ทำไม “สหรัฐ-อียู” ลงนามบังคับใช้มาตรการปกป้องโอนข้อมูล Privacy Shield 2.0

  ทำเนียบขาวประกาศว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี เพื่อบังคับใช้กรอบการทำงานรูปแบบใหม่ “Privacy Shield 2.0” โดยมีเป้าหมายที่จะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่แบ่งปันร่วมกันระหว่างสหรัฐ และสหภาพยุโรป   สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า กรอบการทำงานใหม่นี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างที่สำคัญด้านการปกป้องข้อมูลทั่วภูมิภาคแอตแลนติก นับตั้งแต่ที่ศาลยุติธรรมยุโรปยกเลิกกรอบการทำงานเดิมในปี 2563 หลังศาลพบว่า สหรัฐมีความสามารถในการสอดส่องข้อมูลของยุโรปที่ถ่ายโอนผ่านระบบก่อนหน้านี้มากเกินไป   นายเจมส์ ซัลลิแวน ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ณ เวลานั้น ได้ระบุในจดหมายเปิดผนึกสั้น ๆ ภายหลังการตัดสินใจไว้ว่า คดี “Schrems II” ได้สร้างความไม่มั่นคงใหญ่หลวงต่อความสามารถของบริษัทต่าง ๆ ในการถ่ายโอนข้อมูล ส่วนบุคคลจากสหภาพยุโรป (EU) ไปยังสหรัฐ ซึ่งผลลัพธ์ของคดีดังกล่าวได้ทำให้บริษัทในสหรัฐต้องใช้ “กลไกการถ่ายโอนข้อมูลที่ได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป” ที่แตกต่างกันในแต่ละกรณี ทำให้การทำธุรกิจเกิดความซับซ้อนมากขึ้น   กรอบการทำงาน Privacy Shield 2.0 จะให้แนวทางใหม่เพื่อผ่อนคลายความกังวลของยุโรปที่มีต่อความเป็นไปได้ในการสอดส่องข้อมูลจากหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐ กรอบการทำงานใหม่นี้จะช่วยให้บุคคลในสหภาพยุโรปสามารถยื่นขอการชดใช้ผ่านทางศาลตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลอิสระ (DPRC) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกนอกรัฐบาลสหรัฐ และหน่วยงานดังกล่าว “จะมีอำนาจเต็มที่” ในการตัดสินข้อเรียกร้อง และออกมาตรการแก้ไขตามความจำเป็น  …

EU ยืนยัน ท่อ ‘นอร์ด สตรีม’ รั่วเป็นการก่อวินาศกรรม พบการระเบิดใต้น้ำ

  สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า การรั่วไหลของท่อส่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่จากรัสเซียสู่ยุโรป มีสาเหตุจากการก่อวินาศกรรม แต่ไม่ถึงขั้นกล่าวหามอสโกว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง   สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ยืนยันในวันพุธที่ 28 ก.ย. 2565 ว่า การรั่วไหลถึง 3 จุดที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ นอร์ด สตรีม 1 และ 2 ซึ่งตรวจพบเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เป็นการก่อวินาศกรรม โดยนางเออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธาน EC กล่าวว่าการจงใจทำให้เกิดการหยุดชะงัก จะต้องเผชิญการการตอบสนองอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้   ด้านนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เชื่อว่าการรั่วไหลที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความยืดหยุ่นทางพลังงาน (energy resilience) ของยุโรป เพราะตอนนี้ท่อทั้งสองไม่ได้กำลังขนส่งก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ยุโรป แม้ว่าภายในท่อจะมีก๊าซอยู่ก็ตาม   นายบลิงเคนไม่ได้กล่าวหารัสเซียว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรั่วไหลที่เกิดขึ้น แต่กล่าวว่า หากเรื่องนี้เกิดจากความจงใจ มันจะไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย   ทั้งนี้ หน่วยงานเดินทะเลของสวีเดนออกคำเตือนเกี่ยวกับการรั่วไหล 2 จุดที่ท่อส่งก๊าซ…

อียูเสนอร่างกฎหมาย “ข้อมูล” มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจข้อมูลดิจิทัล | EU Watch

  ในยุคดิจิทัลที่ “ข้อมูล” มีบทบาทมากขึ้น และกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกประตู สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ   จึงนับเป็นโอกาสของภาคธุรกิจในการเข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ตลอดจนส่งเสริมไอเดียธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนต่อไป   ข้อมูลดิจิทัลจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่มีคู่แข่งในการบริโภค (non-rival good) ที่ผู้คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงได้พร้อม ๆ กันและสามารถนำไปใช้ซ้ำได้หลายครั้ง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและไม่ต้องกังวลว่าปริมาณสินค้าจะลดน้อยลง   ในชีวิตประจำวันมีการผลิตและจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตามไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยที่มีพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น จึงคาดการณ์ได้ว่าภายในปี ค.ศ. 2025 จะมีปริมาณข้อมูลกว่า 175 เซตตะไบต์ (ล้านล้านกิกาไบต์) ในเศรษฐกิจสหภาพยุโรป   อย่างไรก็ดี ปัจจุบันข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ถูกนำไปใช้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะข้อมูลอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันถูกนำไปใช้ประโยชน์เพียงร้อยละ 20 เท่านั้น     มาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจข้อมูลของอียู   เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 คณะกรรมาธิการยุโรปจึงได้เสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้ข้อมูล (Data Act) เพื่อปลดล็อกให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น เพื่อเปิดโอกาสด้านนวัตกรรมที่เน้นการใช้ข้อมูล (date-driven innovation) และนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล  …

EU ทดลองสร้างโซเชียลของตัวเอง EU Voice และ EU Video ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส Mastodon

  ท่ามกลางประเด็นถกเถียงต่างๆ หลัง Twitter ตอบรับข้อเสนอซื้อของ Elon Musk ฝั่งของสหภาพยุโรปก็เริ่มทดลองเปิดบริการโซเชียลของตัวเอง ได้แก่ EU Voice (โซเชียลแบบ Twitter) และ EU Video (บริการวิดีโอแบบ YouTube)   บริการทั้งสองตัวเป็นการทดลองสร้างโซเชียลมีเดียทางเลือก (an alternative social media pilot program) โดยหน่วยงานด้านคุ้มครองข้อมูลของยุโรป European Data Protection Supervisor (EDPS) เป้าหมายหลักคือสร้างบริการโซเชียลที่คุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ไม่หารายได้จากโฆษณา และสร้างจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่โปร่งใส   บริการ EU Voice ใช้ซอฟต์แวร์ Mastodon ที่นิยมอยู่แล้ว (ทีม Donald Trump นำไปใช้สร้าง Truth Social) ส่วน EU Video ใช้ PeerTube ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อโฮสต์วิดีโอแบบ YouTube…

EU บังคับบริษัทเทคโนฯยักษ์ใหญ่จัดการคอนเทนต์ผิดกม.-ฝ่าฝืนเจอโทษปรับ

  สหภาพยุโรป (EU) เห็นชอบในวันนี้ (23 เม.ย.) เกี่ยวกับการออกกฎหมายใหม่ ซึ่งจะบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ๆ อาทิ กูเกิล และเมตา จัดการกับคอนเทนต์ที่ผิดกฎหมายในแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างจริงจังมากขึ้น มิฉะนั้นจะเสี่ยงกับการถูกปรับเป็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์   สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า รัฐสภายุโรปและประเทศสมาชิก EU ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกฎหมายการให้บริการดิจิทัล (Digital Services Act – DSA) ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่มีเป้าหมายเพื่อจัดการกับคอนเทนต์ที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตราย ด้วยการสั่งให้แพลตฟอร์มดำเนินการลบคอนเทนต์เหล่านั้นออกไปอย่างรวดเร็ว   ส่วนสำคัญของกฎหมายนี้จะจำกัดวิธีที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านดิจิทัลทำการกำหนดเป้าหมายผู้ใช้งานสำหรับการโฆษณาออนไลน์ โดย DSA จะขัดขวางแพลตฟอร์มต่าง ๆ จากการกำหนดเป้าหมายผู้ใช้งานด้วยอัลกอริทึมโดยใช้ข้อมูลเพศ เชื้อชาติหรือศาสนา และจะห้ามไม่ให้กำหนดเป้าหมายด้านการโฆษณากับผู้ใช้งานที่เป็นเด็ก   นอกจากนี้ DSA จะห้ามการใช้กลวิธีหลอกลวงที่ออกแบบมาเพื่อผลักดันให้ผู้ใช้งานเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการบางอย่างด้วย   บริษัทเทคโนโลยีจะต้องใช้ขั้นตอนใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น คำพูดที่สร้างความเกลียดชัง การยั่วยุให้ก่อการร้าย และการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยตลาดอี-คอมเมิร์ซ เช่น แอมะซอนจะต้องห้ามการขายสินค้าผิดกฎหมายภายใต้กฎใหม่ดังกล่าว   ทั้งนี้ บริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามกฎใหม่ดังกล่าวอาจต้องเสียค่าปรับสูงถึง 6% ของรายได้ประจำปีทั่วโลก…

EU เล็งตั้งหน่วยรบเคลื่อนที่เร็ว 5,000 นาย รับมือวิกฤตการณ์ ไม่ต้องพึ่งสหรัฐฯ

  สหภาพยุโรป (อียู) กำลังพิจารณาแผนจัดตั้งหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วสูงสุด 5,000 นายภายในปี 2025 เพื่อปฏิบัติภารกิจแทรกแซงในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ต่างๆ ในภูมิภาค โดยไม่จำเป็นต้องรอพึ่งสหรัฐฯ รอยเตอร์สอ้างเอกสารความยาว 28 หน้ากระดาษ ลงวันที่ 9 พ.ย. ซึ่งมีการเอ่ยถึงการจัดตั้งหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วแห่งสหภาพยุโรป (EU Rapid Deployment Capacity)ซึ่งจะประกอบด้วยกำลังพลทั้งทางบก ทะเล และอากาศ ที่สามารถเข้าไปสับเปลี่ยนกับกองกำลังประจำการทุกหน่วยได้ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมอียูได้มีการหารือแผนดังกล่าวแบบคร่าวๆ เมื่อวันจันทร์ (15 พ.ย.) ที่กรุงบรัสเซลส์ และคาดว่าจะมีการพูดคุยกันต่อในวันนี้ โดยมีเป้าหมายบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในเดือน มี.ค. ปี 2022 ร่างยุทธศาสตร์ซึ่งจัดทำโดย โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู ถือเป็นความพยายามอย่างเป็นรูปธรรมครั้งล่าสุดที่จะทำให้ยุโรปมีกองกำลังร่วมเป็นของตนเองที่ไม่พึ่งพาทรัพยากรของสหรัฐฯ หลังจากบรรดาผู้นำอียูเคยบรรลุข้อตกลงจัดตั้งกองกำลังร่วม 50,000 – 60,000 นาย เมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เอกสารซึ่งใช้ชื่อว่า “เข็มทิศยุทธศาสตร์” (Strategic Compass) ย้ำว่า ยุโรปจำเป็นจะต้อง…