างชาติไหลเข้ามาผ่าน เอ็น.จี.โอ.บางพวกสร้างความวุ่นวายทางการเมืองไทย หรือหาทางป้องปรามเงินที่ให้โดยผู้ให้มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองแอบแฝง เรื่องนี้ ผู้เขียนและพวกขอยกมือสนับสนุนอย่างเต็มที่ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติในการออกกฎหมายดังกล่าว คาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร องค์กรพวกนี้เรียกตนเองตามแบบที่ฝรั่งเขียนไว้ เอ็น.จี.โอ. หรือ องค์กรนอกภาครัฐ หรือ องค์กรภาคประชาสังคม โดย มีวัตถุประสงค์ที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน ในเมืองไทยมีเป็นจำนวนมาก แต่จดทะเบียนเพียง 87 แห่งเท่านั้น ส่วนใหญ่มีบทบาทในการพัฒนาสังคมและสาธารณประโยชน์ บางองค์กรได้รับเงินมากลับไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณะประโยชน์ตามที่แจ้งไว้ หรือนำเงินกำไรมาแบ่งปันกันภายในกลุ่ม นอกจากนั้น บางองค์กรยังมีพฤติกรรมที่เอื้อประโยชน์กับประเทศอื่น แต่กระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศไทยตลอดมา   เอ็น.จี.โอ ในไทยมีจำนวนนับร้อย แต่มีไม่กี่พวกที่สร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาล เพราะบ่อยครั้งที่ได้กระทำการอันเป็นการสวนทางกับนโยบายของรัฐบาล หรือไปปลุกระดมประชาชนให้ต่อต้านนโยบายของรัฐบาล แทนที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและร่วมกันชี้แจงประชาชน เอ็น.จี.โอ.กลายเป็น “อาชีพหนึ่ง” ที่ทำให้คนบางพวกใช้เป็นอาชีพที่ทำรายได้อย่างมั่นคง จนเกิด “ตระกูล เอ็น.จี.โอ.” ที่ทั้งครอบครัวเป็น เอ็น.จี.โอ.สืบทอดจากแม่สู่ลูก จากพี่สู่น้อง ฯลฯ ซึ่งเป็นที่รู้กันดี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะถือว่าเป็นอาชีพหนึ่ง หากไม่ทำเพื่อผลประโยชน์ของต่างชาติ ขัดขวาง รบกวนผลประโยชน์ของประเทศไทย…